โครงการโซล่าร์รูฟ 1 ล้านครัวเรือน ทำให้นึกถึงคำแนะนำของ OECD ที่เสนอโรดแมปการเงินและการลงทุนพลังงานสะอาดของไทย โดยใช้เงินลงทุนราว 1.75 ล้านล้านบาท เพื่อผลิตไฟฟ้า พัฒนาพลังงานหมุนเวียน และเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมพลังงาน แนะไทยต้องแก้ไขอุปสรรคในการเข้าถึงแหล่งทุน กฎระเบียบ ความไม่แน่นอนของนโยบาย แนะรัฐสร้างกลไกค้ำประกันสินเชื่อ หนุน Green Bonds และลดขั้นตอนติดตั้งโซลาร์
องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เผยแพร่ รายงาน Clean Energy Finance and Investment Roadmap of Thailand เสนอแนวทางเร่งระดมเงินทุนเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของไทย โดยประเมินว่าในช่วงปี 2022–2037 ไทยต้องการเงินลงทุนสำหรับการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนประมาณ 779,000 ล้านบาท และการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานอีก 974,000 ล้านบาท รวมประมาณ 1.75 ล้านล้านบาท
การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำให้โครงการลงทุนเกิดขึ้นได้จริง ทั้งการปรับปรุงกฎระเบียบ การเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนและผู้บริโภคเข้าร่วม
ข้อมูลที่รายงานอ้างถึงระบุว่า ในปี 2022 ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมีสัดส่วนประมาณ 13% ขณะที่ยุทธศาสตร์ระยะยาวที่รายงานนำมาอ้างอิงตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวเป็น 74% ภายในปี 2050 สะท้อนขนาดของความท้าทายในการเร่งลงทุนเพื่อเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานของประเทศ
โซลาร์รูฟท็อปมีศักยภาพ แต่ต้องปลดล็อกการลงทุน
ตลาดสำคัญ คือ การติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านและอาคารธุรกิจ ซึ่งมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนยังเผชิญต้นทุนติดตั้ง ข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ ขั้นตอนการอนุญาต และเงื่อนไขการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า รวมถึงข้อจำกัดในการขายไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบ
OECD จึงเสนอให้ไทยทบทวนมาตรการสนับสนุนทางการเงิน ลดความซับซ้อนของขั้นตอนอนุญาต และทำให้กฎเกณฑ์การเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้ามีความชัดเจนมากขึ้น เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าและความมั่นใจให้แก่ผู้ลงทุน
รายงานยังชี้ถึงความท้าทายจากกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การลงทุนในกำลังผลิตใหม่ชะลอตัว การวางแผนระบบไฟฟ้าจึงต้องคำนึงถึงทั้งความมั่นคงทางพลังงาน ความต้องการใช้ไฟฟ้า และการเปิดทางให้พลังงานหมุนเวียนเข้าสู่ระบบได้อย่างเหมาะสม
เพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ลดต้นทุนธุรกิจ
อีกด้านที่มีความสำคัญไม่แพ้กันคือ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมและอาคารพาณิชย์ ซึ่งต้องการเงินลงทุนรวมประมาณ 974,000 ล้านบาทในช่วงปี 2022–2037
ในจำนวนนี้ ภาคอุตสาหกรรมมีความต้องการลงทุนประมาณ 420,000 ล้านบาท หรือราว 43% ของเงินลงทุนด้านประสิทธิภาพพลังงานทั้งหมด ขณะที่ระบบทำความเย็นและเครื่องปรับอากาศเป็นอีกจุดที่มีศักยภาพในการลดการใช้ไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ
OECD เสนอให้ส่งเสริมการใช้เครื่องปรับอากาศประสิทธิภาพสูง การจัดซื้ออุปกรณ์แบบรวมกลุ่ม และกลไกทางการเงินที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลงทุนปรับปรุงระบบได้โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนก้อนใหญ่ในทันที เช่น การชำระคืนเงินลงทุนผ่านบิลค่าไฟฟ้า (On-bill financing) หรือการรับประกันผลการประหยัดพลังงาน
แนวทางดังกล่าวช่วยให้การลงทุนด้านประสิทธิภาพพลังงานเป็นมากกว่ามาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพราะยังช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจได้ด้วย
แนะรัฐสร้างกลไกค้ำประกัน ดึงเงินทุนเอกชน
สำหรับอุปสรรคด้านการเงิน รายงานระบุว่า ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมถึงบริษัทให้บริการด้านประสิทธิภาพพลังงาน (ESCOs) มักมีข้อจำกัดด้านหลักประกัน ประวัติสินเชื่อ และเงินทุนของตนเอง ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้เพียงพอ แม้โครงการจะมีโอกาสสร้างผลประหยัดในระยะยาวก็ตาม
OECD เสนอให้พัฒนากลไกค้ำประกันสินเชื่อสำหรับโครงการพลังงานสะอาด ทดลองรวบรวมโครงการขนาดเล็กหลายโครงการเข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มขนาดการลงทุน และส่งเสริมเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยกระจายความเสี่ยงระหว่างภาครัฐ ธนาคาร และนักลงทุนเอกชน
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ส่งเสริมการออกตราสารหนี้เพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Bonds) และพัฒนาระบบข้อมูลที่ช่วยให้สถาบันการเงินประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทนของโครงการพลังงานสะอาดได้ดีขึ้น
รายงานยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างความต่อเนื่องของนโยบายและเพิ่มประสิทธิภาพการประสานงานระหว่างหน่วยงานรัฐ เพราะความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบและขั้นตอนอนุมัติที่ยุ่งยากอาจเพิ่มต้นทุนและทำให้นักลงทุนลังเลที่จะตัดสินใจ
ข้อเสนอของ OECD จึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเพิ่มงบประมาณสนับสนุนพลังงานสะอาด แต่ครอบคลุมถึงการปรับโครงสร้างกติกาและระบบการเงิน เพื่อให้เงินทุนจากภาคเอกชนไหลเข้าสู่โครงการได้มากขึ้น และทำให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานของไทยเกิดขึ้นได้จริงในระดับครัวเรือน ธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม
ที่มา: OECD, Clean Energy Finance and Investment Roadmap of Thailand (Policy Highlights, มิถุนายน2024)




