อีกครั้งที่เกิดเหตุ คนขับรถแอป ไล่ผู้โดยสาร ที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ลงจากรถ และทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ กลางย่านยอโศก โดยให้เหตุผลว่า รถติดขับต่อไปในราคาที่แอปแสดงไม่คุ้ม ไม่พอใจเสี่ยงคัดค้านของผู้โดยสาร จึงบันดาลโทสะทำร้าย จนคนในที่เกิดเหตุต้องเข้าช่วยเหลือ
รัฐบาล ตามไม่ทัน หรือ ไร้สามารถ
สิ่งที่เกิดขึ้น สะท้อน จิตสำนึกในการให้บริการ ความเห็นแก่ตัว และเหนือสิ่งอื่นใด วิธีคัดเลือก อบรม “เอาคนไม่ดีออกจากระบบ” ของบริษัท แอปพลิเคชัน ที่ช่างบังเอิญที่คนขับรถแอปที่ก่อเหตุทำร้ายนักท่องเที่ยว มาาจากค่ารถที่เคยทำร้ายผู้โดยสาร ด้วยการขับรถเลยที่หมาย ส่งทำอนาจาร จนต้องกระโดดรถขอความช่วยเหลือ ตอนนั้นปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คาดโทษ และให้กรมการขนส่งทางบก ที่กำกับดูแลการให้ใบอนุญาตให้บริการ ทบทวนการต่อคำรับรองให้บริการได้
ย้อนไปไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีเหตุที่ไรเดอร์ของแอปพลิเคชันดัง ทำให้ผู้โดยสารนักยนียนรู้สึกไม่ปลอดภัย จนต้องกระโดดรถ ขอชีวิต ตอนนั้นรัฐมนตรีกระทรวงดีอีและปลัดกระทรวง ให้ความเห็นตรงกันว่า ต้องแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้อำนาจ เอ็ตด้า หรือสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ มีอำนาจเอาผิดแพลตฟอร์มได้ ไม่เว้นว่าจะเป็นแพลตฟอร์มแอปเรียกรถหรือแพลตฟอร์มไหน เพราะปัญหาเรื่อง แพลตฟอร์ม ไม่ได้มีแต่ ขายของ หลอกลงคน แต่แพลตฟอร์มให้บริการรถสาธารณะ ก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อย จนครั้งนี้
ตรวจสอบแล้วพบว่า คนขับ ไม่มีไอดี เอาไอดีของคนอื่นมาใช้ ตรวจสอบ เจ้าของไอดี ไม่มีใบขับขี่รถสาธารณะ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็น มาตรฐาน การเลือกคน มาตรฐานการตรวจสอบ มาตรฐานการกำกับดูแล เมื่อการกรมการขนส่งทางบก บอกกับสื่อมวลชน ว่าผู้ให้บริการายนี้กำลังจะสิ้นสุดใบอนุญาต ขอให้เวลา ชี้แจง เรื่องร้องเรียน เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และ “เอาคนไม่ดี ออกนอกระบบ”
กฎหมาย จัดการได้ กับคนที่เคารพ กฎหมาย
แนวคิดในการใช้กฎหมายจัดการปัญหา มีหลายไอเดีย เริ่มจาก แก้กฎหมายเดิมที่มีอยู่ของเอ็ตด้าให้มีอำนาจจัดการแพลตฟอร์ม ใช้ พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 หรือ เร่งทำกฎหมายเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม
แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสีย ถ้าแก้กฎหมายเดิม จะแก้ปัญหาได้เร็ว ถ้าต้องยกร่างกฎหมายใหม่ ต้องเสียเวลาเป็นปีนั่นยังไม่น่ากังวลเท่ากับ แนวคิดของผู้กำกับดูแล ให้ความสำคัญกับปัญหาแพลตฟอร์มหลอกลวง ขายสินค้า ก่อน จากนั้นค่อยแก้ปัญหาแพลตฟอร์มบริการ
หน่วยงานที่กำกับดูแล กระทรวงคมนาคม ขีดเส้นตายจัดระเบียบรถแอปใน 5 เดือน กรมการขนส่งทางบก ยืนยันว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบรถเรียกแอปแพลตฟอร์มที่ก่อเหตุล่าสุด ทำร้ายนักท่องเที่ยว ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุ อยู่ระหว่างพิจารณาต่อใบอนุญาต ยังไม่สรุปว่าต่อหรือไม่ และได้ให้บริษัทแอปเรียกรถมาชี้แจง และมีข้อความว่า ผู้ให้บริการ จะนำคนขับที่มีปัญหาออกนอกระบบ
ความอยุติธรรมเดินเร็วกว่า กฎหมายไทย
ความจริงแล้ว นอกจาก เคสไล่ลง และทำร้ายนักท่องเที่ยว ก่อนหน้า ยังมีเคสไรเดอร์ติดกล้องแอปถ่ายผู้โดยสารนักเรียนหญิง แล้วเอาไปโพสต์ แม้คนทำจะออกมาขอโทษแล้ว จบแค่นี้เอง จริงหรือ ผู้บริโภค ผู้โดยสาร ต้องรับมือกับ คนขับ ไรเดอร์นอกแถวที่ทำร้าย อนาจาร ผู้โดยสาร เสร็จแล้วก็มาขอโทษ ไม่มีการแสดงความรับผิดชอบจากไรเดอร์หรือหน่วยงานที่กำกับดูแลในการลงโทษเลย
คดีไล่ ทำร้าย นักท่องเที่ยว สะเทือนภาพลักษณ์ของประเทศ แม้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะสั่งการด่วนให้ สคบ., ตำรวจ, กรมการขนส่งฯ และ ETDA ร่วมกันจัดการภายใน 30 วัน แต่นี่คือภาพสะท้อนของการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ต้องเกิดอีกกี่เหตุ กี่เคส กี่เรื้องร้องเรียน รากเหงา ของความชั่วร้ายจึงจะถูกกำจัด “เอาสิ่งที่ไม่ดี ออกนอกระบบ ” ก็หมดเรื่อง
คนไทยต้องรออีกนานแค่ไหนจึงจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ปลอดภัย ค้าขายได้ ใช้โซเชียลได้โดยไม่ถูกหลอก ไม่ถูกทำร้าย ไม่ถูกอนาจาร ไม่ถูกทำร้ายคุกคาม เมื่อ ความยุติธรรม ยังตามหลังความชั่วร้าย




