CEA ปั้น 9 เมือง 6 เทศกาล สู่ Global Destination

17 ก.ย. 2569 - 15:03

  • ข้อมูลของ CEA ระบุว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยมีมูลค่าประมาณ 1.7 ล้านล้านบาท คิดเป็น 10.8% ของมูลค่าเพิ่มรวมของประเทศ (GVA) และมีบุคลากรสร้างสรรค์เกือบ 1 ล้านคนทั่วประเทศ

  • โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการสร้าง “สินค้า” แต่คือการสร้างระบบนิเวศที่ทำให้ คน ธุรกิจ และเมืองเติบโตไปพร้อมกัน

  • เมืองแต่ละแห่งมี “Creative Asset” ของตัวเอง ทั้งประวัติศาสตร์ อาหาร งานคราฟต์ ศิลปะ วิถีชีวิต ผู้คน และเรื่องราว หากนำต้นทุนเหล่านี้มาตีความใหม่ ก็สามารถพัฒนาเป็นสินค้า บริการ ประสบการณ์ การท่องเที่ยว ตลอดจนโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนได้

CEA ปั้น 9 เมือง 6 เทศกาล สู่ Global Destination

CEA เเปลี่ยน “อัตลักษณ์ท้องถิ่น” เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจ  ปั้น 9 เมือง 6 เทศกาลดันไทยสู่ Global Destination

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA เดินหน้าดัน “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” จากต้นทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น สู่เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ผ่านการพัฒนา “คน-ธุรกิจ-เมือง” หวังสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการ กระจายรายได้สู่ภูมิภาค และยกระดับเมืองไทยสู่ Global Destination

ในปี 2569 CEA เดินหน้า 2 กลไกสำคัญ ได้แก่ “เนรมิตเมือง” (Neramyth City: Branding Cities into Creative Assets) พัฒนา 9 เมืองต้นแบบ และ FESTIVAL CREATOR 2026 สนับสนุน 6 เทศกาลสร้างสรรค์ใน 5 จังหวัด โดยใช้ “ความคิดสร้างสรรค์” เป็นเครื่องมือเปลี่ยนต้นทุนที่มีอยู่ในพื้นที่ให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ

CEA-develops-9-cities-6-festivals-Global-Destination-SPACEBAR-PhotoSQ01.png

Creative Economy ไม่ใช่แค่เรื่องศิลปะ แต่เป็น New Growth Engine

ข้อมูลของ CEA ระบุว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยมีมูลค่าประมาณ 1.7 ล้านล้านบาท คิดเป็น 10.8% ของมูลค่าเพิ่มรวมของประเทศ (GVA) และมีบุคลากรสร้างสรรค์เกือบ 1 ล้านคนทั่วประเทศ

ขณะที่รายงาน Building Thailand’s Future Today (2026) ของธนาคารโลกระบุว่า “Creative Industries” เป็น 1 ใน 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศไทย ซึ่งมีศักยภาพในการสร้างผลิตภาพ การลงทุน และงานที่มีคุณภาพ

พันธิตรา สินพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักภาคกลางและกรุงเทพมหานคร CEA กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของวัฒนธรรม หรือกิจกรรมด้านศิลปะเท่านั้น แต่สามารถเป็นฐานเศรษฐกิจที่ต่อยอดไปสู่ตลาดโลกได้

โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการสร้าง “สินค้า” แต่คือการสร้างระบบนิเวศที่ทำให้ คน ธุรกิจ และเมืองเติบโตไปพร้อมกัน เพราะเมืองแต่ละแห่งมี “Creative Asset” ของตัวเอง ทั้งประวัติศาสตร์ อาหาร งานคราฟต์ ศิลปะ วิถีชีวิต ผู้คน และเรื่องราว หากนำต้นทุนเหล่านี้มาตีความใหม่ ก็สามารถพัฒนาเป็นสินค้า บริการ ประสบการณ์ การท่องเที่ยว ตลอดจนโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนได้

CEA-develops-9-cities-6-festivals-Global-Destination-SPACEBAR-Photo-V01.png

จาก “เทศกาล” สู่เครื่องมือสร้างเศรษฐกิจ

CEA มองเทศกาลสร้างสรรค์ไม่ใช่เพียงกิจกรรมที่จัดขึ้นปีละครั้ง แต่เป็น “City as a Stage” หรือเวทีที่เปิดให้คนในพื้นที่ ศิลปิน นักออกแบบ ผู้ประกอบการ และชุมชนเข้ามาสร้างมูลค่าร่วมกัน ภายใต้โครงการ FESTIVAL CREATOR 2026 ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 CEA มุ่งพัฒนาผู้จัดเทศกาลใน 3 ระดับ

ระดับคน สร้างความรู้และทักษะการจัดเทศกาลแบบมืออาชีพ เพื่อให้คนสามารถสร้างอาชีพในบ้านเกิด

ระดับเทศกาล สร้างอัตลักษณ์เฉพาะของแต่ละงาน ไม่ให้เทศกาลท้องถิ่นกลายเป็นกิจกรรมที่มีรูปแบบเหมือนกันทั่วประเทศ

ระดับเมือง ใช้เทศกาลสร้างงาน สร้างรายได้ กระตุ้นธุรกิจท้องถิ่น และสร้าง “New Signature” ให้เมืองมีภาพจำใหม่ในระยะยาว

