ธปท. ปฏิรูปกู้เงิน เปลี่ยนข้อมูลเป็นหลักประกัน ช่วย SME รอดหนี้

9 ก.ย. 2569 - 15:47

  • ปลดล็อกกู้เงินไม่พึ่งโฉนด

  • แก้หนี้พุ่งและอัดฉีดสภาพคล่อง

  • SME ต้องเร่งปรับตัวรับกติกาใหม่

ธปท. ปฏิรูปกู้เงิน เปลี่ยนข้อมูลเป็นหลักประกัน ช่วย SME รอดหนี้

ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวในลักษณะ K-Shaped กลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อย (SME) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจกลับกำลังเผชิญศึกหนักจากทั้งต้นทุนการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้น และปัญหาหนี้สินที่สะสมต่อเนื่อง ข้อจำกัดสำคัญที่เปรียบเสมือน กำแพงกั้น SME จากโอกาสในการเติบโต คือการไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้อย่างเท่าเทียมและทันท่วงที

เพื่อแก้โจทย์เชิงโครงสร้างนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงได้เร่งผลักดันนโยบาย Open Banking ผ่านกลไกการเชื่อมโยงข้อมูลภายใต้แนวคิด Your Data (ข้อมูลของคุณ... เพื่อประโยชน์ของคุณ) ซึ่งนับเป็นการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินครั้งใหญ่ของประเทศ ที่จะเปลี่ยนผ่านจากการมองข้อมูลเป็นสินทรัพย์ของสถาบันการเงิน มาสู่การคืนสิทธิ์ในข้อมูลให้แก่ผู้ใช้บริการและผู้ประกอบการ

1.        ปลายทางความเหลื่อมล้ำ

จากหลักทรัพย์ค้ำประกัน สู่ Information-based Lending ในระบบการเงินแบบดั้งเดิม สถาบันการเงินมักประเมินความเสี่ยงของลูกหนี้โดยพึ่งพา หลักประกัน เช่น โฉนดที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้าง ควบคู่ไปกับรายการเดินบัญชี (Statement) ของธนาคารนั้น ๆ ส่งผลให้ SME รายย่อยที่มีกระแสเงินสดหมุนเวียนดีแต่ขาดหลักทรัพย์ ต้องตกอยู่ในภาวะติดล็อคทางข้อมูล (Information Asymmetry) และถูกปฏิเสธการขอสินเชื่อ หรือต้องแบกรับอัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินจริง

การเข้ามาของ Open Banking จะปลดล็อกการส่งต่อข้อมูลข้ามสถาบันการเงิน (Data Portability) ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญดังนี้

·       การแชร์ข้อมูลข้ามสถาบัน (Cross-Institutional Data Sharing): ผู้ประกอบการสามารถให้ความยินยอม (Consent) ในการส่งข้อมูลสเตตเมนต์หรือประวัติการชำระหนี้จากธนาคารเดิม ไปยังธนาคารแห่งใหม่ผ่านช่องทางดิจิทัลได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาขอเอกสารกระดาษ

·       การดึงข้อมูลทางเลือก (Alternative Data): สถาบันการเงินสามารถนำข้อมูลพฤติกรรมนอกภาคการเงิน เช่น ประวัติการจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบริการโทรคมนาคม ประวัติการเสียภาษี (e-Tax) หรือยอดขายบนแพลตฟอร์ม e-Commerce และ POS มาประเมินศักยภาพการชำระหนี้

·       สินเชื่อฐานข้อมูล (Information-based Lending): การอนุมัติสินเชื่อจะอ้างอิงจาก "กระแสเงินสดและความสามารถในการทำธุรกิจจริง" มากกว่าการพึ่งพาโฉนดที่ดิน ทำให้ SME รายย่อยกู้เงินในระบบได้ง่ายขึ้นด้วยต้นทุนที่สะท้อนความเสี่ยงที่แท้จริง

