‘พิพัฒน์’ สั่งตรวจสอบเข้มเหตุเครนถล่มทับรถไฟ รฟท.เร่งสอบสวนงานไฮสปีด รับเหมาบริษัทอิตาเลียนไทย
พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งการเร่งด่วนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบอย่างเข้มงวดกรณีเครนก่อสร้างถล่มทับขบวนรถไฟ ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง บริเวณช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น–สถานีสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ภายใต้งานก่อสร้างของ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย
พิพัฒน์ เปิดเผย ขณะนี้ได้รับรายงานเหตุเครนก่อสร้างหล่นทับ ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี จากอธิบดีกรมการขนส่งทางราง และรองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการ รฟท. โดยได้สั่งการให้อธิบดีกรมการขนส่งทางราง และผู้ว่าการ รฟท. ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที เพื่อเร่งหาสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างรอบด้าน และรายงานผลอย่างโปร่งใส
จากรายงานเบื้องต้น ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 มีผู้โดยสารและพนักงานรวม 195 คน โดยมีรายงานผู้เสียชีวิต 12 ราย แบ่งเป็นตู้ที่ 2 จำนวน 7 ราย และตู้ที่ 3 จำนวน 5 ราย ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งรักษาในโรงพยาบาลหลายแห่งในจังหวัดนครราชสีมา โดยตัวเลขดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบยืนยันอย่างเป็นทางการ
ด้าน การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ระบุว่า ภายหลังเกิดเหตุได้สั่ง หยุดการก่อสร้างในพื้นที่ทันที เพื่อควบคุมสถานการณ์ ดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกในการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ทั้งด้านมาตรการความปลอดภัย การดำเนินงานของผู้รับเหมา และสภาพแวดล้อมขณะเกิดเหตุ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก

รมว.คมนาคม-พิพัฒน์ ยังได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมประสานกระทรวงแรงงาน ตรวจสอบว่าผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บเข้าข่ายเป็นแรงงานตามกฎหมายหรือไม่ หากเข้าเกณฑ์ ให้เร่งประสานสำนักงานประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน เพื่อดำเนินการเยียวยาอย่างเหมาะสมและรวดเร็ว
ขณะที่ พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบสาเหตุอุบัติเหตุและทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัยในพื้นที่ก่อสร้างอย่างเร่งด่วน ส่วน อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการ รฟท. รักษาการผู้ว่าการ ยืนยันว่า รฟท.จะยังไม่เร่งรัดการก่อสร้าง จนกว่าการสอบสวนสาเหตุและการประเมินความปลอดภัยจะแล้วเสร็จ
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมและ รฟท. จะรายงานความคืบหน้า ผลการสอบสวน และตัวเลขผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นทางการให้สาธารณชนรับทราบอีกครั้ง เมื่อข้อมูลผ่านการตรวจสอบยืนยันจากหน่วยงานในพื้นที่แล้ว
ล่าสุด หน่วยกู้ภัยฯ รายงานว่า พบผู้เสียชีวิต 22 คน และผู้บาดเจ็บกว่า 50 คนแล้ว และยังคาดว่า จะยังมีอีกจำนวนมาก




