คืนนี้ตลาดทองคำมีอีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ให้ต้องจับตา เมื่อ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) เตรียมขึ้นเวทีประชุม Jackson Hole ในวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม เวลา 21.00 น. ตามเวลาไทย
แม้สิ่งที่ตลาดรอฟังจะเป็นเพียง “ถ้อยแถลง” แต่สำหรับตลาดการเงิน คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคอาจกลายเป็นตัวเร่งให้ทั้ง Bond Yield ดอลลาร์ และราคาทองคำ เปลี่ยนทิศได้ทันที
GCAP GOLD โดย 'อารีรัตน์ มุราชัย' หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด มองว่า ท่าทีของ Warsh จึงเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่ตลาดใช้ประเมินว่า Fed จะเดินหน้ากับนโยบายการเงินอย่างไรในช่วงที่เหลือของปี ท่ามกลางโจทย์ที่ยังไม่ง่าย ทั้งเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ยังมีแรงกดดัน และ Bond Yield ระยะยาวที่ผันผวนจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและฐานะการคลังของสหรัฐฯ
ทำไมตลาดถึงจับตา “Warsh” เป็นพิเศษ?
ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงว่า Fed จะ “ลดดอกเบี้ยหรือไม่” แต่คือ Fed กังวลเรื่องเงินเฟ้อมากแค่ไหน
หาก Warsh ส่งสัญญาณว่า Fed ยังให้น้ำหนักกับเงินเฟ้อ และพร้อมรักษานโยบายการเงินที่เข้มงวด ตลาดอาจตีความเป็นสัญญาณ Hawkish ผลที่ตามมาอาจเป็น Bond Yield และดอลลาร์ที่ปรับตัวขึ้น ซึ่งจะกลายเป็นแรงกดดันต่อทองคำในระยะสั้น
แต่หากท่าทีออกมาไม่ได้ Hawkish ไปกว่าที่ตลาดคาด ก็อาจช่วยจำกัดแรงกดดันจาก Yield และดอลลาร์ และเปิดพื้นที่ให้ทองคำกลับมาฟื้นตัวได้
อย่างไรก็ดี คืนนี้ไม่ได้จับตาแค่ Warsh แต่กำลังจับตา “ทิศทางดอกเบี้ย Fed” ผ่านคำพูดของ Kevin Warsh
ทองพักฐาน แต่ “ขาขึ้น” ยังไม่พัง
สำหรับราคาทองคำ GCAP GOLD ประเมินว่า ขณะนี้ทองคำอยู่ในช่วง พักฐานหลังจากปรับตัวขึ้นแรง แต่ภาพใหญ่ยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นขาลง
ดังนั้นกลยุทธ์ในจังหวะนี้จึงไม่ใช่การไล่ราคา แต่เป็นการ รอซื้อเมื่อราคาย่อตัวเข้าใกล้แนวรับ
โดยแนวรับสำคัญอยู่ที่ 4,530–4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือทองคำไทยประมาณ 70,500–70,200 บาท
หากราคายังสามารถรักษาฐานบริเวณดังกล่าวได้ ตลาดยังมีโอกาสเห็นการฟื้นตัวกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 4,670–4,700 ดอลลาร์ หรือทองไทยประมาณ 72,300–72,600 บาท และจุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ 4,700 ดอลลาร์
หากทองคำสามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับนี้ได้อย่างชัดเจน จะถือเป็นสัญญาณบวกต่อโมเมนตัมขาขึ้น และเพิ่มโอกาสที่ทองจะกลับมาเดินหน้าต่อ
คืนนี้จึงต้องจับตา 3 ตัวแปร
Warsh พูดอะไร → Yield เคลื่อนไหวอย่างไร → ทองจะไปทางไหน
หาก Warsh ไม่ส่งสัญญาณ Hawkish เพิ่มเติม ทองคำอาจได้แรงหนุนจากการผ่อนคลายแรงกดดันของ Yield และดอลลาร์ แต่หากน้ำหนักคำพูดออกมาเข้มกว่าที่ตลาดคาด การปรับขึ้นของ Yield และดอลลาร์ก็อาจกดดันทองคำให้พักฐานต่อ
สำหรับนักลงทุน สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การคาดเดาว่า “ทองจะขึ้นหรือลงคืนนี้” แต่คือการจับตาว่า ตลาดกำลังตีความคำพูดของ Fed ไปในทิศทางไหน เพราะในช่วงที่ทองคำยังอยู่บนโครงสร้างขาขึ้น จังหวะย่ออาจกลายเป็นโอกาส ขณะที่การไล่ราคาอาจเพิ่มความเสี่ยงได้






