โครงสร้างใหม่ กสทช.  วิธีปฏิรูปองค์กร ที่ไม่ได้เริ่มจากธรรมาภิบาล

7 ส.ค. 2569 - 13:32

  • สำนักงานมีแนวคิดทดลองใช้โครงสร้างการทำงานรูปแบบใหม่ ทั้งที่มีการเสนอระการปรับโครงสร้างองค์กร ค้างยังอยู่ระหว่างรอการพิจารณาของคณะกรรมการ กสทช. (บอร์ด)

  • การกำหนดโครงสร้างองค์กรเป็นอำนาจของคณะกรรมการ กสทช. โดยมีวาระรอการพิจารณามาระยะหนึ่ง แต่สำนักงานฯ กลับเลือกใช้แนวทาง “ทดลองใช้”

  • การปฏิรูปองค์กรของ กสทช. ไม่ได้มีเพียงมิติของการเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับเทคโนโลยีใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญของหลักธรรมาภิบาลและหลักนิติธรรมในการบริหารองค์กรอิสระ

โครงสร้างใหม่ กสทช.  วิธีปฏิรูปองค์กร ที่ไม่ได้เริ่มจากธรรมาภิบาล

ข่าวที่สาธารณชน รับรู้เกี่ยวกับ กสทช. วันนี้คือ ประชุมล่ม ประธานบอร์ดมีปัญหาคุณสมบัติ  กรรมการความเห็นไม่ตรงกัน ในกระแสความวุ่นวาย ไม่ค่อยมีคนพูดถึง “สำนักงาน กสทช.” คนกสทช. รู้สึกยังไง มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง 

ในความวุ่นวายของ กรรมการกสทช. มีความเปลี่ยนแปลงก่อตัวเงียบๆ ภายในสำนักงาน กสทช. นั่นคือ การปรับโครงสร้างใหม่ ความจริง องค์กรกำกับดูแลที่มีภารกิจ ดู ทั้งโทรทัศน์ วิทยุ สื่อออนไลน์ ดาวเทียม มือถือ ฯลฯ การปรับโครงสร้างองค์กรเป็นเรื่องธรรมดา แต่การปรับโครงสร้างองค์กร ที่ สำนักงาน กสทช. รอบนี้ ค่อนข้างแปลก

การปรับโครงสร้างสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นประเด็นที่ถูกจับตา เมื่อสำนักงานมีแนวคิดทดลองใช้โครงสร้างการทำงานรูปแบบใหม่ ทั้งที่วาระการปรับโครงสร้างองค์กรยังอยู่ระหว่างรอการพิจารณาของคณะกรรมการ กสทช. (บอร์ด)

แหล่งข่าวที่ติดตามการทำงานของ กสทช. ให้ความเห็นว่า ในเชิงหลักการ การปรับโครงสร้างถือเป็นสิ่งจำเป็นและสอดคล้องกับพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ที่กำหนดแนวทางให้บูรณาการภารกิจการกำกับดูแล ไม่แบ่งแยกเป็นสายกิจการโทรคมนาคมและกิจการกระจายเสียงเช่นในอดีต เพื่อให้สอดรับกับการหลอมรวมของเทคโนโลยีและบริการดิจิทัลในปัจจุบัน

แนวทางในการปรับโครงสร้างใหม่ มีการจัดตั้งสำนักหรือหน่วยงานใหม่ขึ้นมา โดยมีเหตุผล เนื่องจากภารกิจของสำนักงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากเทคโนโลยีใหม่ การกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล และบริการสื่อสารรูปแบบใหม่ หากยังคงใช้โครงสร้างเดิม อาจทำให้การดำเนินงานไม่ทันต่อปริมาณงานและความซับซ้อนของภารกิจที่เพิ่มขึ้น

ประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกตไม่ใช่เนื้อหาของการปรับโครงสร้าง แต่เป็นกระบวนการดำเนินการ โดยแหล่งข่าวระบุว่า การกำหนดโครงสร้างองค์กร หรือปรับโครงสร้างองค์กร เป็นอำนาจของ “คณะกรรมการ กสทช.” จึงมีการทำโครงสร้างให้ บรรจุรออยู่ในวาระรอการพิจารณามาระยะหนึ่ง แต่สำนักงานฯ กลับเลือกใช้แนวทาง “ทดลองใช้” ก่อนที่บอร์ดจะมีมติรับรองอย่างเป็นทางการ

