Data Center กทม. ถูกตรวจเข้ม พบถังน้ำมันไร้ใบอนุญาต

3 ก.ย. 2569 - 16:40

  • ปูพรมตรวจ Data Center ทั่ว กทม. หลังพบถังน้ำมันความจุกว่า 150,000 ลิตรไม่ได้รับอนุญาต

  • ‘เอกนัฏ’ สั่งบังคับใช้กฎหมายจริงจัง ย้ำการสำรองเชื้อเพลิงต้องไม่กระทบความปลอดภัยประชาชน

  • รัฐเร่งวางระบบกำกับ Data Center ครอบคลุมไฟฟ้า น้ำ สิ่งแวดล้อม และการลงทุน ให้โตคู่เศรษฐกิจ

Data Center กทม. ถูกตรวจเข้ม พบถังน้ำมันไร้ใบอนุญาต

‘เอกนัฏ’ เอาจริง! ปูพรมตรวจ Data Center กทม. พบถังน้ำมันกว่า 1.5 แสนลิตรไร้ใบอนุญาต สั่งดำเนินคดี จัดระบบใหม่ให้โตคู่เศรษฐกิจ ไม่กระทบประชาชน

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ชี้แจงแทนนายกรัฐมนตรีถึงแนวทางกำกับดูแลศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยยืนยันว่ารัฐบาลเดินหน้าตรวจสอบและจัดระเบียบอย่างจริงจัง หลังพบประเด็นการจัดเก็บน้ำมันปริมาณมากเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำรอง ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชนและการใช้ทรัพยากรในพื้นที่

เอกนัฏ กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ Data Center ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา และพบถังเก็บน้ำมันที่มีความจุรวมมากกว่า 150,000 ลิตร แต่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย จึงได้ดำเนินการแจ้งความเพื่อเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้ว พร้อมเตรียมเดินหน้าตรวจสอบ Data Center ทุกแห่งในกรุงเทพมหานคร

หากพบว่ามีการดำเนินการโดยไม่ได้รับใบอนุญาต รัฐบาลจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด โดยกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี

‘เอกนัฏ’ ระบุว่า การกำกับดูแล Data Center ไม่สามารถพิจารณาเฉพาะด้านการลงทุนหรือการเติบโตทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ต้องครอบคลุมถึงความปลอดภัยของประชาชน ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงาน ตลอดจนการใช้ทรัพยากรน้ำและไฟฟ้า เนื่องจาก Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความต้องการใช้พลังงานและทรัพยากรในระดับสูง

ปัญหาดังกล่าวไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นประเด็นที่สะสมมานานประมาณ 3-4 ปี โดยพบว่าถังน้ำมันบางส่วนมีการติดตั้งมาตั้งแต่ปี 2563 จึงจำเป็นต้องเร่งตรวจสอบและจัดระบบให้ชัดเจน เพื่อให้การขยายตัวของ Data Center สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและกฎหมายที่มีอยู่

“หากนำน้ำมันมาปั่นไฟสำรองใช้ในพื้นที่ชุมชน กทม. ทำไม่ได้ ดังนั้นต้องจัดระเบียบใหม่ ต้องตรวจสอบจนกว่าจะมั่นใจว่าเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและไม่กระทบประชาชน พร้อมวางเกณฑ์การใช้ทรัพยากรน้ำและไฟที่เหมาะสม”

เอกนัฏ กล่าว

สำหรับการดำเนินการในระดับพื้นที่ นายเอกนัฏ เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ระงับส่วนที่เกี่ยวข้องไว้ระหว่างการตรวจสอบ เพื่อเปิดทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงและการปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างรอบด้าน

ทั้งนี้ การตรวจสอบ Data Center ทั้งระบบอาจต้องใช้เวลา โดยคาดว่าจะอยู่ในระดับ “หลักเดือน” เนื่องจากต้องตรวจสอบหลายมิติ ตั้งแต่ใบอนุญาต การก่อสร้าง ระบบพลังงาน การจัดเก็บเชื้อเพลิง ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการใช้ทรัพยากรน้ำ

เดินหน้าจัดระเบียบ Data Center ระดับประเทศ

นายเอกนัฏ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา ให้มีการออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งคณะกรรมการ Data Center เพื่อวางกรอบการกำกับดูแลและจัดระเบียบการพัฒนา Data Center ของประเทศ โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ดูแลการจัดระเบียบใหม่

เป้าหมายสำคัญคือทำให้การลงทุน Data Center ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล สามารถเดินหน้าต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันต้องสร้างสมดุลระหว่างการลงทุนกับความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรของประเทศ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานย้ำว่า Data Center เป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ตั้งแต่กระบวนการขออนุญาตก่อสร้าง ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การใช้ไฟฟ้า การจัดหาและสำรองพลังงาน ไปจนถึงการใช้ทรัพยากรน้ำ จึงไม่สามารถให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งรับผิดชอบเพียงลำพังได้

ดังนั้น ในช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนที่จะมีกฎหมายหรือกฎระเบียบใหม่ รัฐบาลจะเน้นการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ให้เกิดผลอย่างจริงจัง เพื่อให้การลงทุน Data Center เดินหน้าภายใต้กรอบที่ชัดเจน และลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่

โจทย์ใหญ่ของ Data Center จึงไม่ใช่แค่ ‘ลงทุนได้หรือไม่’ แต่คือจะทำอย่างไรให้การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลเดินหน้าไปพร้อมกับความมั่นคงด้านพลังงาน ความปลอดภัย และการใช้ทรัพยากรของประเทศอย่างยั่งยืน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์