ปีนี้มี 6 เทศกาลใน 5 จังหวัด ได้แก่

  • Kenduri Seni Tolong Menolong 2026 จ.ปัตตานี
  • TAK: A Taste of Roots เทศกาลรสชาติตาก จ.ตาก
  • เทศกาลป๊ะกาด ศิลปะปลุกตลาด Vol.2 จ.เชียงราย
  • Hug HeartYai – เทศกาลสร้างสรรค์ฟื้นใจเมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา
  • Singorama Art Fest 2026 จ.สงขลา
  • ไทบ้านแลนด์แคมป์ จ.ศรีสะเกษ

ทั้ง 6 เทศกาลจึงถูกวางบทบาทให้เป็นมากกว่างานอีเวนต์ แต่เป็นพื้นที่ให้คนในท้องถิ่นได้ทดลองไอเดีย สร้างเครือข่าย แสดงศักยภาพ และเชื่อมโยงไปสู่โอกาสทางธุรกิจ

“City Branding” ไม่ใช่แค่ทำโลโก้ แต่ต้องหา DNA ของเมือง

อีกกลไกสำคัญคือโครงการ Neramyth City Branding Cities into Creative Assets ซึ่ง CEA ทำร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ 9 เมืองต้นแบบ ได้แก่ เพชรบุรี สกลนคร นครศรีธรรมราช ปัตตานี ราชบุรี ลำพูน ศรีสะเกษ สิงห์บุรี และอุบลราชธานี

แนวคิดของ CEA คือ City Branding ไม่ใช่แค่การทำโลโก้ สโลแกน หรือมาสคอต แต่เป็นกระบวนการค้นหา “DNA ของเมือง” และแปลงอัตลักษณ์นั้นให้กลายเป็นยุทธศาสตร์ที่นำไปใช้ได้จริง

กระบวนการประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ City Brand Strategy การวางยุทธศาสตร์แบรนด์เมือง, Brand Activation การทดลองนำแบรนด์ไปสร้างประสบการณ์จริง และ Brand Identity Development การพัฒนาอัตลักษณ์ของเมือง

ผลที่เกิดขึ้นในปี 2569 มีตัวอย่างภาพจำใหม่ของหลายเมือง

อุบลราชธานี  “จริตอุบล Ubon the Beautiful Paradox”

สกลนคร “สัปปายะสกล สุนทรียแห่งความธรรมดา”

เพชรบุรี “City of Origins” สะท้อนต้นทุนด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และอาหาร

ลำพูน  “ละเมียดลำพูน Fine Lamphun” สื่อถึงความพิถีพิถันในวิถีชีวิต งาน และวัฒนธรรม

สิงห์บุรี  “เมืองเล็ก หัวใจสิงห์ (คนเล็ก หัวใจสิงห์) Singburi Spirit”

ปัตตานี  “Di Pattani เป็นเรา เป็นปัตตานี” ถ่ายทอดความสามารถของผู้คนในการนำสิ่งรอบตัวมาตีความและต่อยอด

ศรีสะเกษ  “เมืองแห่งเสียงสร้างสรรค์” ที่มองทั้งเสียงของผู้คน ธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และความคิดสร้างสรรค์เป็นต้นทุนของเมือง

เป้าหมายไม่ใช่แค่ “เมืองน่าเที่ยว” แต่ต้อง “น่าลงทุน”

ภาพใหญ่ของ CEA คือการเปลี่ยนวิธีคิดจากการขาย “สถานที่” มาเป็นการสร้าง ประสบการณ์และเรื่องราวของเมือง

เมื่อเทศกาลสามารถดึงคนเข้าพื้นที่ เมืองสามารถสร้างภาพจำ และธุรกิจท้องถิ่นสามารถต่อยอดจากความสนใจดังกล่าวได้ เศรษฐกิจจึงไม่ได้เกิดเฉพาะในช่วงที่มีการจัดงาน แต่สามารถต่อยอดเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะยาว

CEA จึงวางบทบาทของเทศกาลไว้พร้อมกัน 3 ด้าน คือ Marketing Platform, Economic Platform และ City Branding Platform

จทย์สำคัญต่อจากนี้คือการเชื่อม “คน-เทศกาล-เมือง-ธุรกิจ-เครือข่ายนานาชาติ” เข้าด้วยกัน เพื่อให้เทศกาลไม่จบลงพร้อมกับวันสุดท้ายของงาน และ City Branding ไม่หยุดอยู่แค่แคมเปญประชาสัมพันธ์

หากทำได้สำเร็จ เมืองต่าง ๆ ของไทยจะไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องจำนวนผู้มาเยือน แต่สามารถสร้าง “เหตุผลใหม่” ให้คนอยากเดินทางเข้ามา อยากใช้จ่าย อยากทำธุรกิจ และอาจนำไปสู่การลงทุนในพื้นที่

นี่คือภาพของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ CEA กำลังผลักดัน จาก Creative Asset ของแต่ละพื้นที่ ไปสู่ New Growth Engine ของประเทศ และเป้าหมายปลายทางคือการทำให้เมืองไทยมีศักยภาพเป็น Global Destination เมืองที่น่าอยู่ น่าลงทุน และน่าเที่ยว ในแบบที่สะท้อนตัวตนของแต่ละพื้นที่

#CEA #เศรษฐกิจสร้างสรรค์ #ทุนวัฒนธรรม #อัตลักษณ์ท้องถิ่น #เครื่องยนต์เศรษฐกิจ #พัฒนาเมือง #กระจายรายได้ #ภูมิภาค #ยกระดับเมือง #GlobalDestination #BUSINESS#SPACEBAR

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์