เจาะปม “ข้อตกลงคุณธรรม”  จุดเปลี่ยน TH-AI Passport

23 ก.ย. 2569 - 11:33

  • คณะอนุกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต มีมติ เมื่อวันที่17 ธ.ค. 2568ไม่คัดเลือก โครงการ TH-AI Passport เข้าข้อตกลงคุณธรรม โดยระบุเหตุผลชัดเจนว่า “เนื่องจากเป็นโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่ล่วงเลยขั้นตอนการจัดทำร่าง TOR แล้ว จึงไม่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้าง”

  • สดช. ไม่ได้ถูกปฏิเสธเพราะตัวโครงการ แต่ถูกปฏิเสธเพราะ "การเริ่มต้นโครงการไปก่อน

  • พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือ ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบ จับตาผลการพิจารณาจะมีผลกับโครงการนี้อย่างไร

เจาะปม “ข้อตกลงคุณธรรม”  จุดเปลี่ยน TH-AI Passport

ข้อตกลงคุณธรรม หรือ Integrity Pact คือ ข้อตกลงที่เป็นลายลักษณ์อักษร กำหนดให้หน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการ และผู้สังเกตการณ์ ลงนามร่วมกันเพื่อปกป้อบการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

กลายเป็นประเด็นใหม่ในเรื่องเดิม โครงการ TH AI- Passport เมื่อฝั่งการเมือง ออกมาเคลื่อนไหวประเด็นนี้ โครงการมูลค่า 1,621 ล้านบาท เกิดข้อกังวลความโปรงใส่ในการจัดซื้อจัดจ้าง ในประเด็น “ข้อตกลงคุณธรรม” พรรคประชาธิปัตย์ ตรวจสอบพบว่า คณะอนุกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต มีมติ เมื่อวันที่17 ธ.ค. 2568ไม่คัดเลือก โครงการ TH-AI Passport เข้าข้อตกลงคุณธรรม โดยระบุเหตุผลชัดเจนว่า เนื่องจากเป็นโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่ล่วงเลยขั้นตอนการจัดทำร่าง TOR แล้ว จึงไม่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 18 แห่ง พ... การจัดซื้อจัดจ้าง

เมื่อตรวจสอบไทม์ไลน์ พบว่า วันที่18 พ.ย. 2568 สำนักงานดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ได้ยื่นเรื่องขอเข้าข้อตกลงคุณธรรมไปยังกรมบัญชีกลาง ต่อมาในวันที่ 15 ธ.ค. 2568 สดช. ประกาศร่าง TOR เสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งที่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการยังไม่เสร็จสิ้น

ม้ สดช. และกระทรวงดีอี จะออกมาแจ้งว่าได้ยื่นขอเข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรมแล้วแต่กรมบัญชีกลางไม่คัดเลือก เมื่อไล่เรียงไทม์ไลน์ พบว่าปมปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะคณะกรรมการปฏิเสธเนื่องจากมองว่าโครงการไม่มีปัญหา แต่เป็นเพราะ สดช. "รีบ" เดินหน้าโครงการจนล่วงเลยขั้นตอนตามที่กฎหมายกำหนดเอง

วันที่ 22 ธ.ค. 2568  กรมบัญชีกลางออกหนังสือแจ้งผลปฏิเสธอย่างเป็นทางการถึงเลขาธิการ สดช. ต่อมา 24 ธ.ค. 2568  สดช. ออกประกาศเชิญชวนเดินหน้าเผยแพร่ TOR ต่อ ทั้งที่ได้รับหนังสือปฏิเสธอยู่ในมือแล้วถึง 2 วัน และที่สำคัญใน TOR หมวด 3 ข้อ 3.16 ย่อหน้าสุดท้าย ยังคงระบุเงื่อนไขไว้ชัดเจนว่า "ผู้เสนอโครงการต้องลงนามข้อตกลงคุณธรรม"

สดช. ไม่ได้ถูกปฏิเสธเพราะตัวโครงการ แต่ถูกปฏิเสธเพราะ "การเริ่มต้นโครงการไปก่อนจนผิดหลักเกณฑ์" หาก สดช. ต้องการทำให้ถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาล สามารถชะลอแล้วเริ่มต้นกระบวนการใหม่เพื่อให้มีผู้สังเกตการณ์อิสระเข้าร่วมตั้งแต่ต้นได้ แต่ สดช. กลับเลือกที่จะเดินหน้าต่อทันที ทั้งที่ TOR ที่ตนเองเขียนและอนุมัติขึ้นมานั้น ล็อกเงื่อนไขเรื่องข้อตกลงคุณธรรมเอาไว้เอง