แนวทางดังกล่าว เป็นการข้ามขั้นตอน และยังไม่ได้มีมติของบอร์ด ถ้าทำจริงๆ อาจสร้างปัญหาในทางปฏิบัติ เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงาน ทั้งการอนุญาต การกำกับดูแล การบังคับใช้กฎหมาย และการลงนามในคำสั่งทางปกครอง จำเป็นต้องอาศัยโครงสร้างองค์กรและการมอบอำนาจที่มีฐานกฎหมายรองรับ หากโครงสร้างที่ใช้ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากบอร์ด อาจนำไปสู่ข้อถกเถียงเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของการใช้อำนาจในอนาคต

ผลกระทบเริ่มสะท้อนให้เห็นในระดับการปฏิบัติงาน โดย บุคลากรจำนวนหนึ่งยังไม่มั่นใจถึงบทบาทและอำนาจหน้าที่ของตนเอง เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงสายงานและความรับผิดชอบ โดยเฉพาะในกลุ่มงานด้านกิจการกระจายเสียงที่ต้องย้ายภารกิจไปยังหน่วยงานใหม่ ทำให้เกิดความสับสนเกี่ยวกับขั้นตอนการทำงานและผู้มีอำนาจพิจารณาในแต่ละเรื่อง

ล่าสุด มีรายงานว่า การทดลองใช้โครงสร้างใหม่ถูกเลื่อนออกไปเป็นเดือนหน้า ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์ของประธาน กสทช. อาจส่งผลต่อทิศทางการบริหารองค์กรในระยะต่อไป

หากมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งประธาน กสทช. บอร์ดชุดปัจจุบันสามารถนำวาระการปรับโครงสร้างองค์กรที่ค้างการพิจารณาขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้ทันที โดยหากผ่านความเห็นชอบของบอร์ด จะทำให้โครงสร้างองค์กรมีฐานอำนาจตามกฎหมายอย่างสมบูรณ์ แตกต่างจากการใช้แนวทางทดลองที่อาจถูกตั้งคำถามในภายหลัง

หรือ หากบอร์ดมีมติอนุมัติโครงสร้างใหม่อย่างเป็นทางการ จะช่วยสร้างความชัดเจนให้กับบุคลากรทุกระดับ ลดความกังวลเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ และทำให้การใช้อำนาจในการอนุญาต การกำกับดูแล และการบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมั่นคงภายใต้กรอบกฎหมาย

ในอีกด้านหนึ่ง หากบอร์ดพิจารณาปรับแก้หรือเห็นชอบโครงสร้างที่แตกต่างจากแนวทางทดลองใช้อยู่ในปัจจุบัน โครงสร้างที่ทดลองไว้ก็อาจต้องยุติลงและปรับให้สอดคล้องกับมติของบอร์ด เนื่องจากการจัดโครงสร้างองค์กรเป็นอำนาจโดยตรงของคณะกรรมการ กสทช. ตามกฎหมาย

ประเด็นดังกล่าวสะท้อนว่า การปฏิรูปองค์กรของ กสทช. ไม่ได้มีเพียงมิติของการเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับเทคโนโลยีใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญของหลักธรรมาภิบาลและหลักนิติธรรมในการบริหารองค์กรอิสระ เพราะแม้ทุกฝ่ายจะเห็นพ้องว่าการปรับโครงสร้างเป็นสิ่งจำเป็น แต่กระบวนการดำเนินการก็จำเป็นต้องอยู่บนฐานอำนาจที่ชัดเจน โปร่งใส และชอบด้วยกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดข้อโต้แย้งต่อความชอบธรรมของการใช้อำนาจในอนาคต

จับตามความเปลี่ยนแปลงในกสทช. โครงสร้างใหม่จะอยู่หรือไป เกี่ยวข้องกับ เจ้าของแนวคิด โครงสร้างใหม่ ทดลองใช้ หากสถานการณ์ของประธานบอร์ดกสทช. เปลี่ยนแปลง จะมีผลทันทีกับโครงสร้างใหม่ การปรับโครงสร้างเพื่อให้ครอบคลุมงานที่ต้องดูแล เป็นเรื่องดี แต่ปฎิเสธไม่ได้ว่า มีเสียงสะท้อนของคนกสทช.บางส่วน ที่ควรรับฟัง ขณะเดียวกัน จะอย่างไรกับโครงสร้างที่ค้างอยู่ในวาระ นั่นสะท้อนว่ามี ฝ่ายความคิดที่ไม่เป็นเอกภาพซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาเมื่อลงมือปฎิบัติไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างที่ทำไว้เดิม หรือโครงสร้างใหม่ที่ “ให้ทดลองใช้ได้”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์