พิรงรอง-ศุภัช  ทำบันทึกด่วน จี้ ”ไตรรัตน์“  จัดประชุม 1-2 ต.ค.

30 ก.ย. 2569 - 20:34

  • สำนักงาน กสทช. ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบงานธุรการเพื่อตอบสนองการปฏิบัติภารกิจของ กสทช. ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด จัดประชุมและอำนวยความสะดวกในการประชุมให้แก่คณะกรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่

  • เมื่อศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาในคดีแล้ว คณะกรรมการสรรหาฯ ได้กำหนดการบังคับคำสั่งทางปกครอง และมีระเบียบวาระ กสทช. ที่ค้างพิจารณาถึง 226 วาระ

  • และเป็นระเบียบวาระที่มีความจำเป็นเร่งด่วนจำนวนมาก จึงขอให้สำนักงาน กสทช. จัดให้มีการประชุม กสทช.

พิรงรอง-ศุภัช  ทำบันทึกด่วน จี้ ”ไตรรัตน์“  จัดประชุม 1-2 ต.ค.

2 บอร์ดกสทช. “พิรงรอง-ศุภัช” ทำบันทึกด่วน ถึง ”ไตรรัตน์“ จัดประชุม โดยเร็ว 1-2 ต.ค.นี้ ยัน ”นพ.สรณ“ ไม่มีอำนาจนัดถกแล้ว หลังศาลชี้ชัด มติกก.สรรหา พ้นตำแหน่งชอบด้วยกฎหมาย 

พิรงรอง รามสูต และ ศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ทำบันทึกด่วนที่สุดถึง ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. พร้อมสำเนาเรียนถึงกรรมการ กสทช. 2 ฉบับ โดยฉบับแรกทำเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 และฉบับที่ 2 ทำเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 เรื่องขอให้จัดประชุม กสทช. 

บันทึกด่วนที่สุดฉบับแรกระบุว่า ตามที่ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 1455/2569 คดีหมายเลขแดงที่ 1590/2569 เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ระหว่าง นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ผู้ฟ้องคดี และคณะกรรมการสรรหา กสทช. ผู้ถูกฟ้องคดี โดยศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีอำนาจตามกฎหมายในการวินิจฉัยประเด็นคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของนายสรณฯ ภายหลังจากที่นายสรณฯ ได้รับการสรรหาและได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่กรรมการ กสทช.

การที่คณะกรรมการสรรหา กสทช. มีคำวินิจฉัยที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 วินิจฉัยว่านายสรณ ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการเป็นกรรมการ กสทช. ตาม มาตรา 8(2) แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และถือว่าเป็นผู้สละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งตาม มาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ. ดังกล่าว ชอบด้วยกฎหมายแล้ว 

เมื่อศาลปกครองมีคำพิพากษาหรือคำสั่งอันเป็นผลให้นพ.สรณ ที่ได้รับเลือกขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามหรือได้รับการคัดเลือกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ย่อมไม่มีผลกระทบต่อกิจการที่ผู้ฟ้องคดีได้กระทำไว้แล้วก่อนมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ตาม มาตรา 15 วรรคเจ็ด แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน

เนื่องจากกรรมการ กสทช. ทั้งสองที่ลงนามในบันทึกฉบับนี้ได้เคยมีบันทึกข้อความหลายฉบับเพื่อขอให้สำนักงาน กสทช. จัดให้มีการประชุม กสทช. ที่มีองค์ประกอบของกรรมการเหลืออยู่ 6 คน ตาม มาตรา 20 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และที่แก้ไขเพิ่มเติม แต่สำนักงาน กสทช. ก็ไม่ได้ดำเนินการใดๆ อีกทั้งไม่แจ้งเหตุที่ไม่สามารถดำเนินการได้ให้กรรมการ กสทช. ทราบ

