คมนาคม ขบ mou รถแอป  มัดรวมแม้ใบอนุญาตไม่ชัดเจน

26 มิ.ย. 2569 - 16:12

  • มาตรการ MOU มีจุดประสงค์ เพื่อคุมเข้มการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ให้บริการรถแอป

  • กระทรวงคมนาคม ขบ. เชิญผู้ประกอบการทุกราย เท่ากับรวม ผู้ประกอบการที่สิ้สุดใบอนุญาตไปแล้ว

  • ก่อนหน้านี้กระทรวงคมนาคมให้นโยบายจัดระเบียบรถที่ให้บริการผ่านแอปต้องปฎิบัติตามกฎหมาย

คมนาคม ขบ mou รถแอป  มัดรวมแม้ใบอนุญาตไม่ชัดเจน

กระทรวงคมนาคม และกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) จัดระเบียบแอปเรียกรถ เตรียม MoU ให้ปฎิบัติตามกฎหมาย ส่อเปิดทางแอปเจ้าปัญหา แม้ไร้ใบอนุญาตตั้งคำถาม ขบ. คุ้มครองใคร?

กระทรวงคมนาคม และกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เยกระดับความปลอดภัยระบบขนส่งสาธารณะ ออกหนังสือเชิญผู้ให้บริการแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันเรียกรถ (Ride-hailing Apps) ทุกรายในประเทศไทย ประกอบด้วย Grab  Bolt  inDrive TADA  Maxim  LINE MAN  LALAMOVE และ  FINGOGO เข้าร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงและประกาศแสดงเจตจำนงความร่วมมือ (MoU) เพื่อคุมเข้มการปฏิบัติตามกฎหมาย แก้ปัญหาสวมรอยไอดี และยกระดับการคัดกรองประวัติคนขับ

ประเด็นที่สร้างข้อกังขาให้กับสังคม 

เมื่อเชิญผู้ประกอบการทุกราย เท่ากับรวม ผู้ประกอบการที่สิ้สุดใบอนุญาตไปแล้ว และยังไม่ชัดเจนว่า จะต่อใบอนุญาตหรือไม่ ได้มีโอกาส MOU การที่ ขบ. เชิญแอปพลิเคชันที่ยังไม่ชัดเจนว่าได้ต่ออายุใบอนุญาตหรือยัง เข้ามามัดรวมอยู่ในระนาบเดียวกันกับแอปพลิเคชันอื่น  ทั้งที่สถานะปัจจุบัน คือ "รอพิจารณาต่อใบอนุญาต"

ขบ. อะลุ่มอล่วย ยังคงให้บริการต่อ

หากอิงตามหลักการที่ถูกต้อง เมื่อแพลตฟอร์มไม่มีใบอนุญาตและเกิดปัญหาด้านความปลอดภัยร้ายแรง ขบ. ควรจะต้องมีคำสั่งเด็ดขาดให้ "หยุดให้บริการชั่วคราว" เพื่อให้แพลตฟอร์มกลับไปปรับปรุงระบบให้ได้มาตรฐานเสียก่อน แต่ทว่าเวลาล่วงเลยมานานกว่าหนึ่งเดือน กลับไม่มีคำสั่งใด จาก ขบ. ออกมาเลยแม้แต่น้อย

พฤติการณ์นิ่งเฉยนี้ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ขบ. ให้การคุ้มครองผู้ให้บริการบางรายเป็นพิเศษหรือไม่ เพราะเมื่อใบอนุญาตการให้บริการยังไม่มีความชัดเจน การจับมานั่งร่วมลงนามใน MoU จึงแทบจะไม่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย เป็นเพียงการจัดพิธีกรรมให้ทุกแบรนด์เป็นคนดี 

ฟางเส้นสุดท้าย และคำถามถึง "คุ้มครองใครกันแน่"

มาตรการจัดระเบียบที่ดูเหมือนจะเข้มงวดนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากคดีสะเทือนขวัญเมื่อช่วงเดือนเมษายน กรณีผู้โดยสารเยาวชนวัย 14 ปี ต้องกระโดดหนีลงจากรถเพื่อเอาชีวิตรอดจากคนขับรถที่ก่อเหตุกักขังหน่วงเหนี่ยว ที่ภาครัฐได้ประกาศจุดยืนว่า หากผู้ให้บริการรายใดเพิกเฉย จะงัดมาตรการทางปกครองขั้นสูงสุด คือ ขบ. จะดำเนินการ "ไม่ต่ออายุ" หรือ "เพิกถอนใบอนุญาต" ทันที

เมื่อเทียบการจัดการปัญหาของ ขบ. ในกรณีของแอปพลิเคชันเรียกรถ กับ "คดีรถวอลโว่" ที่ สั่งฟันเด็ดขาดและรวดเร็ว กลับสะท้อนให้เห็นถึงภาพการ "คุ้มครอง" จนสังคมต้องตั้งคำถามตัวโต กลับไปยังกระทรวงคมนาคมและ ขบ. ว่า... "สรุปแล้วชีวิตของคนรวยมีค่ามากกว่าชีวิตของประชาชนคนธรรมดาที่ใช้บริการรถแอปพลิเคชัน ใช่หรือไม่?"

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์