Gastronomy tourism เทรนด์โลก ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ สร้างมูลค่าเศรษฐกิจไทย
ท่ามกลางการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก ‘อาหาร’ กำลังกลายเป็นมากกว่าปัจจัยพื้นฐาน แต่เป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจที่สามารถดึงดูดนักเดินทาง สร้างรายได้ และสะท้อนอัตลักษณ์ของประเทศ
ล่าสุด ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) โดย โชติกา ชุ่มมี ผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการผลิต ชี้ ‘การท่องเที่ยวเชิงอาหาร’ หรือ Gastronomy tourism กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นทั่วโลก หลังนักท่องเที่ยวยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการเดินทางที่มาพร้อมประสบการณ์ การเรียนรู้วัฒนธรรม และเรื่องราวเบื้องหลังอาหารในแต่ละพื้นที่
ข้อมูลจาก World Food Travel Association ระบุว่า ตลาดการท่องเที่ยวเชิงอาหารทั่วโลกในปี 2024 มีมูลค่าประมาณ 13,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเติบโตขึ้นเป็น 84,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2034 หรือขยายตัวเฉลี่ย 19.8% ต่อปี
SCB EIC ประเมินว่า Gastronomy tourism จะเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญของไทยในการยกระดับอาหารไทยให้กลายเป็น Soft Power และเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ผ่านการเชื่อมโยงตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิตวัตถุดิบ ร้านอาหาร ชุมชน ไปจนถึงภาคการท่องเที่ยว

เทรนด์โลกเปลี่ยน นักท่องเที่ยวไม่ได้ซื้อแค่ ‘อาหาร’ แต่ซื้อ ‘ประสบการณ์’
Gastronomy tourism คือรูปแบบการท่องเที่ยวที่ใช้อาหารเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างนักท่องเที่ยวกับวัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยครอบคลุมตั้งแต่การเรียนรู้แหล่งกำเนิดวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การปรุงอาหาร ไปจนถึงกิจกรรมต่าง ๆ เช่น เทศกาลอาหาร ตลาดพื้นเมือง การท่องเที่ยวเชิงเกษตร และการเรียนทำอาหาร
ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันตลาดนี้ให้เติบโต มาจากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Millennials ที่ต้องการประสบการณ์เฉพาะตัว มากกว่าการเดินทางแบบเดิม
ขณะเดียวกัน Social media ยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างกระแส จากร้านอาหารท้องถิ่นเล็ก ๆ หรือเมนูพื้นบ้านที่สามารถกลายเป็นจุดหมายระดับโลกได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว ผ่านภาพ คลิปวิดีโอ และรีวิวจากนักเดินทาง
นักท่องเที่ยวสายอาหาร กลุ่มคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง
จุดเด่นของนักท่องเที่ยวกลุ่ม Gastronomy tourists คือพฤติกรรมการใช้จ่ายที่แตกต่างจากนักท่องเที่ยวทั่วไป โดยมีค่าใช้จ่ายต่อหัวสูงกว่าเฉลี่ย 20-30%
นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้พร้อมจ่ายเพื่อแลกกับประสบการณ์ที่มีคุณค่า เช่น การรับประทานอาหารในร้านชื่อดัง การเข้าถึงวัตถุดิบท้องถิ่น การเรียนรู้วิธีการปรุงอาหาร หรือการสัมผัสเรื่องราวของพื้นที่ผ่านอาหาร
นอกจากนี้ อาหารยังมีพลังในการสร้างความผูกพัน ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากกลับมาเยือนสถานที่เดิมซ้ำ เพื่อสัมผัสรสชาติและความทรงจำที่เคยได้รับ
ไทยติดอันดับ 2 จุดหมายอาหารโลก มีจุดแข็งพร้อมต่อยอด
ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนา Gastronomy destination จากจุดแข็งด้านวัฒนธรรมอาหารที่หลากหลาย วัตถุดิบที่มีเอกลักษณ์ และชื่อเสียงของอาหารไทยในระดับนานาชาติ
ผลสำรวจภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหารของไทยในปี 2025 โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า ไทยได้รับการโหวตเป็นอันดับ 2 ด้านแหล่งท่องเที่ยวอาหาร รองจากญี่ปุ่น
ความได้เปรียบของไทยประกอบด้วย
• ความหลากหลายของวัตถุดิบและภูมิปัญญาท้องถิ่น
• อาหารไทยที่มีเอกลักษณ์และเป็นที่รู้จักทั่วโลก
• ความพร้อมของร้านอาหารตั้งแต่ Street food ถึง Fine dining
• มาตรฐานร้านอาหารระดับสากลผ่าน Michelin Guide
• การผลักดันอาหารไทยเป็น Soft Power ของประเทศ
จากอาหารท้องถิ่น สู่รายได้ชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก
การท่องเที่ยวเชิงอาหารไม่ได้สร้างรายได้เฉพาะร้านอาหาร แต่สามารถกระจายผลประโยชน์ตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิตวัตถุดิบ ผู้ประกอบการท้องถิ่น ไปจนถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว
ตัวอย่างเช่น การนำวัตถุดิบพื้นถิ่นมาสร้างเมนู การเปิดเส้นทางท่องเที่ยวอาหาร การทำโฮมสเตย์ หรือกิจกรรมเรียนรู้วิถีชุมชน ล้วนช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรในพื้นที่ และสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน
นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจยั่งยืน ทั้งการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ลดการขนส่ง ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ และลด Food waste
โจทย์สำคัญไทย ยกระดับจาก ‘อาหารอร่อย’ สู่ ‘ประสบการณ์ระดับโลก’
แม้ไทยจะมีจุดแข็งด้านอาหาร แต่การก้าวสู่ระดับโลกยังต้องพัฒนาอีกหลายด้าน ทั้งมาตรฐานสุขอนามัย การสร้างเรื่องราวให้กับอาหาร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการเชื่อมโยงข้อมูลตลอดห่วงโซ่อาหาร
SCB EIC มองว่า ไทยควรสร้างระบบนิเวศ Gastronomy tourism แบบครบวงจร เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมอาหารและการท่องเที่ยว
ท้ายที่สุด Gastronomy tourism ไม่ใช่เพียงการเดินทางเพื่อ ‘กิน’ แต่คือการเดินทางเพื่อค้นพบวัฒนธรรม เรื่องราว และตัวตนของแต่ละพื้นที่
หากไทยสามารถต่อยอดจุดแข็งด้านอาหารอย่างเป็นระบบ อาหารไทยจะสามารถก้าวจากเมนูยอดนิยม สู่ Soft Power ทางเศรษฐกิจที่สร้างรายได้และความยั่งยืนให้ประเทศในระยะยาว





