GULF งบ Q2/69 Core Profit นิวไฮ 12,332 ล้าน โต 74% พลังงาน-AIS หนุน ครึ่งปีหลัง COD 700 MW

7 ส.ค. 2569 - 11:47

  • Core Profit ไตรมาส 2/69 แตะ 12,332 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้น 74% YoY

  • ธุรกิจโรงไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน LNG และส่วนแบ่งกำไรจาก AIS เป็นแรงขับหลัก

  • ครึ่งปีหลังเตรียม COD โรงไฟฟ้าใหม่ 700 MW พร้อมเร่งลงทุน Data Center และ AI

GULF งบ Q2/69 Core Profit นิวไฮ 12,332 ล้าน โต 74% พลังงาน-AIS หนุน ครึ่งปีหลัง COD 700 MW

GULF โชว์ Core Profit นิวไฮ 1.23 หมื่นล้าน โต 74% รับแรงหนุนธุรกิจพลังงาน-AIS ครึ่งปีหลังจ่อ COD เพิ่ม 700 MW

GULF ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 แข็งแกร่ง ทำกำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 12,332 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74% จากช่วงเดียวกันปีก่อน รับอานิสงส์ธุรกิจพลังงานเติบโตทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจาก AIS ที่ขยายตัวต่อเนื่อง พร้อมคงเป้ารายได้และ EBITDA ปีนี้เติบโต 12-15% และเตรียมทยอยรับรู้กำลังผลิตใหม่อีกประมาณ 700 เมกะวัตต์ในช่วงครึ่งปีหลัง

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 50,294 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) อยู่ที่ 12,332 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74% จาก 7,101 ล้านบาท นับเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัท

ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจพลังงาน โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติประเภท IPP ที่มีปริมาณการขายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศ ส่งผลให้โรงไฟฟ้า GSRC และ GPD มีอัตราการเดินเครื่อง (Load Factor) สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน บริษัทได้รับส่วนแบ่งกำไรจากกลุ่ม GJP เพิ่มขึ้นเป็น 550 ล้านบาท จากการที่โรงไฟฟ้ากัลฟ์ อุทัย (GUT) และกัลฟ์ หนองแซง (GNS) มีการเดินเครื่องสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้โรงไฟฟ้า SPP จะได้รับแรงกดดันจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น และค่า Ft ที่ลดลง แต่ยังได้รับแรงหนุนจากยอดขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัว

ด้านการลงทุนในต่างประเทศ โรงไฟฟ้า Jackson Generation ในสหรัฐฯ สร้างส่วนแบ่งกำไร 269 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 101% จากปีก่อน หลังได้รับประโยชน์จากค่า Capacity Payment ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการใช้ไฟฟ้าในตลาด PJM

พลังงานหมุนเวียนโตเด่น รับรู้กำลังผลิตใหม่ต่อเนื่อง

ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนยังเป็นอีกแรงขับสำคัญ โดย GULF รับรู้กำไรจากโครงการโซลาร์ฟาร์มและโซลาร์ฟาร์มพร้อมระบบกักเก็บพลังงาน (Solar BESS) เพิ่มขึ้นเป็น 402 ล้านบาท เติบโต 153% จากปีก่อน หลังจำนวนโครงการที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เพิ่มเป็น 12 โครงการ กำลังผลิตรวม 1,129 เมกะวัตต์ จากเดิมเพียง 5 โครงการ

ส่วนโครงการพลังงานลมภายใต้ Gulf Gunkul มีส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น 25% จากความเร็วลมเฉลี่ยที่สูงขึ้น ขณะที่โครงการพลังงานลมในเวียดนามลดผลขาดทุนลง หลังได้รับอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ที่สูงขึ้น

LNG-AIS หนุนกำไรแข็งแกร่ง

ในกลุ่มธุรกิจทรัพยากร GULF รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ PTT NGD จำนวน 343 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65% ตามราคาน้ำมันเตาที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ธุรกิจนำเข้า LNG ภายใต้ GLNG และ HKH มีกำไรเพิ่มขึ้น 157% เป็น 450 ล้านบาท จากการเพิ่มปริมาณนำเข้าและการบริหารจัดการพอร์ต LNG อย่างมีประสิทธิภาพ โดยช่วงครึ่งปีแรกบริษัทนำเข้า LNG แล้วกว่า 2.4 ล้านตัน

อีกหนึ่งแรงหนุนสำคัญคือการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก AIS จำนวน 4,549 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากการเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้บริการ (ARPU) ทั้งธุรกิจโทรศัพท์มือถือและบรอดแบนด์ รวมถึงการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ บริษัทรับรู้เงินปันผลจากการลงทุนใน KBANK จำนวน 2,842 ล้านบาท และมีกำไรจากการขายเงินลงทุน 51% ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำปากลายให้กับ J-Power อีก 1,928 ล้านบาท

กำไรสุทธิลดลง เหตุฐานปีก่อนมีกำไรพิเศษควบรวม INTUCH

ไตรมาส 2/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ 12,446 ล้านบาท ลดลงจาก 63,871 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากไตรมาส 2/2568 มีการบันทึกกำไรพิเศษจากการควบรวมธุรกิจกับ INTUCH มูลค่า 56,120 ล้านบาท

ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 18,997 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% จากปีก่อน

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 815,968 ล้านบาท และมีอัตราหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Interest-bearing Debt to Equity) อยู่ที่ 1.06 เท่า เพิ่มขึ้นจากสิ้นไตรมาสแรก หลังมีการกู้เงินเพิ่มเติมเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนธุรกิจนำเข้า LNG และลงทุนโครงการพลังงานหมุนเวียน รวมถึงโครงการ LNG Terminal

ครึ่งปีหลัง COD เพิ่ม 700 MW ลุย Data Center รับกระแส AI

ยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน กล่าวว่า บริษัทคาดว่ารายได้รวมและ EBITDA ปี 2569 จะเติบโตประมาณ 12-15% โดยในช่วงครึ่งปีหลังจะมีโครงการใหม่ทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์รวมราว 700 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโครงการโซลาร์ฟาร์ม โครงการ Solar BESS โรงไฟฟ้าขยะชุมชนเชียงใหม่ และโครงการ Solar Rooftop ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของผลประกอบการอย่างต่อเนื่อง

ในระยะยาว GULF ยังคงเร่งลงทุนในพลังงานหมุนเวียนทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว และเตรียมเข้าร่วมโครงการพลังงานสะอาดของภาครัฐ เช่น Direct PPA และโซลาร์ฟาร์มชุมชน

นอกจากนี้ บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจดิจิทัล ซึ่งเป็น New S-Curve สำคัญ โดยมุ่งลงทุนในธุรกิจ Data Center, Cloud และ AI ปัจจุบันศูนย์ข้อมูล GSA01 เปิดให้บริการแล้ว ขณะที่ GSA02 และ GEDC01 อยู่ระหว่างก่อสร้างและมีกำหนดเปิดดำเนินการในปี 2570 เพื่อรองรับความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และเศรษฐกิจดิจิทัลที่เติบโตต่อเนื่อง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์