ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธอส. ชี้ เศรษฐกิจจีนชะลอตัว อาจกระทบอสังหาริมทรัพย์ปี 67 ส่วน ‘ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค’ มองกระทบตลาดกลางลงล่าง ไม่กระทบตลาดบน

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ประเมินว่า กำลังซื้อของนักลงทุนชาวจีนในภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย ในปี 2567 มี 2 ปัจจัยที่ต้องจับตา คือ เศรษฐกิจจีนที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงในปีหน้า เหตุจากปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ในจีนที่กำลังขาดสภาพคล่องทำให้เกิดการลงทุนลดลงในประเทศ ส่งผลให้นักลงทุนอาจจะไม่มีกำลังซื้อเหมือนช่วงที่ผ่านมา จึงอาจจะทำให้ยอดขายอสังหาริมทรัพย์ไทยได้รับผลกระทบ
และอีกปัจจัย คือ รัฐบาลจีน มองเห็นโอเวอร์ซัพพลายของยูนิตอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่ในประเทศจีน จึงอาจมีความพยายามเข้ามาควบคุม และไม่ส่งเสริมประชากรซื้อที่อยู่อาศัยในประเทศอื่นๆ รวมถึงในประเทศไทยด้วย จึงต้องติดตามว่าใน 2567 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย จะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจมากน้อยอย่างไร
รัฐบาลจีน เขาคงให้เกิดความพยายามซื้อ และระบาย ซัพพลายอสังหาริมทรัพย์ในบ้านเขาก่อน อาจจะควบคุม หรือไม่ส่งเสริมให้มีการซื้ออสังหาริมทรัพย์นอกประเทศ
ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธอส.และรักษาการ ผอ. ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์
รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เสริมว่าข้อมูลยอดโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาของปี 2566 (มกราคม - กันยายน) สำหรับกรรมสิทธิ์ห้องชุดของคนต่างชาติในไตรมาส 3 ปี 2566 ในช่วง 9 เดือนแรก (มกราคม - กันยายน) เป็นจำนวน 10,703 หน่วย มูลค่า 52,259 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 37.6
โดยมี ผู้ซื้อสัญชาติจีน ยังคงเป็นอันดับ 1 มีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดทั่วประเทศมากที่สุดในช่วง 9 เดือนแรก โดยมีจำนวนทั้งหมด 4,991 หน่วย หรือร้อยละ 46.6 ของหน่วยทั้งหมด และอันดับรองลงมา ได้แก่ รัสเซีย จำนวน 962 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 9.0 อันดับ 3 คือ สหรัฐอเมริกา จำนวน 422 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.9
ซึ่งสัญชาติอันดับ 1 และ 2 สอดคล้องกันระหว่างหน่วยและมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด โดยมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ของ ชาวจีน มีมูลค่าสูงสุด 24,740 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 47.3 ของมูลค่าทั้งหมด และอันดับสองยังคงเป็นผู้ซื้อสัญชาติ รัสเซีย มีมูลค่า 3,436 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 6.6
แต่อันดับที่ 3 กลับเป็นผู้ซื้อสัญชาติ เมียนมาร์ มูลค่า 2,250 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 4.3

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ วิเคราะห์เพิ่มเติมว่า สัญชาติที่น่าสนใจ คือ ‘รัสเซีย’ เดิมที่มีสัดส่วนผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 5-6 % ขึ้นมาเป็นเกือบ 10 % คาดว่าเพราะคนรัสเซีย อาจจะต้องการหลบหนีจากเกิดจากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนในบ้านเกิด ทำให้หลายคนมองหาบ้านหลังที่สอง และเลือกประเทศไทย
‘ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค’ มองกำลังซื้อจีนหดตัว ไม่กระทบ

ละเอียด โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิมานสุริยา จำกัด และผู้พัฒนาโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค คอนโดหรู (มูลค่ามากกว่า 4 แสนบาทต่อตารางเมตร เริ่มต้นพื้นที่ 55 ตร.ม.หรือยูนิต เริ่มต้นราว 22 ล้านบาท )
กล่าวว่า คอนโดในโครงการ ‘ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค’ ไม่ได้พึ่งพากำลังซื้อจากลูกค้าต่างชาติสัญชาติจีนเป็นหลัก หรือ เพิ่งพานักลงทุนชาติใดมากอย่างมีนัยยะสำคัญ ดังนั้น จึงประเมินว่า กำลังซื้อของเศรษฐกิจจีนจะไม่กระทบกับภาพรวมของโครงการ

เช่นเดียวกับ กรกช เจริญปลั่ง ผู้ดูแลโครงการ The Residences at Dusit Central Park ระบุว่ากลุ่มลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติของโครงการฯเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงถึงสูงมาก (Luxury) ระดับกลางขึ้นบน ดังนั้น ภาพรวมของโครงการฯ จึงไม่ได้รับผลกระทบ แต่หากเป็นโครงการคอนโดที่มูลค่าราว 1-5 ล้านบาทต่อยูนิต อาจจะได้รับผลกระทบบาง จากเศรษฐกิจจีนที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง