ท่ามกลางกระแสการแข่งขันทางเทคโนโลยีของโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น ข้อมูลล่าสุดจากองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ชี้ให้เห็นถึงช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างประเทศมหาอำนาจทางนวัตกรรมและประเทศไทย โดยเฉพาะในด้าน "กำลังคน" เป็นหัวใจสำคัญของการวิจัยและพัฒนา (R&D) ขณะที่ทั่วโลกกำลังเร่งขยายฐานแรงงานสายวิชาชีพ STEM แต่ไทยกลับยังคงเผชิญความท้าทายในการเพิ่มสัดส่วนบุคลากรและงบประมาณ

ภาพรวมโลกOECD ขยายฐานแรงงาน STEM อย่างก้าวกระโดด
อ้างอิงจากรายงานล่าสุด ข้อสังเกตด้านอาชีพด้านการวิจัยและนวัตกรรม (ReICO) ภายใต้ OECD และสหภาพยุโรป (EU) พบว่าสัดส่วนของผู้ประกอบวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) ในกลุ่มประเทศ OECD เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
บุคลากรสายวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ (S&E) เพิ่มขึ้นเป็น 3.7% ของกำลังแรงงานทั้งหมดในปี 2024บุคลากรสายเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) เติบโตแตะระดับ 3.1% บุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) มีสัดส่วนสูงถึง 1.6% ของการจ้างงานรวม
ในประเทศผู้นำด้านนวัตกรรม เช่น ฟินแลนด์ อิสราเอล ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ และสวีเดน สัดส่วนรวมของบุคลากร S&E และ ICT พุ่งทะลุ 10% ของการจ้างงานทั้งหมด เป็นเครื่องยนต์สำคัญที่ช่วยดึงดูดการลงทุนและสร้างเศรษฐกิจฐานความรู้
ภาพฉายประเทศไทย ความแตกต่างที่ยังต้องเร่งตีตื้น
เมื่อหันมามองประเทศไทย ข้อมูลจากการสำรวจของหน่วยงานภายในประเทศ อาทิ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เผยให้เห็นบริบทที่แตกต่างและข้อจำกัดที่ท้าทาย:
สัดส่วนบุคลากร R&D ยังเบาบาง ขณะที่ OECD มีบุคลากร R&D ถึง 1.6% ของกำลังแรงงาน แต่ประเทศไทยมีบุคลากร R&D (แบบเทียบเท่าเต็มเวลา หรือ FTE) อยู่ที่ประมาณ 150,000 - 175,000 คน หรือคิดเป็นประมาณ 23-26 คนต่อประชากร 10,000 คน ซึ่งเมื่อเทียบเป็นสัดส่วนต่อกำลังแรงงานรวมของประเทศ (ประมาณ 40 ล้านคน) จะอยู่ที่ราว 0.4% เท่านั้น ซึ่งถือว่ายังห่างไกลจากค่าเฉลี่ยของประเทศพัฒนาแล้ว
ปัญหาโครงสร้างบุคลากรวิจัย ข้อมูลจาก OECD ระบุว่าแม้นักวิจัยในไทยจะเพิ่มขึ้น แต่องค์ประกอบของทีมวิจัยกลับขาดสมดุล โดยพบว่าจำนวน "ผู้ช่วยนักวิจัย" และ "บุคลากรสนับสนุน" มีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้นักวิจัยทักษะสูงต้องเสียเวลาไปกับงานธุรการหรือภาระงานที่ควรส่งต่อได้ ซึ่งกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานวิจัยโดยรวม
การลงทุนด้าน R&D ที่ยังไม่ถึงเป้าหมาย แม้รัฐบาลจะตั้งเป้าหมายดันงบลงทุนด้าน R&D ให้ถึง 2% ของ GDP ภายในปี 2027 แต่สัดส่วนปัจจุบันยังคงทรงตัวและมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 1% - 1.16% โดยเฉพาะภาคเอกชนและอุตสาหกรรมการผลิตที่ลดค่าใช้จ่ายด้านนี้ลงเพื่อควบคุมต้นทุน

ภาวะขาดแคลนแรงงาน STEM ทักษะสูง
ไทยยังคงมีสัดส่วนการจ้างงานอาชีพสาย STEM และระดับรายได้ต่อหัวที่ต่ำกว่ากลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอย่างชัดเจน
บทวิเคราะห์ก้าวต่อไปที่ไทยต้องพัฒนา จากความแตกต่างดังกล่าว ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับโครงสร้างและเร่งเครื่องการพัฒนาใน 3 มิติหลัก ได้แก่
ยกระดับและผลิตกำลังคน(Upskill & Reskill) ประเทศไทย ต้องผลิตกำลังคนสาย STEM ให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย (เช่น การบิน อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และดิจิทัล) ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานที่พยายามขับเคลื่อนผ่านแพลตฟอร์มอย่าง STEMPlus เพื่อพัฒนากำลังคนทักษะสูงให้ได้กว่า 5.4 แสนคน
ปรับสมดุลทีมวิจัย (Research Ecosystem) ต้องสร้างแรงจูงใจและเพิ่มจำนวนบุคลากรสายสนับสนุนงานวิจัยและช่างเทคนิค เพื่อให้นักวิจัยหลักสามารถโฟกัสกับการสร้างนวัตกรรมได้อย่างเต็มที่
และ กระตุ้นเม็ดเงินลงทุนเอกชน ภาครัฐจำเป็นต้องมีมาตรการทางภาษีหรือเงินอุดหนุนที่ดึงดูดและสร้างความต่อเนื่องให้ภาคเอกชน




