เฟดเข้า Blackout Period จับตาทองคำฟื้นตัว ลุ้นผ่าน $4,225 ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อ-สงคราม

19 ต.ค. 2569 - 10:17

  • เฟดเข้าสู่ช่วง Blackout Period (17–29 ต.ค.): เจ้าหน้าที่เฟดงดแสดงความเห็นเรื่องนโยบายการเงิน ขณะที่ตลาดให้น้ำหนักกว่า 70% ว่าเฟดจะ คงอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมปลายเดือนนี้

  • ราคาทองคำฟื้นตัวใกล้แนวต้านสำคัญ: ทองคำโลกเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 4,220–4,225 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาทองคำแท่งในประเทศตามประกาศสมาคมค้าทองคำอยู่ที่ 66,200 บาท (ขายออก)

  • ปัจจัยหนุนจากเงินเฟ้อและภูมิรัฐศาสตร์: ตัวเลขเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ ที่ 3.6% และความตึงเครียดในตะวันออกกลางและช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญให้ทองคำทรงตัวในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

เฟดเข้า Blackout Period จับตาทองคำฟื้นตัว ลุ้นผ่าน $4,225 ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อ-สงคราม

สัปดาห์นี้ตลาดการเงินโลกจับตาความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ เมื่อธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เข้าสู่ช่วง Blackout Period ระหว่างวันที่ 17–29 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่เฟดงดแสดงความเห็นหรือให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับนโยบายการเงิน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการประชุมอัตราดอกเบี้ยที่จะมีขึ้นในวันที่ 28–29 ตุลาคมนี้ท่ามกลางปัจจัยรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นทิศทางดอกเบี้ยเฟด เงินเฟ้อสหรัฐฯ สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และผลสรุปจากการประชุม IMF และ World Bank ที่ประเทศไทย

อัปเดตราคาทองคำล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำและตลาดโลก

ภาพรวมความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลกและในประเทศ (อ้างอิงข้อมูลจาก CNBC และสมาคมค้าทองคำ):

  • ราคาทองคำ Spot: ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ $4,173.59 ต่อออนซ์ (บวก 0.2%) ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นสู่ระดับ $4,194.05 (บวก 0.3%)
  • ราคาทองคำแท่งในประเทศ (สมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 19 ต.ค. 2569 เวลา 09:59 น. ครั้งที่ 4):
    • รับซื้อ: 65,950.00 บาท
    • ขายออก: 66,200.00 บาท(ปรับตัวขึ้น +100 บาทจากวันก่อนหน้า)
  • ราคาทองรูปพรรณ (สมาคมค้าทองคำ):
    • ฐานภาษี: 64,672.56 บาท
    • ขายออก: 67,000.00 บาท

เจาะลึกปัจจัยหนุนและกดดันราคาทองคำ

เฟดส่งสัญญาณชะลอขึ้นดอกเบี้ย & มุมมองจาก "เควิน วอร์ช"

คำแถลงของประธานเฟด เคนวิน วอร์ช (Kevin Warsh) ระหว่างการเดินทางมาเยือนประเทศไทยและร่วมเสวนากับIMFเน้นย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลเสถียรภาพด้านราคา แต่ปฏิเสธที่จะส่งสัญญาณล่วงหน้าเรื่องทิศทางดอกเบี้ยตลอดปี 2569 โดยระบุว่าตัวเลขเศรษฐกิจ ผลผลิต และการจ้างงานจะเป็นตัวแปรสำคัญส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดมีโอกาสคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคมนี้สูงกว่า 70% ตามเครื่องมือ CME FedWatch Tool

เงินเฟ้อสหรัฐฯ และแรงกดดันจากราคาน้ำมัน

สหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีเงินเฟ้อ CPI ขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ระดับ 3.6% สูงกว่าคาดการณ์เล็กน้อยประกอบกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ยังคงทรงตัวในระดับสูงจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นปัจจัยผลักดันเงินเฟ้อและทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกอาจต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าคาด

บทเรียนจากการประชุม IMF และ World Bank ในไทย

การประชุม IMF และ World Bank ประจำปี ณ ประเทศไทย (12–18 ต.ค.) ปิดฉากลงพร้อมคำเตือนให้รัฐบาลทั่วโลกรัดเข็มขัด ลดการขาดดุลงบประมาณ เนื่องจากหนี้สาธารณะทั่วโลกพุ่งแตะ 100% ของ GDP (สูงสุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2)ภาวะดังกล่าวสร้างความเปราะบางทางเศรษฐกิจในระยะยาว แม้อาจไม่ได้ส่งผลบวกต่อทองคำในทันที แต่นักลงทุนทั่วโลกยังคงมองว่าทองคำคือ “สินทรัพย์ปลอดภัย” ชั้นยอดในการป้องกันความเสี่ยงด้านการคลัง

มุมมองทางภูมิรัฐศาสตร์ (รัสเซีย–ยูเครน และตะวันออกกลาง)

สหรัฐฯ อยู่ระหว่างพิจารณาปลดล็อกทรัพย์สินรัสเซียที่ถูกอายัดเพื่อผลักดันข้อตกลงหยุดยิง ขณะที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดหากความขัดแย้งคลี่คลายและอุปทานน้ำมันกลับสู่ภาวะปกติ จะส่งผลบวกต่อราคาทองคำในภาพรวม แต่ความเสี่ยงที่ยังมีอยู่ทำให้ราคาทองคำยังคงมีแรงซื้อเข้ามาพยุงอย่างต่อเนื่อง

วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและการลงทุน (ฮั่วเซงเฮง)

  • ภาพรวมทางเทคนิค: ราคาทองคำโลกเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways โดยมีแนวต้านสำคัญบริเวณ 4,220 – 4,225 ดอลลาร์ (เส้นแนวโน้มขาลงและเส้น EMA200 ของกราฟราย 4 ชั่วโมง)หากทะลุกรอบนี้ได้มีโอกาสทดสอบเป้าหมาย 4,270 ดอลลาร์ แต่หากยังไม่ผ่าน อาจย่อตัวลงเพื่อสร้างฐานบริเวณแนวรับ 4,100 ดอลลาร์ และ 4,065 – 4,075 ดอลลาร์
  • คำแนะนำสำหรับนักลงทุนทองคำแท่งในประเทศ:
    • ทยอยเปิดสถานะซื้อ (Accumulate) เมื่อราคาปรับตัวลดลงเข้าใกล้แนวรับ 4,100 ดอลลาร์ หรือราว 65,400 บาทต่อบาททองคำ
    • จุดตัดขาดทุน (Stop Loss): หากราคาหลุดต่ำกว่า 4,060 ดอลลาร์ หรือ 64,900 บาทต่อบาททองคำ
    • เป้าหมายทำกำไร: บริเวณ 66,900 – 67,000 บาท

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:สมาคมค้าทองคำ,Investing.com,ฮั่วเซงเฮง,IMF,CNBC

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์