AWC เติบโตอย่างต่อเนื่อง ไตรมาส 2/2569 พอร์ตโรงแรมและคอมเมอร์เชียลหนุนรายได้รวม 5,502 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,468 ล้านบาท เดินหน้าเสริมศักยภาพประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก
บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ด้วยการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ภายใต้กลยุทธ์ Sustainable Growth-Led Strategy ซึ่งมุ่งต่อยอดทรัพย์สินคุณภาพในจุดหมายปลายทางสำคัญของประเทศควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ และการใช้ชีวิตที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าคุณภาพสูงจากทั่วโลก
ในไตรมาส 2/2569 AWC มีรายได้รวม 5,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกัน ขณะที่มีกำไรสุทธิ 1,468 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% และมีกำไรจากการดำเนินงาน หรือ EBITDA 2,850 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากทั้งกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ รวมถึงกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียล โดยเฉพาะการฟื้นตัวของโรงแรมในกรุงเทพฯ การเติบโตของรีสอร์ตระดับลักชัวรีและโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ตลอดจนการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการมีรายได้ 2,761 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% ขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก หรือ RevPAR อยู่ที่ 3,173 บาทต่อคืน เพิ่มขึ้น 3.2% การเติบโตมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของโรงแรมในกรุงเทพฯ และผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของรีสอร์ตระดับลักชัวรีและโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวสำคัญนอกกรุงเทพฯ 1
โดยทรัพย์สินที่เปิดดำเนินงานตามปกติ รายได้เพิ่มขึ้น 7.4% สะท้อนการเติบโตของประสิทธิภาพสินทรัพย์เดิม ขณะที่ EBITDA ของกลุ่มโรงแรมและการบริการอยู่ที่ 742 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% ซึ่งเติบโตเร็วกว่ารายได้ ส่งผลให้อัตรากำไร EBITDA Margin เพิ่มขึ้นจาก 25.9% เป็น 26.9% หรือเพิ่มขึ้น 1.0 จุดเปอร์เซ็นต์ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุนและยกระดับความสามารถในการทำกำไรของพอร์ตโรงแรม
โรงแรมในกรุงเทพฯ มี RevPAR เพิ่มขึ้น 7.4% และกลับมาเติบโตเป็นบวกเป็นครั้งแรกในรอบ 12 เดือน ส่วนพอร์ตโรงแรมในต่างจังหวัดมี RevPAR เพิ่มขึ้น 8.0% โดยพัทยาเป็นตลาดที่เติบโตโดดเด่นที่สุด ด้วย RevPAR เพิ่มขึ้น 169% จากการรับรู้ผลดำเนินงานของโรงแรมใหม่ 2 แห่งที่เปิดให้บริการในปี 2568 รวมถึงแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ
เชียงใหม่มี RevPAR เพิ่มขึ้น 31% จากการขยายตัวของตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ขณะที่เกาะสมุยเพิ่มขึ้น 10% และหัวหินเพิ่มขึ้น 3% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนข้อได้เปรียบของพอร์ตโรงแรมที่กระจายอยู่ในหลายจุดหมายปลายทาง และช่วยลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป
นอกจากรายได้ห้องพักแล้ว พอร์ตธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มมีรายได้ 900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% ช่วยเสริมความหลากหลายของแหล่งรายได้ และสนับสนุนการใช้จ่ายของลูกค้าภายในทรัพย์สินของบริษัทให้เพิ่มขึ้น
กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลมีรายได้ 2,517 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.4% โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการยกระดับ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์และความบันเทิง ผ่านการเปิดตัว Jurassic World: The Experience, SkyFlyers: Wings of Garudapterus และ Better World Better Future ณ Hatch Dome
รายได้จากการดำเนินงาน ซึ่งไม่รวมกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน อยู่ที่ 1,136 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.0% การเติบโตดังกล่าวมาจากรายได้ค่าเช่า อัตราการเช่าพื้นที่ และรายได้ค่าเช่าเฉลี่ยของธุรกิจศูนย์การค้า สะท้อนว่าการเติบโตของกลุ่มคอมเมอร์เชียลไม่ได้พึ่งพาเพียงมูลค่าสินทรัพย์ แต่เกิดจากประสิทธิภาพการดำเนินงานจริงด้วย 1
