สุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รองเลขาธิการ กสทช.) สายงานกิจการโทรคมนาคม เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. ได้รับชำระเงินค่าประมูลคลื่นความถี่โทรคมนาคมงวดที่ 1 จากผู้ชนะการประมูลรายใหญ่ 2 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) และ บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (TUC)
โดย AWN ได้ชำระเงินค่าประมูลคลื่นความถี่ ย่าน 2100 MHz (1965–1980 MHz / 2155–2170 MHz) เป็นจำนวน 7,944,750,005.35 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม จากราคาประมูลสูงสุด 14,850 ล้านบาท

ในขณะที่ TUC ได้ชำระเงินค่าประมูลคลื่นความถี่ ย่าน 1500 MHz (1452–1472 MHz) เป็นจำนวน 2,489,868,689.88 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และ ย่าน 2300 MHz (2300–2370 MHz) เป็นจำนวน 11,646,950,089.88 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งบริษัทเป็นผู้ชนะการประมูลเมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา ด้วยราคาชนะสูงสุด 4,653.96 ล้านบาท และ 21,770 ล้านบาท ตามลำดับ

สุทธิศักดิ์ระบุว่า การชำระเงินดังกล่าวแสดงถึงความมีวินัยทางการเงินของภาคเอกชน และความมั่นใจในศักยภาพการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศในระยะยาว โดยสำนักงาน กสทช. จะรีบนำเงินจากการประมูลคลื่นทั้งหมดส่งกระทรวงการคลังทันที เพื่อใช้เป็น “รายได้ของแผ่นดิน” ตามกรอบนโยบายของรัฐ
“การจัดสรรคลื่นความถี่ในครั้งนี้ ไม่เพียงตอบโจทย์เชิงเทคโนโลยี แต่ยังส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม ผ่านรายได้เข้ารัฐและการกระตุ้นการลงทุนด้านดิจิทัลของผู้ประกอบการรายใหญ่”
— รองเลขาธิการ กสทช. กล่าว
ทั้งนี้ การประมูลคลื่นความถี่ล่าสุดนับเป็นก้าวสำคัญในการรองรับการใช้งาน 5G, AI และบริการดิจิทัลในอนาคต ซึ่งจะส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก



