National Anti-Fraud จัดหนักอาชญากรไฮเทค  หรือแค่วิธีการเดิมๆ

16 ก.ย. 2569 - 13:55

  • การออกแบบให้กลไกจัดการกับอาชญากรไฮเทคจะ ทำ 2-3 อย่าง คือ สกัดเส้นทางการเงิน ระงับความเสียหาย และ พยายามเอาเงินกลับคืนมา

  • นวัตกรรมล่าสุดกระทรวงการคลังจึงร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมจัดทำ  National Anti-Fraud Master Plan 

  • ระบบกลางระดับชาติ” เชื่อมข้อมูลความเสี่ยง การรับแจ้งเหตุ การติดตามเส้นทางเงิน และการอายัด ให้หน่วยงานทำงานต่อกันได้ทันที แทนการแยกข้อมูลและประสานงานเป็นทอด 

National Anti-Fraud จัดหนักอาชญากรไฮเทค  หรือแค่วิธีการเดิมๆ

ถ้อยแถลงของรัฐบาล เพื่อสกัดกั้น เส้นทางการเงินของอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเตรียมจัดทำ National Anti-Fraud Master Plan ทำระบบ 4 ระบบ เชื่อมข้อมูลความเสี่ยง แจ้งเหตุ ติดตามเส้นทางเงิน และอายัดเงิน

การต่อสู้กับอาชญากรรมไฮเทค เป็นการต่อสู้ต่อเนื่องยาวนาน มีนวัตกรรมใหม่ออกมาเสมอ ถ้าพิจารณาดูดีๆ นวัตกรรมใหม่ เป็นการออกแบบให้กลไกที่เกี่ยวข้อง ทำ 2-3 อย่าง คือ สกัดเส้นทางการเงิน ระงับความเสียหาย และ พยายามเอาเงินกลับคืนมา (ข้อหลังต้ององดูว่าเคยมีข่าวยึดเงิจจากมิจฉาชีพกลับคืนมาได้หรือยัง ) 

ปัญหาที่ทุกรัฐบาลเจอ คือ กลไกที่รัฐบาลพยายามสร้างขึ้นมา ยังทำงานไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร เพราะการสู้กับอาชญากร มันไม่จบในที่เดียว จะสกัดเส้นทางการเงินต้องบอกธนาคาร การจะบแฮกเกอรต้องให้ตำรวจไซเบอร์ตาม ยิ่งการเอาเงินคืนยิ่งแล้วใหญ่ยังไม่มีเคสให้เห็นชัดๆว่า ได้เงินคืนแล้ว หรือว่าตามเงินคืนได้ ทำได้ดีที่สุดคือการ ห้ามเลือด ยุติ การฉ้อโกง

พอมีข่าว รัฐบาลเร่งยกระดับการสกัดเส้นทางเงินจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี  “หลังพบรูปแบบการเคลื่อนย้ายเงินซับซ้อนและรวดเร็วขึ้น จากเดิมที่ผ่านบัญชีธนาคารเป็นหลัก ปัจจุบันสามารถกระจายผ่านบัญชีหลายทอด ถอนเป็นเงินสด แปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ทองคำ เงินตราต่างประเทศ หรือไหลออกนอกประเทศภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทำให้การประสานงานแบบเดิมอาจตามเงินไม่ทัน” จะเห็นว่าสิ่งที่มิจฉาชีพทำ ยังมีกลไกขั้นตอนคล้ายๆกัน

นวัตกรรมล่าสุดกระทรวงการคลังจึงร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมจัดทำ  National Anti-Fraud Master Plan  ด้วย “4 ระบบกลางระดับชาติ” เชื่อมข้อมูลความเสี่ยง การรับแจ้งเหตุ การติดตามเส้นทางเงิน และการอายัด ให้หน่วยงานทำงานต่อกันได้ทันที แทนการแยกข้อมูลและประสานงานเป็นทอด 

ระบบดังกล่าวออกแบบให้ทำงานตั้งแต่ “ก่อนเกิดเหตุจนถึงตามเงินคืน” เริ่มจาก เชื่อมข้อมูลความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องภายใต้กฎหมายหรือความยินยอม ให้สถาบันการเงิน โทรคมนาคม แพลตฟอร์มดิจิทัล และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเห็นความเสี่ยงชุดเดียวกัน และตรวจสอบได้แบบ Real-time 

