ECB เตรียมขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ หลังสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านดันราคาน้ำมันพุ่งสูง
ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เตรียมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สองในปีนี้ในการประชุมวันพฤหัสบดี หลังการสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านปะทุหนักขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงและเงินเฟ้อในกลุ่มประเทศยูโรโซน 21 ชาติทะยานแตะระดับสูงสุดในรอบสามปีที่ 3.3% ในเดือนสิงหาคม
วิกฤตพลังงานซ้ำเติมเงินเฟ้อยุโรป
การปะทะกันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในช่วงที่ผ่านมาทำให้ความกังวลเกี่ยวกับการไหลเวียนของพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ยูโรโซนซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศในสัดส่วนสูงได้รับผลกระทบอย่างหนัก เงินเฟ้อที่พุ่งถึง 3.3% นั้นสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ ECB อย่างมีนัยสำคัญ
นักวิเคราะห์คาดขึ้นดอกเบี้ยแน่นอน
แอนดรูว์ เคนนิงแฮม หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ยุโรปจาก Capital Economics ระบุว่า คณะกรรมการกำกับดูแล ECB มีแนวโน้มแน่วแน่ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากจาก 2.25% เป็น 2.5% โดย ECB เคยขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2023 ก่อนจะหยุดรอดูสถานการณ์ในการประชุมเดือนกรกฎาคม สมาชิกคณะกรรมการอย่าง อิซาเบล ชนาเบล และ โยอาคิม นาเกล ต่างส่งสัญญาณชัดเจนว่าพร้อมกลับมาใช้นโยบายดอกเบี้ยขาขึ้นอีกครั้ง
นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนไม่เห็นด้วย
อย่างไรก็ตาม เฟลิกซ์ ชมิดต์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากธนาคาร Berenberg แสดงความเห็นต่างว่า การขึ้นดอกเบี้ยในครั้งนี้เป็น "ความผิดพลาด" เนื่องจากราคาที่พุ่งสูงมาจากวิกฤตอุปทานพลังงานล้วนๆ ไม่ใช่อุปสงค์ที่ร้อนแรงเกินไป และนโยบายการเงินแบบเข้มงวดไม่อาจแก้ปัญหาอุปทานช็อกได้
ECB ส่งสัญญาณยึดข้อมูลเป็นหลัก
แม้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่า ECB จะหยุดพักการขึ้นดอกเบี้ยหลังการประชุมสัปดาห์นี้ แต่ประธาน ECB คริสทีน ลาการ์ด มีแนวโน้มจะไม่ให้คำมั่นใดๆ ในแถลงการณ์หลังการประชุม โดย นาเกล ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางเยอรมนีด้วย ย้ำว่าความไม่แน่นอนของราคาน้ำมันและก๊าซ รวมถึงความผันผวนในตลาดการเงิน ทำให้ยังไม่สามารถให้ทิศทางนโยบายในอนาคตได้ชัดเจน







