ค่าไฟ 200 หน่วยแรกใกล้ชัด
กกพ.เปิดรับฟังความเห็น ก่อนเคาะโครงสร้างใหม่
สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อข้อเสนอของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า (Progressive Rate) โดยกำหนดให้ การใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก มีอัตราค่าไฟไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ตามนโยบายของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)
การเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ ถือเป็นอีกขั้นตอนสำคัญก่อนที่ กกพ. จะพิจารณาให้ความเห็นชอบโครงสร้างค่าไฟใหม่ ซึ่งหากผ่านความเห็นชอบ จะเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างค่าไฟภาคครัวเรือนครั้งสำคัญของไทยในรอบหลายปี
3 การไฟฟ้าเสนอ ปรับโครงสร้างทั้งระบบ
ข้อเสนอของ 3 การไฟฟ้าไม่ได้มีเพียงการลดภาระค่าไฟสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรกเท่านั้น แต่ยังเสนอให้ ทบทวนนิยาม “ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย” ให้สอดคล้องกับรูปแบบการอยู่อาศัยของประชาชนที่เปลี่ยนไป
กลุ่มที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ได้แก่
• บ้านที่ยังไม่มีทะเบียนบ้านหรือใช้ไฟฟ้าชั่วคราว
• ผู้พักอาศัยในบ้านเช่า
• ผู้เช่าหอพักและอพาร์ตเมนต์
• รูปแบบการอยู่อาศัยที่เดิมอาจไม่ได้รับสิทธิในฐานะผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย
ประเด็นนี้ถูกจับตาอย่างมาก เพราะที่ผ่านมา ผู้เช่าหอพักและอพาร์ตเมนต์จำนวนไม่น้อยต้องจ่ายค่าไฟในอัตราที่สูงกว่าผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัย แม้ว่าจะเป็นการใช้ไฟเพื่อการอยู่อาศัยเช่นเดียวกัน
โจทย์ใหญ่ คือ ‘ความเป็นธรรม’ ของค่าไฟ
การกำหนดอัตราค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย เป็นนโยบายที่รัฐบาลประกาศไว้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 โดยมีเป้าหมายลดภาระค่าครองชีพของครัวเรือน และปรับโครงสร้างค่าไฟให้สะท้อนการใช้ไฟฟ้าจริงมากขึ้น
ขณะเดียวกัน กพช. ยังมีมติให้นำ ค่าใช้จ่ายไฟฟ้าสาธารณะ ออกจากการคำนวณค่าไฟของผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการปรับโครงสร้างต้นทุนให้เป็นธรรมยิ่งขึ้น
ผลกระทบไม่ได้อยู่แค่บิลค่าไฟ
แม้มาตรการดังกล่าวจะถูกมองว่าเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน แต่ในอีกด้านหนึ่ง การปรับโครงสร้างค่าไฟยังเป็นโจทย์สำคัญของระบบพลังงานไทย เพราะต้องสร้างสมดุลระหว่าง การช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้า การรักษาเสถียรภาพทางการเงินของการไฟฟ้า และการสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของระบบผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า
หากกำหนดอัตราค่าไฟต่ำกว่าต้นทุนเป็นเวลานาน ภาครัฐอาจต้องจัดหาแหล่งเงินชดเชย หรือบริหารต้นทุนด้านพลังงานในส่วนอื่นควบคู่กันไป
ขั้นตอนต่อไป
สำนักงาน กกพ. เปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ผู้ใช้ไฟฟ้า และผู้มีส่วนได้เสีย ระหว่างวันที่ 24-31 กรกฎาคม 2569 ก่อนรวบรวมข้อคิดเห็นทั้งหมดเสนอให้ กกพ. พิจารณา
ผลการพิจารณาครั้งนี้จะเป็นตัวกำหนดว่า นโยบาย “ค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท”จะออกมาในรูปแบบใด และครอบคลุมผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มใดบ้าง ซึ่งมีผลโดยตรงต่อค่าครองชีพของครัวเรือนทั่วประเทศ