‘การดี’ ยื่น สตง. ตรวจสอบ สัญญาเสี่ยง “โมฆะ”

ล่าสุด การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคและ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อขอให้ใช้อำนาจตามมาตรา 45 แห่ง พ.ร.ป.ว่า ด้วยการตรวจเงินแผ่นดินฯ เข้าตรวจสอบและส่งหนังสือแจ้งเตือนภัยไปยังกระทรวงดีอี เพื่อให้ "ชะลอการตรวจรับงานและเบิกจ่ายงบประมาณ" โครงการ TH-AI Passport ในงวดถัดไปไว้ก่อน

“พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนการยกระดับทักษะ AI แต่เงินภาษีประชาชนกว่า 1,600 ล้านบาท ต้องใช้อย่างคุ้มค่าและโปร่งใส โดยประเด็นเร่งด่วนในขณะนี้คือ สัญญาที่มีการแก้ไขใหม่เป็นแบบจ่ายตามจริง (Pay per Active Userหรือผู้ใช้งานระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่) กลับไม่มีเกณฑ์การคำนวณที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร ปล่อยให้ใช้ดุลพินิจของผู้ว่าจ้างเป็นหลัก ท่ามกลางข้อสังเกตเรื่องการ "ปั๊มยอดผู้ใช้งาน" เข้าสู่ระบบ”  การดี ระบุ

ประเด็นสำคัญ คือการ "ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงคุณธรรม" ตามที่ TOR หมวด 3 ข้อ 3.16 กำหนดให้เป็นคุณสมบัติบังคับของผู้ยื่นข้อเสนอสำหรับโครงการวงเงินเกิน 1,000 ล้านบาทขึ้นไป เมื่อไม่มีการลงนามในข้อตกลงคุณธรรม จึงเกิดคำถามทางกฎหมายว่า การประกาศผู้ชนะและลงนามสัญญาโดยที่ผู้ชนะขาดคุณสมบัติกึ่งบังคับตาม TOR นั้น ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และอาจส่งผลให้สัญญาจ้างกลายเป็น "โมฆะ" ในท้ายที่สุด

พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตอีก 7 ข้อ โดยสรุป คือ ความโปร่งใสและข้อสังเกตการล็อกสเปก ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงคุณธรรม ตามที่กำหนดไว้ใน TORความคุ้มค่าและคุณภาพ ซึ่งพบว่าระบบ AI ที่ใช้งานจริงยังมีคุณภาพต่ำกว่า AI ฟรีทั่วไปในท้องตลาด ส่วนต่างทางการเงินสูง จากนิยาม "ผู้ใช้งานระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่" ที่ใช้เป็นฐานเบิกจ่ายกว่า 1,481 ล้านบาท การแก้ไขข้อกำหนดทางเทคนิค (Concurrent Users) เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าหลังจากการลงนามสัญญา ความเสี่ยงด้านอธิปไตยข้อมูล มีการส่งข้อมูลไปประมวลผลต่างประเทศ ซึ่งขัดต่อเงื่อนไขการเก็บรักษาข้อมูลภายในประเทศ (Data Localization) การขาดดัชนีชี้วัดผลสัมฤทธิ์ (KPI) ที่สามารถวัดการเพิ่มทักษะของคนไทยได้จริง

จับตาดูว่า ข้อตกลงคุณธรรมจะกลายเป็นจุดเปลี่ยน ที่โครงการนี้จะใช้ AI ค่ายไหนก็ประมวลผลไม่ได้ หรือ โครงการจะยังเดินหน้าต่อไป ไม่นับรวมผลความสำเร็จของโครงการที่มีจำนวนผู้ลงทะเบียนตื่นตัวกันอยู่เฉพาะบางจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่จำนวนผู้ใช้งานจริงๆ ยังไม่มีความชัดเจนว่า มีคนใช้งาน (Active User) เท่าไหร่กันแน่ โครงการนี้จะได้ไปต่อหรือพอแค่นี้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์