2.    กลไกแก้ไขปัญหาหนี้สินและการเพิ่มสภาพคล่องในทางปฏิบัติ

นอกเหนือจากการเพิ่มโอกาสในการกู้เงินใหม่ นโยบาย Open Data ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการคลี่คลายปัญหาหนี้เสีย (NPL) และเพิ่มสภาพคล่องให้ภาคธุรกิจใน 3 มิติหลัก

·       กระตุ้นการแข่งขันด้านดอกเบี้ยเพื่อลดต้นทุน: เมื่อข้อมูลการเงินเชื่อมโยงระหว่างกัน SME สามารถใช้ข้อมูลประวัติการเงินเพื่อเปรียบเทียบข้อเสนอสินเชื่อจากหลายสถาบันการเงินพร้อมกันได้อย่างรวดเร็ว สร้างอำนาจต่อรองให้ผู้ประกอบการได้รับอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขการกู้ยืมที่ถูกลง

·       ปลดล็อกการรีไฟแนนซ์และการรวมหนี้ (Refinancing): การแชร์ข้อมูลภาระหนี้สินแบบครบวงจร ช่วยให้สถาบันการเงินเห็นภาพรวมหนี้ทั้งหมดของผู้กู้ได้อย่างถูกต้อง สามารถวางแผนรีไฟแนนซ์และปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับกระแสเงินสดจริง ช่วยลดภาระค่างวดต่อเดือนอย่างได้ผล

·       อัดฉีดสินเชื่อหมุนเวียนระยะสั้น (Supply Chain Finance): ใช้ข้อมูลใบแจ้งหนี้ (Invoice) หรือยอดสั่งซื้อจริงในการอนุมัติสินเชื่อเพื่อซื้อสินค้าหรือหมุนเวียนคลังสินค้า ช่วยเพิ่มสภาพคล่องฉุกเฉินได้ทันทีโดยไม่ต้องรอรอบการชำระเงินที่ยาวนาน

3.    ข้อควรระวังและแนวทางปรับตัวของ SME ไทย

แม้ Open Banking จะเป็นโอกาสครั้งใหญ่ แต่ประโยชน์สูงสุดจะตกอยู่กับผู้ประกอบการที่มีความพร้อมในการปรับตัว โดย SME จำเป็นต้องเร่งยกระดับการบริหารจัดการภายใน ดังนี้

·       การเข้าสู่ระบบบัญชีเล่มเดียว (Single Account): การบันทึกรายรับ-รายจ่ายที่ถูกต้องและโปร่งใส จะกลายเป็น "โปรไฟล์ทางการเงิน" ชั้นดีที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือบนโลกดิจิทัล

·       การสร้าง Digital Footprint: ปรับเปลี่ยนช่องทางการชำระเงินและการค้าขายเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น PromptPay, QR Payment, e-Invoicing) เพื่อสร้างประวัติการทำธุรกรรมย่อยที่ตรวจสอบได้

·       การบริหารความยินยอมและการปกป้องข้อมูล (Data Privacy): ศึกษาเงื่อนไขการให้ความยินยอมเปิดเผยข้อมูล (Consent Management) เพื่อปกป้องความลับทางการค้าและความเป็นส่วนตัวของธุรกิจ

ก้าวสำคัญสู่ความเท่าเทียมทางการเงิน

นโยบาย Open Banking และ โครงการ Your Data ของ ธปท. ไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยีหรือระบบสถาบันการเงิน แต่คือการปฏิรูปเชิงโครงสร้างที่จะทลายข้อจำกัดเดิม ๆ และคืนอำนาจทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบการไทย การปลดล็อกให้ข้อมูลกลายเป็นหลักประกันรูปแบบใหม่ จะช่วยเติมสภาพคล่อง บรรเทาภาระหนี้สิน และสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนภาค SME ให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

ข้อมูลอ้างอิง

ธนาคารแห่งประเทศไทย

สมาคมธนาคารไทย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์