เอเชียทีคฯ ยังคงเป็นโครงการแฟลกชิปของ AWC โดยการเพิ่มกิจกรรมด้านไลฟ์สไตล์และ Edutainment ช่วยให้จำนวนผู้เข้าใช้บริการเพิ่มขึ้น 36% รายได้ค่าเช่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 6.3% และอัตราการเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้น 1.8% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความสามารถของโมเดล Lifestyle Destination ในการเปลี่ยนจำนวนผู้เข้าชมให้เป็นรายได้และผลตอบแทนจากสินทรัพย์อย่างเป็นรูปธรรม
ด้านธุรกิจคอมมูนิตี้ชอปปิงมอลล์ การปรับตำแหน่งทางการตลาดและการพัฒนาส่วนผสมผู้เช่าช่วยให้อัตราการเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้น 13.3% และรายได้ค่าเช่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5.4% ขณะที่ธุรกิจอาคารสำนักงานมีรายได้เพิ่มขึ้น 2.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการบริหารสินทรัพย์เชิงรุก การพัฒนาประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์ และการรักษาฐานผู้เช่าคุณภาพ
AWC ยังคงรักษาโครงสร้างทางการเงินอย่างมีวินัย โดยมีมูลค่าสินทรัพย์รวม หรือ GAV อยู่ที่ 224,100 ล้านบาท จากการลงทุนในโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและการขยายพอร์ตทรัพย์สินคุณภาพ ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ IBD/E อยู่ที่ 0.92 เท่า ระดับดังกล่าวช่วยรักษาความสามารถในการจัดหาเงินทุนเพื่อรองรับการลงทุนและการขยายพอร์ตสินทรัพย์ในอนาคต
ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทมีแผนเปิด Fairmont Bangkok Sukhumvit และเดินหน้าความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงและสนับสนุนมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐ โครงการสำคัญ ได้แก่ ความร่วมมือกับ Universal Destinations & Experiences เพื่อพัฒนา Kung Fu Panda ใจกลางเยาวราช และ DreamWorks Water Park ริมหาดพัทยา
นอกจากนี้ AWC เตรียมเปิดตัว Avatar: Guardians of EYWA, THE MAGIC WALK ณ เอเชียทีคฯ ในปี 2570 ร่วมกับ EMM Williams Productions รวมถึงโครงการ เคเบิ้ลคาร์รักษ์โลกข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา และ MONA Bangkok ร่วมกับ MONA จากออสเตรเลีย ตลอดจนการขยายความร่วมมือกับ Marriott International ผ่านการเปิดตัว Moxy Pattaya The Aquatique 1
AWC ขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้พันธกิจ สร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่า (Building Better Future) ผ่านกรอบ 3BETTERs ได้แก่ Better Planet, Better People และ Better Prosperity บริษัทระบุว่าได้รับการยอมรับด้านความยั่งยืนและธรรมาภิบาลในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง อาทิ การติดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 การอยู่ในกลุ่ม Top 1% ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 การได้รับคัดเลือกใน Dow Jones Best-in-Class Index กลุ่มตลาดเกิดใหม่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และ S&P Global Sustainability Yearbook 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5
ในด้านโครงสร้างการเติบโตระยะยาว บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการจัดตั้ง บริษัท AWR เพื่อพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ผ่านกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIT โดยจะมุ่งเน้นทรัพย์สินประเภทกรรมสิทธิ์ขาด (Freehold) ที่มีผลการดำเนินงานและประวัติการสร้างรายได้ที่ดี ครอบคลุมทรัพย์สินมิกซ์ยูสในกลุ่มโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์
แนวทางดังกล่าวจะช่วยแบ่งบทบาทให้ชัดเจนระหว่าง AWR ซึ่งมุ่งถือครองและบริหารทรัพย์สินที่เปิดดำเนินงานแล้ว กับ AWC ซึ่งมุ่งเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และสร้างทรัพย์สินคุณภาพเข้าสู่พอร์ตในอนาคต สำหรับแผน REIT เบื้องต้น บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางเสนอขายหน่วยทรัสต์ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก หรือ IPO ด้วยขนาดกองทุนประมาณ 30,000 ล้านบาท แก่นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ




