ครม.ต่อ VAT 7% อีก 1 ปี ถึง 30 ก.ย. 2570 ลดค่าครองชีพ

27 ก.ค. 2569 - 14:18

  • ครม.อนุมัติขยายเวลา VAT 7% ถึง 30 ก.ย. 2570

  • รัฐหวังลดภาระค่าครองชีพและหนุนการบริโภคในประเทศ

  • สะท้อนเศรษฐกิจไทยยังต้องพึ่งมาตรการประคับประคองกำลังซื้อ

ครม.ต่อ VAT 7% อีก 1 ปี ถึง 30 ก.ย. 2570 ลดค่าครองชีพ

ครม.ต่ออายุ VAT 7% อีก 1 ปี
ประคองกำลังซื้อ ท่ามกลางเศรษฐกิจฟื้นไม่ทั่วถึง

คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร เพื่อขยายระยะเวลาการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในอัตรา 7% ออกไปอีก 1 ปี จากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2569 เป็นมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570

รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการคงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ที่ 6.3% (ไม่รวมภาษีท้องถิ่น) หรือ 7% (รวมภาษีท้องถิ่น) สำหรับการขายสินค้า การให้บริการ และการนำเข้าสินค้าทุกกรณี

รัฐบาลระบุว่า การต่ออายุมาตรการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน สนับสนุนการบริโภคภายในประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจ และเอื้อต่อการลงทุนของภาคเอกชนในช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ

การคงอัตรา VAT ที่ 7% ถือเป็นมาตรการที่รัฐบาลไทยใช้ต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน แม้ว่าประมวลรัษฎากรจะกำหนดเพดานอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ที่ 10% แต่รัฐบาลทุกยุคเลือกใช้อำนาจออกพระราชกฤษฎีกาลดอัตราภาษีลงเหลือ 7% เพื่อบรรเทาภาระของประชาชนและภาคธุรกิจ

ต่ออายุ VAT 7% สะท้อนเศรษฐกิจที่ยังต้องประคอง

การตัดสินใจต่ออายุ VAT 7% อีกหนึ่งปี ไม่ได้เป็นเพียงมาตรการด้านภาษี แต่ยังสะท้อนว่า รัฐบาลยังให้น้ำหนักกับการรักษากำลังซื้อของประชาชน ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่เท่ากันในแต่ละภาคส่วน ขณะที่ภาคครัวเรือนยังเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพและภาระหนี้ ส่วนผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยยังต้องการแรงสนับสนุนเพื่อรักษาการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ

หากปล่อยให้อัตรา VAT กลับไปอยู่ที่ 10% ต้นทุนสินค้าและบริการจำนวนมากจะมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นทันที ซึ่งอาจกระทบกำลังซื้อของผู้บริโภค และส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภาพรวม

อย่างไรก็ตาม การคงอัตรา VAT ที่ 7% ก็เป็นอีกด้านหนึ่งของโจทย์นโยบายการคลัง เพราะหมายถึงรัฐยังคงสละรายได้ภาษีส่วนหนึ่ง เพื่อแลกกับการประคับประคองเศรษฐกิจและลดภาระของประชาชนในระยะสั้น ท่ามกลางความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจกับการรักษาฐานะการคลังของประเทศในระยะยาว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์