สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ได้จัดงานคล้ายวันสถาปนาสำนักงานกสทช.ครบ 15 ปี โดยมี นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกสทช. ผู้ที่กำลังมีปัญหาการดำรงตำแหน่ง เป็นประธานในพิธีทำบุญใหญ่ของสำนักงานในช่วงครึ่งวันเช้า พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร กสทช.ด้านกฎหมาย และ ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขา กสทช.และเจ้าหน้าที่ สำนักงาน กสทช.เข้าร่วม โดยมีหน่วยงานจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมแสดงความยินดี พร้อมทั้งร่วมบริจาคเงินสมทบทุน เพื่อสาธารณะประโยชน์

ขณะที่ 4 บอร์ดกสทช ประกอบด้วย นายศุภัช ศุภชลาศัย พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ น.ส.พิรงรอง รามสูต และนายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ เดินทางไปยังศาลแพ่ง ภายหลังศาลได้นัดอ่านคำพิพากษา คดีที่นพ.สรณฟ้องบอร์ด 4 คน กรณีร่วมกันแถลงข่าวและเผยแพร่เอกสารทำให้นพ.สรณเสียชื่อเสียง ที่ต่อมามีรายงานว่า ศาลมีคำวินิจฉัยยกฟ้อง

ระหว่างการการร่วมแสดงความยินดีทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมีนพ.สรณ พล.ต.อ.ณัฐธร และ ไตรรัตน์ รับช่อดอกไม้ บริเวณชั้น1 อาตาร 5 หอประชุม สำนักงานกสทช.นั้น ได้มีกลุ่มมวลชนจำนวนหนึ่ง เดินมายังบริเวณสถานที่จัดงาน พร้อมชูป้าย ขับไล่ นพ.สรณ และไตรรัตน์ อาทิ ไม่เอาประธานเถื่อน หมอสรณต้องออกไป สำนักงานกสทช.ดื้อด้าน พร้อมมีป้ายตัวเลข 157 ด้วย

ท่ามกลางกระแสความวุ่นวายภายในกสทช. หลังการประชุมบอร์ด กสทช.ล่มมาแล้ว 12 ครั้งตลอดเดือนก.ย.ที่ผ่านมา และภาพวงประชุม 2 วง คือการประชุมของนพ.สรณ ที่สำนีกงานจัดประชุมให้ ส่วนอีกวงประชุมเป็นการประชุมนัดพิเศษ ของ 6 บอร์ดกสทช. โดยไม่มี นพ.สรณ และสำนักงานกสทช.ไม่ยอมปจัดแระชุมให้ เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยยึดหลักตามข้อกฎหมายภายหลังศาลปกครองกลาง พิพากษาว่า มติคณะกรรมการสรรหา กสทช. ชี้ขาดว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติแต่ต้น ถือเป็นผู้สละสิทธิ์ นพ.สรณ จึงต้องยุติปฏิบัติหน้าที่ ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมหรือทำหน้าที่ได้อีกต่อไป

นพ.สรณ ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการจัดประชุมและการเข้าร่วมประชุม กสทช.ว่า สำนักงาน กสทช. ได้ส่งหนังสือเชิญประชุมแล้วในวันพรุ่งนี้ (8 ต.ค.) แต่ตนยังไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าจะเข้าร่วมหรือทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมดังกล่าวหรือไม่ แต่ยืนยันว่ายังไม่ได้มีการยื่นหนังสือขอลาประชุม และกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา
กรณีการไม่เข้าร่วมประชุมทั้งที่เคยลาประชุมมาแล้ว 2 ครั้ง นพ.สรณ ระบุว่า ไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องแปลก และสามารถปล่อยให้มีการจัดประชุมดำเนินการไปได้ พร้อมเน้นย้ำว่าเจตนารมณ์เดิมคืออยากให้มีการประชุมเกิดขึ้น และการดำเนินงานต้องเป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้อง หากมีการเชิญกรรมการ 6 คน โดยไม่เชิญอีก 1 คน แล้วอ้างเป็นเสียงส่วนใหญ่ ถือว่าไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย
สำหรับข้อกังวลเรื่องกรณีอาจเกิดการเปิดประชุมซ้อนกัน 2 วง นพ.สรณ ชี้แจงว่า จะต้องไปตรวจสอบและพิจารณาตามกฎระเบียบบังคับว่าการประชุมใดมีความถูกต้องตามหลักเกณฑ์




