BDI  3 ปี ผนึกดาต้า รักษาอธิปไตย AI

8 ต.ค. 2569 - 19:17

  • หลังจากมีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อแก้ปัญหาการเชื่อมโยงฐานข้อมูลภาครัฐ ทำให้ทุกฝ่ายสบายใจที่จะเชื่อมข้อมูลมากขึ้น โดยเฉพาะบทเฉพาะกาลที่พูดถึงเรื่องภัยพิบัติ ทำให้คนสบายใจมากขึ้น

  • บอร์ด AI แห่งชาติ กำลังวาง ยุทธศาสตร์ AI ที่จะมุ่งสร้างระบบนิเวศของเราเอง

  • "อธิปไตย AI" หมายถึง ทำอย่างไรให้เรามี Ecosystem (ระบบนิเวศ) ที่ยืนได้ด้วยตัวเอง หากวันข้างหน้าเรามีปัญหากับต่างประเทศ เรายังสามารถดำเนินงานด้าน AI ต่อไปได้ แม้จะถอยลงมานิดหน่อยก็ตาม

BDI  3 ปี ผนึกดาต้า รักษาอธิปไตย AI

สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ BDI เดินทางในการพัฒนาบิ๊กดาต้าภาครัฐมาถึง 3 ปี ทำให้เกิดการเชื่อมโยฐาน้ข้อมูลภาครัฐและการใช้งานบิ๊กดาต้าเพื่อการแก้ไขปัญหาและวิกฤตต่างๆมาตลอด ทิศทางต่อไป บทบาทของ BDI คือการส่งเสริมอธิปไตยปัญญาประดิษฐ์

ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) อธิบายภาพการทำงานตลอด 3 ปีว่า ที่ผ่านมา BDI เชื่อมโยงข้อมูลจากหลายหน่วยงานมาโดยตลอด ในความเป็นจริง การเชื่อมข้อมูลไม่ได้ติดขัดจนทำไม่ได้ เพราะทุกหน่วยงานเข้าใจถึงความสำคัญของบิ๊กดาต้า ปัญหาที่ผ่านมาไม่ใช่คำว่า “ทำได้หรือไม่ได้” หากเป็นเรื่องของ Speed และ Effort “เดิมมันไม่ได้ทำไม่ได้ แต่มันนานและใช้ Effort สูง”

“หลังจากมีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อแก้ปัญหาการเชื่อมโยงฐานข้อมูลภาครัฐ ทำให้ทุกฝ่ายสบายใจที่จะเชื่อมข้อมูลมากขึ้น โดยเฉพาะบทเฉพาะกาลที่พูดถึงเรื่องภัยพิบัติ ทำให้คนสบายใจมากขึ้น ความจำเป็นเร่งด่วน เป็นเรื่องของ ความเร็ว มากกว่าเรื่องทำได้หรือไม่ทำได้ เดิมทีมันไม่ได้ทำไม่ได้ แต่มันนานและใช้ Effort (ความพยายาม) สูง ตอนนี้ก็เลยเร็วขึ้นเยอะ เพราะภายใน 1-2 เดือนนี้ เราได้คุยไปแล้ว 52 หน่วยงาน และทุกคนก็ดู Positive (เชิงบวก) กับการเชื่อมข้อมูล แต่อาจจะเป็นแค่เรื่องภัยพิบัติในตอนนี้”

3 ปี ยังมีข้อขวดอะไรที่ยังเหลืออยู่

ผู้อำนวยการ BDI กล่าวว่า เชื่อว่ากฎหมายของหลาย หน่วยงานถ้ามีการตีความที่ติดขัดก็คงต้องไปแก้ไข ให้อุปสรรคหมดไป เเรื่องหมือนกับการเชื่อมโยงข้อมูล เรื่องภัยพิบัติ ที่มีความจำเป็นเร่งด่วย ทำให้ไม่มีใครติดปัญหา เพราะถ้าไม่เชื่อม มันจะเกิดปัญหากับสังคมและประชาชน

” วันหน้าพอเราเริ่มลงไปในสาย Finance (การเงิน) หรือสาย Health (สุขภาพ) ที่ไม่ได้เป็นเรื่องฉุกเฉินตรวจสอบกฎหมายของแต่ละส่วน เพื่อทำความเข้าใจและหาทางออก แต่หน้าที่ของระเบียบสำนักนายกฯ ทำให้ เรามีคณะกรรมการกลางที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพราะฉะนั้น High-Value Dataset ที่เราอยากได้ ถ้าติดกฎหมายเราถอยได้ค่ะ หมายถึงเราสามารถปรับเปลี่ยนสภาพของชุดข้อมูลเพื่อลดชั้นความลับลงได้ เพื่อให้มันขยับไปต่อได้ ”

