ไมโครซอฟท์รายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดเกินความคาดหมายของนักวิเคราะห์ในวันพุธ โดยมีรายได้รวม 9.23 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรกว่า 3.66 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นมากกว่า 5% แรงขับเคลื่อนหลักมาจากธุรกิจคลาวด์ Azure ที่เติบโตถึง 48% ในช่วงไตรมาสเดือนกันยายน
Azure และคลาวด์ขับเคลื่อนรายได้
นักวิเคราะห์จาก FactSet คาดการณ์รายได้ไว้ที่ราว 9.06 หมื่นล้านดอลลาร์ และกำไร 3.51 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งผลจริงสูงกว่าทั้งสองตัวเลข ขณะที่ Azure มีรายได้รวม 3.32 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซาเทีย นาเดลลา ระบุว่า บริษัทเพิ่มศูนย์ข้อมูลใหม่ 24 แห่งทั่วโลกในไตรมาสที่ผ่านมา
"เรากำลังมอบความสามารถ ทางเลือก การควบคุม และประสิทธิภาพด้านต้นทุนที่ดีกว่าเดิมให้แก่ลูกค้าในทุกระดับของสแตกเรา" นาเดลลา กล่าว
ลงทุน AI หนัก พร้อมปรับลดพนักงาน
ผลประกอบการนี้เผยแพร่ไม่กี่วันหลังไมโครซอฟท์เสนอโครงการออกโดยสมัครใจให้พนักงานราว 60,000 คน หรือประมาณหนึ่งในสี่ของกำลังงานทั้งหมด นับเป็นครั้งที่สองในปีนี้ หลังจากที่เสนอให้พนักงานในสหรัฐฯ 7% เกษียณก่อนกำหนดในเดือนเมษายน บริษัทมีพนักงานรวม 223,000 คนทั่วโลก ณ สิ้นเดือนมิถุนายน ลดลงจาก 228,000 คนเมื่อสิ้นปี 2025
ค่าใช้จ่ายทุนพุ่งสู่ระดับสูงสุด
ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน เอมี ฮูด เปิดเผยว่า ค่าใช้จ่ายด้านทุนรวมในไตรมาสนี้แตะ 4.52 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยประมาณสามในสี่เป็นการลงทุนในสินทรัพย์อายุสั้น เช่น หน่วยความจำและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และในไตรมาสสุดท้ายของปี 2026 คาดว่าตัวเลขนี้จะเกิน 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ยอดใช้จ่ายรวมทั้งปีอยู่ที่ 1.7 แสนล้านดอลลาร์
การแข่งขันในตลาดคลาวด์โลก
ไมโครซอฟท์ยังคงเป็นผู้ให้บริการคลาวด์อันดับสองของโลก รองจาก Amazon Web Services และนำหน้า Google ตามข้อมูลของ Synergy Research Group อย่างไรก็ตาม Google รายงานในวันเดียวกันว่ารายได้จากธุรกิจคลาวด์เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าแตะ 3.07 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งใกล้เคียงกับตัวเลขของ Azure มากขึ้น สะท้อนการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดคลาวด์และ AI ที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง




