ECB จับตาตะวันออกกลาง ก่อนประชุมอัตราดอกเบี้ยพฤหัสบดีนี้
ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เตรียมเข้าสู่การประชุมกำหนดนโยบายอัตราดอกเบี้ยในวันพฤหัสบดีนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากการสู้รบที่ปะทุขึ้นใหม่ระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งผลให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบหยุดชะงัก และดันราคาพลังงานโลกพุ่งขึ้นอีกครั้ง
ช่องแคบฮอร์มุซ: หัวใจพลังงานโลกที่ถูกคุกคาม
ช่องแคบฮอร์มุซในภาวะปกติทำหน้าที่เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราว 1 ใน 5 ของปริมาณการใช้ทั่วโลก การสู้รบที่ดำเนินมาต่อเนื่องกว่าสองสัปดาห์ทำให้เส้นทางนี้แทบถูกปิดตาย กระทบห่วงโซ่อุปทานพลังงานทั่วยุโรปที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในระดับสูง
ก่อนหน้านี้ ECB ได้ขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 2.25% ในเดือนมิถุนายน นับเป็นธนาคารกลางชั้นนำแห่งแรกที่ปรับขึ้นดอกเบี้ยภายหลังช่องแคบฮอร์มุซปิดตัวเกือบสมบูรณ์
บันทึกความเข้าใจ ดับหวัง หลังการสู้รบกลับมา
แม้สหรัฐฯ และอิหร่านจะลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกันเมื่อเดือนที่แล้ว สร้างความหวังว่าความขัดแย้งจะยุติลงอย่างยั่งยืน แต่การสู้รบที่ปะทุขึ้นอีกครั้งได้ดึงราคาพลังงานกลับขึ้นสู่ระดับสูง บดบังตัวเลขเงินเฟ้อยูโรโซนที่ชะลอลงสู่ 2.8% ในเดือนมิถุนายน
นักวิเคราะห์จากธนาคาร UniCredit ระบุว่า "ราคาพลังงานได้พลิกกลับจากทิศทางขาลงหลังการลงนามบันทึกความเข้าใจ ทำให้ข้อมูลเงินเฟ้อเดือนมิถุนายนกลายเป็นข้อมูลที่ล้าสมัยไปแล้ว"
นักเศรษฐศาสตร์ชี้ ECB น่าจะ 'รอดู' ก่อน
นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของธนาคาร Berenberg ฟีลิกซ์ ชมิดท์ เปิดเผยกับสำนักข่าว AFP ว่าไม่คาดว่า ECB จะเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากราคาน้ำมันยังไม่พุ่งขึ้นสูงมากนัก และยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าเงินเฟ้อจะลุกลามไปยังสินค้าและบริการหมวดอื่น
อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์จาก ING คาร์สเทน บร์เซสกี ชี้ว่ายังมีโอกาสเล็กน้อยที่ ECB อาจขึ้นดอกเบี้ย เนื่องจากการสู้รบที่กลับมาดันราคาน้ำมันสู่ระดับที่ ECB เคยประมาณการณ์ไว้ในกรณีฐาน ซึ่งคาดว่าเงินเฟ้อจะเกินเป้าหมาย 2% ทั้งปีนี้และปีหน้า
ด้านโยอาคิม นาเกล สมาชิกคณะกรรมการบริหารของ ECB จากเยอรมนี ยอมรับถึงความไม่แน่นอนว่า "ผมไม่ทราบว่าเราจะต้องดำเนินการอย่างไรในการประชุมเดือนกรกฎาคม มีโอกาสที่เราต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม หรืออาจคงระดับเดิม หรืออาจต้องทำสิ่งอื่น"







