รัฐเร่งแก้หนี้ครัวเรือน มหกรรมแก้หนี้ฯ ลดภาระ 171 ล้าน ปลดผู้ค้ำ กยศ. 947 ราย

6 ก.ค. 2569 - 10:59

  • หนี้ครัวเรือนไทยยังสูงกว่า 80% ของ GDP กดดันกำลังซื้อ

  • ไกล่เกลี่ยหนี้สำเร็จ 1,232 ราย ลดภาระหนี้กว่า 171 ล้านบาท

  • ปลดผู้ค้ำประกัน กยศ. 947 ราย เพิ่มโอกาสฟื้นตัวทางการเงิน

รัฐเร่งแก้หนี้ครัวเรือน มหกรรมแก้หนี้ฯ ลดภาระ 171 ล้าน ปลดผู้ค้ำ กยศ. 947 ราย

รัฐบาลเร่งคลายปมหนี้ครัวเรือนไทย หลังภาระหนี้ยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจไทยปี 2569 จะทยอยฟื้นตัวจากแรงหนุนด้านการท่องเที่ยว การส่งออก และการลงทุน แต่ภาระหนี้ของภาคครัวเรือนยังเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อกำลังซื้อและการบริโภคภายในประเทศ โดยล่าสุดสัดส่วนหนี้ครัวเรือนของไทยยังอยู่ในระดับกว่า 80% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) นับเป็นหนึ่งในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค ส่งผลให้การแก้ไขปัญหาหนี้ยังเป็นวาระสำคัญของการฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะยาว

ล่าสุด ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือของกระทรวงยุติธรรม หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงิน และภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ “มหกรรมแก้หนี้สินครัวเรือน และยุติธรรมพบประชาชน” เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการไกล่เกลี่ยหนี้ การปรับโครงสร้างหนี้ และความช่วยเหลือด้านกฎหมายอย่างเป็นธรรม

ผลการจัดงาน มหกรรมแก้หนี้สินครัวเรือนและยุติธรรมพบประชาชน ครั้งที่ 16 ณ จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 สะท้อนผลสัมฤทธิ์ของมาตรการดังกล่าว โดยมีประชาชนเข้าร่วมงาน 1,579 ราย และมีลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย 1,232 ราย ซึ่งสามารถไกล่เกลี่ยสำเร็จได้ทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้ที่เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย

การดำเนินงานครอบคลุมมูลหนี้รวม 179.93 ล้านบาท และสามารถช่วยลดภาระหนี้ของประชาชนได้ 171.44 ล้านบาท ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ ลดดอกเบี้ย และเงื่อนไขการชำระหนี้ที่เหมาะสมกับศักยภาพของลูกหนี้ นอกจากนี้ ยังสามารถ ปลดภาระผู้ค้ำประกันกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้ 947 ราย ช่วยลดข้อจำกัดทางการเงินและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนของประชาชนในอนาคต

ภายในงานยังเปิดให้บริการไกล่เกลี่ยหนี้ทั้งก่อนฟ้องและหลังฟ้อง ควบคู่กับการให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย สิทธิประโยชน์ และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถแก้ไขปัญหาหนี้ได้อย่างครบวงจร ลดความเสี่ยงจากการถูกบังคับคดี และเพิ่มโอกาสในการกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน

ลลิดา กล่าวว่า การลดภาระหนี้ครัวเรือนไม่เพียงช่วยบรรเทาค่าครองชีพของประชาชน แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูกำลังซื้อ เสริมสภาพคล่อง และสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจฐานราก ซึ่งรัฐบาลจะเดินหน้าขยายผลโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนในทุกพื้นที่เข้าถึงการไกล่เกลี่ยหนี้ การปรับโครงสร้างหนี้ และความช่วยเหลือทางกฎหมายได้อย่างทั่วถึง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์