วิเคราะห์ข้อมูล รู้ทันกลโกง” จัดทำศูนย์ข้อมูลธุรกรรมทางการเงินแบบไม่ระบุตัวตน เพื่อวิเคราะห์รูปแบบและเครือข่ายอาชญากรรม รวมถึงพัฒนาแบบจำลองความเสี่ยงให้ทันกลโกงรูปแบบใหม่ ”

แจ้งครั้งเดียว เส้นทางเดียว รวมการรับแจ้งจากประชาชน AOC 1441 สถาบันการเงิน และตำรวจเข้าสู่ระบบเดียว ใช้เลขอ้างอิงเดียวตลอดกระบวนการ ประชาชนไม่ต้องแจ้งซ้ำหลายหน่วยงาน และเริ่มกระบวนการอายัดได้เร็วขึ้น 

“ไล่ให้ทัน อายัดให้เร็ว” เชื่อมข้อมูลเพื่อติดตามเงินขณะที่กำลังเคลื่อนที่ ตรวจสอบยอดที่ยังอายัดได้ และส่งคำสั่งอายัดตามอำนาจกฎหมาย พร้อมรองรับกระบวนการคืนเงินผู้เสียหายหรือปลดอายัดตามผลของคดี

รัฐบาลคิดว่าต้องทำให้ข้อมูลเดินเร็วกว่าเงิน เมื่อประชาชนแจ้งเหตุ ข้อมูลต้องเชื่อมทันที ไล่เส้นเงินให้ทัน และอายัดให้เร็วที่สุด เพราะทุกนาทีที่เร็วขึ้นหมายถึงโอกาสรักษาเงินและได้เงินคืนของผู้เสียหายที่มากขึ้น

ฟังดูเป็นวิธีการที่ดีแต่พิจารณาดีๆแล้ว กลไก คล้ายของเดิม ก่อนจะคาดหวังอะไรมาก ลองมาดูชาวบ้านว่าเขาใช้ระบบอะไร 

สิงคโปร์มีระบบ Anti-Scam Centre (ASC) และ Anti-Scam Command

มีศูนย์ปราบปรามสแกมเมอร์ระดับชาติ ทำงานภายใต้แนวคิดเดียวกับ Anti-Fraud Master Plan โดยดึงตัวแทนจากธนาคารหลักทุกแห่ง ค่ายโทรศัพท์มือถือ และเจ้าหน้าที่ตำรวจมานั่งทำงานในห้องเดียวกันแบบ Real-Time มีกลไกการทำงาน ด้วย Data Sharing เชื่อมข้อมูลบัญชีต้องสงสัย เบอร์โทรศัพท์ และเส้นทางการเงินข้ามธนาคาร  Fast-Freeze เมื่อได้รับแจ้งเหตุ ธนาคารสามารถใช้อำนาจอายัดเงินและระงับการโอนต่อทันทีโดยไม่ต้องรออนุมัติจากศาลเป็นเวลาหลายวัน 

ผลคือ สกัดและอายัดเงินได้ ศูนย์ ASC สามารถอายัดและกู้คืนเงินให้แก่ผู้เสียหายได้แล้ว มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (กว่า 2,600 ล้านบาท)   ตัดวงจรเบอร์โทร/SMS มิจฉาชีพ: บล็อกซิมและข้อความ SMS สแกมก่อนถึงผู้บริโภคไปแล้วหลายร้อยล้านข้อความ

สหราชอาณาจักร (UK) มี National Fraud Strategy & National Fraud Squad

เริ่มด้วยการจัดตั้ง National Fraud Squad ดึงตำรวจสืบสวนเฉพาะทางด้านเทคโนโลยีมากกว่า 400 นายทำงานร่วมกับภาคเอกชน การออกข้อบังคับค่ายมือถือและแพลตฟอร์ม บังคับให้ค่ายโทรศัพท์สร้างระบบกรอง SMS/Spoof Calls (การปลอมเบอร์) และให้แพลตฟอร์มออนไลน์ลบโฆษณาหลอกลวงภายในระยะเวลาที่กำหนด  

