สภาผู้บริโภค  จี้เอ็ตด้าสั่งเฟซบุ๊ก เยียวยาผู้เสียหาย 397 ล้าน

20 ต.ค. 2569 - 15:26

  • กระบวนการคืนเงินหรือเยียวยายังล่าช้าและไม่ชัดเจน สภาผู้บริโภคยังได้รับเรื่องร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง

  • เฟซบุ๊กต้องเยียวยาทันที ชดเชยผู้บริโภคที่ร้องเรียนต่อสภาผู้บริโภคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฉพาะที่สภาผู้บริโภคไม่น้อยกว่า 397 ล้านบาท

  • สิ่งที่สภาผู้บริโภคต้องการติดตามจึงเป็นผลดำเนินการที่จะนำไปสู่การเยียวยาจริง ควบคู่กับการป้องกันความเสียหายตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความคุ้มครอง และไม่ต้องติดตามเงินคืนตามลำพัง

สภาผู้บริโภค  จี้เอ็ตด้าสั่งเฟซบุ๊ก เยียวยาผู้เสียหาย 397 ล้าน

11,815 เรื่อง มูลค่าความเสียหายกว่า 397 ล้านบาท

สภาผู้บริโภคได้ยื่นข้อเสนอเร่งด่วน 5 ข้อ ต่อสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ หรือ เอ็ตด้า หน่วยงานขึ้นทะเบียนและดูแล แพลตฟอร์ม เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อให้แพลตฟอร์มป้องกันความเสียหายและเยียวยาผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรมกับกรณีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเฟซบุ๊กที่ได้รับตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ถึง 31 พฤษภาคม 2569 จำนวน 6,986 เรื่อง จากทั้งหมด 11,815 เรื่อง มูลค่าความเสียหายกว่า 397 ล้านบาท แต่ยังไม่มีความคืบหน้า เตรียมส่งหนังสือทวงถามเอ็ตด้าให้ชี้แจงความคืบหน้าและเร่งรัดให้ผู้บริโภคได้รับการชดเชย

เงินคืนยังช้า บัญชีแอบอ้างกลับมาเปิดใหม่

สภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า สภาผู้บริโภคส่งหนังสือติดตามความคืบหน้าถึงสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือเอ็ตด้า (ETDA) ขอให้ชี้แจงผลดำเนินการตามข้อเสนอทั้ง 5 ประเด็น โดยเฉพาะแนวทางและกระบวนการเร่งรัดให้เฟซบุ๊กเยียวยาผู้บริโภคที่ร้องเรียนต่อสภาผู้บริโภคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กระบวนการคืนเงินหรือเยียวยายังล่าช้าและไม่ชัดเจน สภาผู้บริโภคยังได้รับเรื่องร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่มาตรการของแพลตฟอร์มยังมีข้อจำกัด ทั้งการป้องกันบัญชีแอบอ้างกลับมาเปิดใหม่ และการคุ้มครองเยาวชนกับผู้บริโภคกลุ่มเปราะบาง นอกจากนี้ สภาผู้บริโภคยังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการมองเห็นโพสต์หรือเพจที่เข้าข่ายหลอกลวง โดยภายหลังแม้มีผู้ใช้รายงานไปยังแพลตฟอร์มแล้ว แต่อาจมีโอกาสที่ผู้ใช้รายอื่นรายอื่นยังมองเห็นเนื้อหาดังกล่าวได้ 

สิ่งที่สภาผู้บริโภคต้องการติดตามจึงเป็นผลดำเนินการที่จะนำไปสู่การเยียวยาจริง ควบคู่กับการป้องกันความเสียหายตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความคุ้มครอง และไม่ต้องติดตามเงินคืนตามลำพัง

5 ข้อเสนอ ให้แพลตฟอร์มรับผิดตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุถึงการเยียวยา

สำหรับข้อเสนอเร่งด่วนที่สภาผู้บริโภคยื่นต่อเอ็ตด้าและติดตามผล ครอบคลุม 5 ประเด็น ได้แก่

เฟซบุ๊กต้องเยียวยาทันที ชดเชยผู้บริโภคที่ร้องเรียนต่อสภาผู้บริโภคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฉพาะที่สภาผู้บริโภคไม่น้อยกว่า 397 ล้านบาท โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีอยู่แล้ว ซึ่งสภาผู้บริโภคย้ำว่าข้อมูลร้องเรียนสามารถตรวจสอบย้อนกลับ (Trace Back) ไปยังต้นทางได้ และคาดหวังให้ชดเชยกลุ่มแรกได้ครบ 100%

อุดช่องโหว่โฆษณาเสี่ยง เร่งบังคับใช้มาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทันที โดยลดกรอบเวลาจาก 180 วัน เพราะประกาศให้ยืนยันตัวตนที่ออกเมื่อพฤษภาคมจะมีผลอีกราว 6 เดือน ทำให้ยังมีผู้ถูกหลอกเพิ่มในระหว่างนี้ พร้อมเริ่มจากกลุ่มเสี่ยงสูงอย่างหลอกลงทุน หลอกกู้เงิน และเว็บพนัน ขยายเวลาเก็บข้อมูลผู้ซื้อโฆษณาจาก 90 วัน เป็น 1 ปี ยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาด้วยระบบ e-KYC และจัดทำคลังโฆษณาให้ตรวจสอบย้อนหลังได้

บังคับขึ้นทะเบียน ให้แพลตฟอร์มที่ให้บริการในไทยต้องขึ้นทะเบียนและขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 เพื่อให้มีนิติบุคคลผู้รับผิดชอบตามกฎหมายไทยคอยประสานระงับเหตุและเยียวยาผู้บริโภคได้ทันท่วงที ไม่ใช่เพียงทำหน้าที่ประสานงาน

ตั้งเงินสำรองเยียวยา ให้ผู้บริโภคแจ้งระงับโฆษณาอันตรายได้ทันที และหากพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายเกิดจากแพลตฟอร์มคัดกรองไม่ดีพอ หรือปล่อยให้อัลกอริทึมขยายโฆษณาหลอกลวง แพลตฟอร์มต้องร่วมรับผิดและสำรองเงินเยียวยาผู้บริโภคโดยตรง เพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายที่สูญเงินจนกระทบการใช้ชีวิตในระยะสั้น

ปิดสวิตช์อัลกอริทึมหลอกลวง นำหลักหน้าที่ความรับผิดชอบ (Duty of Care) มาบังคับใช้ ทั้งหยุดอัลกอริทึมที่ยิงซ้ำโฆษณาหลอกลวงเข้าหาคนที่อ่อนไหว คุ้มครองกลุ่มเสี่ยงอย่างเยาวชนต่ำกว่า 16 ปี และผู้สูงอายุเกิน 60 ปี ที่ส่วนใหญ่ไม่มีรายได้ประจำ รวมถึงคัดกรองด้วย AI ควบคู่คนจริง และนำโฆษณาหลอกลวง (Scam Ads) ออกทันทีเมื่อตรวจพบ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์