IMF ปรับเพิ่มตัวเลขเศรษฐกิจโลกปี 2026 ชี้ประเทศพัฒนาแล้วยืดหยุ่น แต่เตือนโลกแตกขั้วจากสงครามและเอไอ
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยรายงาน World Economic Outlook (WEO) ในการประชุมประจำปีที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2026 ขึ้น 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 3.1% ลดลงจาก 3.5% ในปี 2025 อย่างไรก็ตาม องค์กรเตือนว่าความเสี่ยงยังคงเอนเอียงไปในทิศทางขาลง โดยเฉพาะในประเทศรายได้ต่ำที่ได้รับผลกระทบหนักจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง
โลกเศรษฐกิจสองขั้ว: สงครามปะทะเอไอ
สิลวานา เตนเรย์โร หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ IMF ระบุว่า "เศรษฐกิจโลกมีความยืดหยุ่น แต่ความยืดหยุ่นนั้นกำลังถูกกดดัน" โดยชี้ว่าแรงผลักดันสองด้านสร้าง 'ทัศนียภาพแบบสองขั้ว' ได้แก่ การบูมของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้ว และสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ปะทุขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งฉุดราคาพลังงานโลกพุ่งสูง 70-95% เหนือระดับก่อนสงคราม
ตะวันออกกลางสาหัส ซาอุดีอาระเบียหดตัวหนัก
ภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชียกลางได้รับผลกระทบโดยตรงจากความขัดแย้ง IMF คาดการณ์ว่าภูมิภาคนี้จะหดตัว 0.3% ในปี 2026 โดยซาอุดีอาระเบียเผชิญการปรับลดคาดการณ์รุนแรงที่สุด ลดลง 5.0 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่การหดตัว 3.3% สงครามเข้าสู่เดือนที่แปดแล้ว และ IMF เตือนว่าหากความขัดแย้งยืดเยื้อจะยิ่งกดดันเงินเฟ้อและชะลอการเติบโต
ประเทศพัฒนาแล้วและจีนยังเดินหน้า
ในทางกลับกัน เศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วคาดว่าจะเติบโต 2.1% ในปี 2026 โดยไต้หวันและเกาหลีใต้ในห่วงโซ่อุปทาน AI มีตัวเลขสูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่จีนคาดว่าจะเติบโต 4.5% ลดลง 0.5 จุด เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศอ่อนแอ ด้านอัตราเงินเฟ้อโลกมีแนวโน้มเร่งตัวสู่ 4.7% ในปี 2026
IMF เรียกร้องดำเนินการเร่งด่วน
เตนเรย์โรเรียกร้องให้ทุกประเทศดำเนินการเร่งด่วน โดยแนะให้รัฐบาลใช้มาตรการการคลังแบบชั่วคราวและตรงเป้าหมายเพื่อบรรเทาภาระประชาชน พร้อมย้ำว่านโยบายการเงินต้องมุ่งรักษาเสถียรภาพราคาอย่างเคร่งครัด รวมถึงอาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่ยังสูง