ระบบรับแจ้งเหตุจุดเดียว (Action Fraud / Single Reporting System): รวมศูนย์การแจ้งความเพื่อให้รหัสคดีเดียว (Single Case Reference) สามารถสืบค้นได้ทุกหน่วยงาน  

ผลคือ ช่วยลดปริมาณคดีลงได้อย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่ปรับปรุงโครงสร้าง ระบบชดเชยเงินคืนผู้เสียหาย (APP Fraud Reimbursement) กำหนดเงื่อนไขบังคับให้ธนาคารต้องคืนเงินแก่เหยื่อกรณีถูกหลอกโอนเงินภายใน 5 วันทำการ (หากไม่ได้เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้ใช้)  

ออสเตรเลีย ใช้ National Anti-Scam Centre (NASC)

ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแห่งชาติของออสเตรเลีย จัดทำแผนร่วมระหว่างรัฐและเอกชน (Public-Private Infrastructure) ทำงานด้วยFusion Cell (หน่วยตอบโต้ฉุกเฉินเฉพาะกิจ) จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจเร่งด่วนเมื่อพบเคสภัยหลอกลวงรูปแบบใหม่ เช่น Scam ข้อความ SMS บัตรเครดิต หรือการแอบอ้างลงทุน  

ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลความเสี่ยง (Data Sharing) ป้อนข้อมูลบัญชีม้าและ URL หลอกลวงส่งตรงไปยังค่ายโทรศัพท์และธนาคาร เพื่อบล็อกทางเข้าทันที  ผล คือ อัตราความเสียหายลดลงครั้งแรก รายงาน NASC ระบุว่ามูลค่าความเสียหายรวมจากภัยโอนเงิน/สแกมลดลงมากกว่า 25% - 30% หลังจากการรวมศูนย์รับแจ้งและอายัดเส้นทางเงิน   ลดระยะเวลาอายัด สามารถสกัดกั้นการโอนเงินข้ามประเทศได้เร็วขึ้นจากเดิมใช้เวลาหลายวัน เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง  

ผู้เชี่ยวชาญ ในการติดตามอาชญากรรมไซเบอร์ เห็นโครงสร้างของ ระบบใหม่แล้ว มีความเห็นว่า National Anti-Fraud Master Plan ไม่ใช่วิธีใหม่ แต่คือ เรื่อง Cybersecurity คือเรื่อง ศปอท. ที่ปราบปรามมิจฉาชีพ และบูรณาการข้อมูลกันอยู่ ตาม พรก.1 พรก.2  ภารกิจไม่ได้ใหม่ แม้ยังไม่มีดีเทลวิธีการหรือความรับผิดชอบออกมา เชื่อว่า ไม่พ้น ตำรวจ กับ ธนาคาร ก่อนหน้านี้ คนในอุตสาหกรรมดิจิทัล  พยายามจะเสนอตั้งหน่วยงานปราบปราม มิจฉาชีพ ขึ้นมาเฉพาะ สังกัด ดีอี แล้วก็เงียบหายไป  มีเสียงทักท้วง ว่าปัจจุบัน หน่วยงานมันก็มากมาย ซ้ำซ้อนกันอยู่ หากจะเป็นเรื่องปราบมิจฉาชีพ จริงๆ 

“ มันต้องทำเรื่องบูรณาการข้อมูล เทคโนโลยี กันมากกว่าที่จะตั้งหน่วยงานขึ้นมาเพิ่มอีก 1 หน่วย ผลสุดท้ายมันก็ไม่เบ็ดเสร็จอยู่ดี ภารกิจของระบบใหม่ คล้ายๆ สกมช. ที่ตอนนี้น่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลง“ 

น่าจับตาม National Anti-Fraud Master Plan จะเป็นยาแรงจัดหนักมิจฉาชีพ หรือ ยาเก่าใส่ขวดใหม่ ต้องรอดู เมื่อมิจฉาชีพ รู้แล้วว่า ต้องเจอกับอะไร แล้วใครจะใช้วิธีเดิม

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์