นับถอยหลัง 31 ส.ค TH - AI Passport คุ้มค่า หรือ น่าผ่าน
ยิ่งใกล้ถึงวันเปิดตัวโปรแกรม AiPass ในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 กระแสตั้งคำถามต่องบประมาณแผ่นดินที่ใช้ไปกับโครงการสวัสดิการดิจิทัลเพื่อประชาชนก็ยิ่งร้อนระอุ เมื่อเป้าหมายหลักของรัฐบาลคือ การประหยัดค่าใช้จ่ายให้คนไทยราว 600 บาทต่อเดือน (เท่ากับค่าสมัคร Pro plan ของค่าย AI ยักษ์ใหญ่) พร้อมตั้งเป้า Upskill Reskill แรงงานไทยทั้งประเทศ
ความเห็นของคนในแวดวงไอทีและคนทำงานสายเทคกลับเริ่มส่งสัญญาณเตือนอย่างหนักว่า สิ่งที่จะนำมาตรวจรับและส่งมอบให้ประชาชนใช้นั้น อาจเป็นเพียงเครื่องมือแชทธรรมดาที่ "ทำได้น้อยกว่าเวอร์ชันฟรีที่ ChatGPT, Gemini หรือ Claude แจกให้ใช้ฟรีด้วยซ้ำ"
SPACEBAR นำความเห็นของ ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้เชี่ยวชาญที่ เกาะติด TH AI Passport มาตลอด ก่อนจะเขียนข้อเสนอแนะ ก่อนที่โครงการจะถูกตรวจรับและจ่ายเงินแผ่นดินไม่ให้ ‘เสียเปล่า’
ฐานรากต้องไม่ห่วยกว่าของฟรี
โมเดลพื้นฐานอย่าลดสเปก เปลี่ยนจาก Gemini 3.1 Flash Lite ไปเป็นโมเดลที่ทันสมัยระดับเดียวกับที่ค่ายต่างๆ ปล่อยให้ใช้ฟรีแบบ Unlimited
เพิ่มโควตาโมเดลท็อป ปรับจาก 20–50 ครั้ง/วัน ขึ้นเป็น 150–200 ครั้งต่อวัน (หรือ Rolling Window แบบสากล) พร้อม Context Window ที่ไม่ตัดจบกลางคัน
รับไฟล์ใหญ่ได้จริง รองรับไฟล์ 100 MB ขึ้นไป ทั้ง PDF, รูปภาพ, สเปรดชีต และโค้ด ไม่ใช่เจอไฟล์ใหญ่แล้วระบบล่ม
ต้องทำงานได้จริง ไม่ใช่แค่พิมพ์คุย
เชื่อมต่อ Office Apps Direct อ่านและสร้างไฟล์ Word, Excel, PowerPoint ได้โดยตรงจากหน้าแชท
รองรับ Custom Connector (MCP Standard): เปิดทางให้ผู้ใช้ต่อเชื่อม Gmail, Calendar, Drive หรือแอปทำงานอื่นๆ ได้เอง
Deep Research + Multimodal: ไม่ใช่แค่สรุปข้อความ แต่ต้องทำวิจัยเชิงลึก ออกรายงานพร้อมอ้างอิง และแปลงเป็น Infographic หรือ Audio Overview ได้ รวมถึงถอดความ/วิเคราะห์วิดีโอและไฟล์เสียง
เครื่องมือระดับ Professional & Agent
สร้าง Skill & Custom Agent รองรับการสร้าง Custom GPTs Gems และระบบ Agent ที่ทำงานหลายขั้นตอนตามที่ระบุใน TOR (เทียบ TOR กับของจริงให้ชัด!)
Scheduled Task & Canvas ตั้งเวลารัน Prompt อัตโนมัติส่งเข้าอีเมล และมีหน้าจอ Canvas แก้ไขงาน/โค้ดแบบโต้ตอบ ไม่ต้องคอย Prompt ใหม่ทั้งชุด
Voice Mode ภาษาไทยแบบ Real-time สนทนาด้วยเสียงโต้ตอบต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่โมดูล Speech-to-Text ยุคเก่า
คำถามสำคัญไม่ใช่รัฐบาลจ่ายเงินไปเท่าไร แต่คือ "ประชาชนได้อะไรกลับมา" หาก AiPass ถูกส่งมอบในสภาพที่ไม่สามารถสู้กับของฟรีในท้องตลาดได้ ประชาชนก็พร้อมจะละทิ้งระบบนี้ไปในเวลาไม่กี่สัปดาห์
ข้อเสนอทั้งหมดจึงไม่ใช่การจับผิด แต่คือ "เส้นตาย" สำหรับผู้รับผิดชอบโครงการและคณะกรรมการตรวจรับงาน ก่อนที่งบประมาณแผ่นดินจะกลายเป็นเพียงสัญญาปากเปล่าที่พาคนไทยไปไม่ถึงยุค AI Integration จริงๆ
ถึงเวลาที่เริ่มโครงการจริงๆ เมื่อโหลดแล้วลองใช้ ผลเป็นยังไง ก็คงจะพิจารณาได้ด้วยตัวเอง แล้วว่า คุ้มค่า หรือ น่าจะผ่าน