ผลงานตลอด 3 ปีและการก้าวต่อไป

ดร.ธีรณี กล่าวว่า สำหรับความพึงพอใจตลอด 3 ปีที่ผ่านมา คิดว่าบุคลากรของเราทำได้ดีมาก สำหรับหน่วยงานที่มีอายุเพียง 3 ปี แล้วเรามีผลงานที่ถูกนำไปใช้งานจริงโดยรัฐบาล หน่วยงานราชการ และเอกชนจำนวนมากพอสมควร ในอนาคต อย่างที่บอกว่า 3 ปีที่ผ่านมาเราทำเป็นเรื่องที่ยังแยกกันตามกลุ่มอุตสาหกรรม กลับมาที่ระเบียบสำนักนายกฯ ที่เกิดขึ้น จะทำให้ เราสามารถทำตัวเองเป็น แกนกลาง ในเรื่องนี้ได้อย่างมี Mandate (อำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย) ซึ่งการทำงานในภาครัฐ หากไม่มี Mandate จะทำได้ไม่ง่าย พอมี Mandate แล้ว ความคาดหวังของดิฉันคือการเป็นศูนย์กลางมากขึ้น และจะเกิดสิ่งที่เรียกว่า Reusable Data Product มากขึ้น หรือก็คือของที่ทำขึ้นมาแล้ว คนอื่นสามารถนำไปใช้ต่อได้โดยใช้โค้ดร่วมกัน ไม่จำเป็นต้องมาขอทำใหม่เป็นรายคนเหมือนช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตอนนี้จะกลายเป็นว่าเมื่อมีคนมาขอ เราทำเสร็จแล้ว ทุกคนสามารถใช้ร่วมกันได้ทั้งหมด ซึ่งจะเริ่มในฝั่งภาครัฐก่อน แล้วค่อยขยายไปยังเอกชนต่อไป

การผลักดันเรื่อง AI และ อธิปไตยทางปัญญาประดิษฐ์

ดร.ธีรณี กล่าวอีกว่า บอร์ด AI แห่งชาติ กำลังวาง ยุทธศาสตร์ AI ที่ตอนนี้มี 3 วงการ คือ วงการ อว. ( กระทรวงอุดมศึกษาฯ), วงของกระทรวงดิจิทัลฯ และวงของกระทรวงการคลัง ที่เรากำลังเชื่อมให้เป็นแผนระดับชาติเดียวกัน บทบาทของ BDI จริงๆ ที่เราเข้าไปช่วย Assist (สนับสนุน) การทำ Strategy นั้น บทบาทหลักของเราคือ เป็นหน่วยบริการที่ช่วยสนับสนุนให้เกิดการ Collaborate (ร่วมมือ) กันของคนจำนวนมาก เพื่อสร้างให้เกิด อธิปไตย AI (Sovereign AI) ของประเทศไทย

คำว่า "อธิปไตย AI" หมายถึง ทำอย่างไรให้เรามี Ecosystem (ระบบนิเวศ) ที่ยืนได้ด้วยตัวเอง หากวันข้างหน้าเรามีปัญหากับต่างประเทศ เรายังสามารถดำเนินงานด้าน AI ต่อไปได้ แม้จะถอยลงมาก็ตาม นี่คือความหมายของอธิปไตย ซึ่ง BDI ไม่ได้ทำคนเดียว แต่เราเป็นหน่วยรับงบประมาณที่เข้าไปช่วยทำงานร่วมกับ NECTEC มหาวิทยาลัยหลายแห่ง และอีกหลายหน่วยงาน ในการปั้นให้เกิด Model กลาง ที่คนไทยนำ Open Source มา Train (ฝึกฝน) เอง ทำเอง แล้วปล่อยออกไปให้ Startup ของเรานำไปใช้ได้โดยไม่มี License (ค่าลิขสิทธิ์) ซึ่งจะช่วยให้ Token Economy ทำได้ง่ายขึ้น เพราะหลายอย่างจะฟรีสำหรับหลายคน

“สิ่งที่สำคัญสำหรับ Startup เวลาทำ Sovereign AI Model ไม่ใช่แค่เรื่องพลังการประมวลผลอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องข้อมูล ที่ต้องใช้ Train ที่พวกเขาไม่มี และการลงทุนทำตรงนี้มันทั้งแพงและยาก อันนี้จึงถือเป็น โครงสร้างพื้นฐาน อย่างหนึ่งที่รัฐต้องทำ ซึ่งเราก็เริ่มระดมทุนและรวบรวมเพื่อสร้างฐานข้อมูลที่ปล่อย Data เหล่านี้ให้ใช้ฟรีได้ มีสื่อหลายแห่งบริจาคข้อมูลเข้ามาจำนวนมหาศาล ทั้งวิดีโอ ภาพ ข้อความ หนังสือ กฎหมาย รวมถึงหอสมุด และเรากำลังเริ่มเก็บข้อมูลภาษาถิ่นด้วย นี่คือความหมายของ Sovereign AI อธิปไตยของปัญญาประดิษฐ์”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์