‘เอกนัฏ’ เอาจริง! ปูพรมตรวจ Data Center กทม. พบถังน้ำมันกว่า 1.5 แสนลิตรไร้ใบอนุญาต สั่งดำเนินคดี จัดระบบใหม่ให้โตคู่เศรษฐกิจ ไม่กระทบประชาชน
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ชี้แจงแทนนายกรัฐมนตรีถึงแนวทางกำกับดูแลศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยยืนยันว่ารัฐบาลเดินหน้าตรวจสอบและจัดระเบียบอย่างจริงจัง หลังพบประเด็นการจัดเก็บน้ำมันปริมาณมากเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำรอง ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชนและการใช้ทรัพยากรในพื้นที่
เอกนัฏ กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ Data Center ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา และพบถังเก็บน้ำมันที่มีความจุรวมมากกว่า 150,000 ลิตร แต่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย จึงได้ดำเนินการแจ้งความเพื่อเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้ว พร้อมเตรียมเดินหน้าตรวจสอบ Data Center ทุกแห่งในกรุงเทพมหานคร
หากพบว่ามีการดำเนินการโดยไม่ได้รับใบอนุญาต รัฐบาลจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด โดยกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี
‘เอกนัฏ’ ระบุว่า การกำกับดูแล Data Center ไม่สามารถพิจารณาเฉพาะด้านการลงทุนหรือการเติบโตทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ต้องครอบคลุมถึงความปลอดภัยของประชาชน ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงาน ตลอดจนการใช้ทรัพยากรน้ำและไฟฟ้า เนื่องจาก Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความต้องการใช้พลังงานและทรัพยากรในระดับสูง
ปัญหาดังกล่าวไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นประเด็นที่สะสมมานานประมาณ 3-4 ปี โดยพบว่าถังน้ำมันบางส่วนมีการติดตั้งมาตั้งแต่ปี 2563 จึงจำเป็นต้องเร่งตรวจสอบและจัดระบบให้ชัดเจน เพื่อให้การขยายตัวของ Data Center สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและกฎหมายที่มีอยู่
“หากนำน้ำมันมาปั่นไฟสำรองใช้ในพื้นที่ชุมชน กทม. ทำไม่ได้ ดังนั้นต้องจัดระเบียบใหม่ ต้องตรวจสอบจนกว่าจะมั่นใจว่าเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและไม่กระทบประชาชน พร้อมวางเกณฑ์การใช้ทรัพยากรน้ำและไฟที่เหมาะสม”
— เอกนัฏ กล่าว
สำหรับการดำเนินการในระดับพื้นที่ นายเอกนัฏ เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ระงับส่วนที่เกี่ยวข้องไว้ระหว่างการตรวจสอบ เพื่อเปิดทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงและการปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างรอบด้าน
ทั้งนี้ การตรวจสอบ Data Center ทั้งระบบอาจต้องใช้เวลา โดยคาดว่าจะอยู่ในระดับ “หลักเดือน” เนื่องจากต้องตรวจสอบหลายมิติ ตั้งแต่ใบอนุญาต การก่อสร้าง ระบบพลังงาน การจัดเก็บเชื้อเพลิง ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการใช้ทรัพยากรน้ำ
เดินหน้าจัดระเบียบ Data Center ระดับประเทศ
นายเอกนัฏ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา ให้มีการออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งคณะกรรมการ Data Center เพื่อวางกรอบการกำกับดูแลและจัดระเบียบการพัฒนา Data Center ของประเทศ โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ดูแลการจัดระเบียบใหม่
เป้าหมายสำคัญคือทำให้การลงทุน Data Center ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล สามารถเดินหน้าต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันต้องสร้างสมดุลระหว่างการลงทุนกับความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรของประเทศ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานย้ำว่า Data Center เป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ตั้งแต่กระบวนการขออนุญาตก่อสร้าง ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การใช้ไฟฟ้า การจัดหาและสำรองพลังงาน ไปจนถึงการใช้ทรัพยากรน้ำ จึงไม่สามารถให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งรับผิดชอบเพียงลำพังได้
ดังนั้น ในช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนที่จะมีกฎหมายหรือกฎระเบียบใหม่ รัฐบาลจะเน้นการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ให้เกิดผลอย่างจริงจัง เพื่อให้การลงทุน Data Center เดินหน้าภายใต้กรอบที่ชัดเจน และลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่
โจทย์ใหญ่ของ Data Center จึงไม่ใช่แค่ ‘ลงทุนได้หรือไม่’ แต่คือจะทำอย่างไรให้การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลเดินหน้าไปพร้อมกับความมั่นคงด้านพลังงาน ความปลอดภัย และการใช้ทรัพยากรของประเทศอย่างยั่งยืน




