พลังงานเตรียมรับมือน้ำมันโลกผันผวน
เดินหน้าบริหารราคา-จัดหา-สำรอง ลดแรงกระแทกเศรษฐกิจไทย
สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูงและมีความผันผวน ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และการสู้รบในหลายพื้นที่ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันและต้นทุนพลังงานของประเทศผู้นำเข้า รวมถึงประเทศไทย กระทรวงพลังงานจึงเร่งประเมินสถานการณ์และเตรียมมาตรการรองรับทั้งด้านราคา การจัดหา และการสำรองน้ำมัน เพื่อจำกัดผลกระทบต่อประชาชนและรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน
วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวง ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันและปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ประเทศไทยยังมีความมั่นคงด้านพลังงาน และได้เตรียมแนวทางรองรับความผันผวนไว้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอยู่ในระดับสูง โดย WTI อยู่ที่ประมาณ 92.65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล Brent ประมาณ 97.31 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และ Dubai ประมาณ 100.16 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยมีปัจจัยสำคัญจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และอุปทานน้ำมันในตลาดโลก
กระทรวงพลังงานประเมินว่า สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนและราคาน้ำมันอาจอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องถึงช่วงต้นปีหน้า จึงให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของระบบพลังงาน มากกว่าการประเมินทิศทางราคาน้ำมันเพียงอย่างเดียว เพื่อให้ประเทศสามารถรับมือกับความผันผวนของตลาดโลกได้
แนวทางดำเนินการครอบคลุมทั้ง การบริหารราคาพลังงานภายในประเทศ การดูแลปริมาณน้ำมันให้เพียงพอต่อการใช้ การบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และการกระจายแหล่งจัดหาน้ำมันดิบ โดยเร่งเพิ่มทางเลือกในการนำเข้าจากภูมิภาคต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งใดแหล่งหนึ่ง และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับระบบจัดหาพลังงานของไทย
ด้าน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แม้ยังมีภาระจากการดูแลเสถียรภาพราคาพลังงาน โดย ณ วันที่ 6 กันยายน 2569 มีฐานะติดลบประมาณ 83,291 ล้านบาท แต่กระทรวงพลังงานจะบริหารกองทุนฯ อย่างรอบคอบ โดยให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อประชาชนควบคู่กับการรักษาวินัยทางการเงินและความสามารถในการรองรับสถานการณ์ในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ยังเร่งดำเนินการด้านการจัดหาและสำรองน้ำมัน โดยมุ่งกระจายแหล่งนำเข้า เพิ่มความยืดหยุ่นของระบบจัดหา รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบสำรอง เพื่อให้สามารถปรับตัวได้หากสถานการณ์ตลาดโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
“ประชาชนไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน เพราะประเทศไทยยังมีระบบจัดหาและสำรองที่สามารถรองรับการใช้ภายในประเทศได้ สิ่งที่กระทรวงกำลังดำเนินการคือการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า เพื่อให้ระบบพลังงานของประเทศสามารถเดินหน้าต่อได้ แม้ต้องเผชิญกับความผันผวนจากปัจจัยภายนอก” วีรพัฒน์ กล่าว
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันเป็นปัจจัยที่ประเทศไทยไม่สามารถกำหนดได้ทั้งหมด เนื่องจากยังต้องพึ่งพาการนำเข้าจากตลาดโลก การบริหารความเสี่ยงจึงเป็นกลไกสำคัญ ทั้งการจัดหาให้เพียงพอ การกระจายแหล่งนำเข้า การบริหารปริมาณสำรอง และการใช้กลไกด้านราคาเพื่อลดการส่งผ่านต้นทุนจากตลาดโลกมายังผู้บริโภค
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานขอความร่วมมือประชาชนใช้น้ำมันอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ รวมถึงเลือกใช้เชื้อเพลิงที่เหมาะสม เช่น แก๊สโซฮอล์ E20 สำหรับรถยนต์ที่รองรับ ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าพลังงาน ลดค่าใช้จ่าย และลดแรงกดดันต่อระบบพลังงานของประเทศ
วีรพัฒน์กล่าวว่า แม้ตลาดพลังงานโลกยังเผชิญความผันผวนและความไม่แน่นอน กระทรวงพลังงานได้เตรียมความพร้อมล่วงหน้าทั้งด้านราคา การจัดหา การสำรอง และการกระจายความเสี่ยง เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรักษาความมั่นคงด้านพลังงานและรองรับผลกระทบจากสถานการณ์ภายนอกได้อย่างต่อเนื่อง