 “ในการนี้ เมื่อศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาในคดีดังกล่าวแล้ว ประกอบกับมีระเบียบวาระต่าง ๆ จำนวนถึง 226 วาระที่ค้างพิจารณาและวาระที่มีความเร่งด่วนจำนวนมาก จึงขอให้สำนักงาน กสทช. ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบงานธุรการเพื่อตอบสนองการปฏิบัติภารกิจของ กสทช. ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด จัดประชุมและอำนวยความสะดวกในการประชุมให้แก่คณะกรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่ตามบทบัญญัติแห่งมาตรา 20 วรรคสาม ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยจัดประชุม กสทช. ในวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2569 ทั้งนี้ ขอให้สำนักงาน กสทช. แจ้งกลับภายในวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2569 ว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ ด้วยเหตุผลใด จึงเรียนมาเพื่อดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัด”บันทึกระบุ

สำหรับบันทึกฉบับที่ 2 ระบุว่า ตามที่สำนักงาน กสทช. ได้มีบันทึกข้อความที่ สทช 2001.1/2744 ลงวันที่ 28 กันยายน 2569 เพื่อเชิญประชุม กสทช. ครั้งที่ 25/2569 ในวันพฤหัสบดีที่ 1 และวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 09.30 - 16.30 นาฬิกา ณ ห้องประชุมสายลม 1021 ชั้น 2 อาคารอำนวยการสำนักงาน กสทช. โดยระบุว่า การประชุมครั้งนี้มีศาสตราจารย์คลินิกสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ เป็นประธานในที่ประชุม กสทช. ประกอบกับคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ สว (กสทช) 0008/(ส) 704 และ สว (กสทช) 0008/(ส) 706 ลงวันที่ 30 กันยายน 2569 เรื่อง การบังคับตามคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้กระทำหรือละเว้นกระทำ

โดยมีคำสั่งแจ้งให้นพ.สรณ ยุติการปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช. ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งนี้ และหากยังคงฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม คณะกรรมการสรรหา กสทช. จะกำหนดมาตรการบังคับทางปกครองให้ศาสตราจารย์คลินิกสรณฯ ชำระค่าปรับบังคับการเป็นเงินห้าหมื่นบาทต่อวัน ตลอดระยะเวลาที่ทำการฝ่าฝืน ความละเอียดทราบแล้วนั้น

กรรมการ 2 ท่านที่ลงนามในบันทึกฉบับนี้มีความเห็น ดังนี้   ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 1455/2569 คดีหมายเลขแดงที่ 1590/2569 เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ระหว่างนพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ผู้ฟ้องคดี และคณะกรรมการสรรหา กสทช. ผู้ถูกฟ้องคดี โดยศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีอำนาจตามกฎหมายในการวินิจฉัยประเด็นคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของนพ.สรณ ภายหลังจากที่นพ.สรณ ได้รับการสรรหาและได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่กรรมการ กสทช.

การที่คณะกรรมการสรรหา กสทช. มีคำวินิจฉัยที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 วินิจฉัยว่านพ.สรณ ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการเป็นกรรมการ กสทช. ตาม มาตรา 8 (2) แห่งพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และถือว่าเป็นผู้สละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งตาม มาตรา 18 แห่ง พระราชบัญญัติ ดังกล่าว ชอบด้วยกฎหมายแล้ว

เมื่อศาลปกครองมีคำพิพากษาหรือคำสั่งอันเป็นผลให้นพ.สรณ ที่ได้รับเลือกขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามหรือได้รับการคัดเลือกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ย่อมไม่มีผลกระทบต่อกิจการที่ผู้ฟ้องคดีได้กระทำไว้แล้วก่อนมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ตาม มาตรา 15 วรรคเจ็ด แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน  

ตามคำพิพากษาดังกล่าวหมายความว่า การกระทำใดๆ ของศาสตราจารย์คลินิกสรณ ในฐานะกรรมการ กสทช. ที่ได้กระทำไว้แล้วก่อนมีคำพิพากษาย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ในทางกลับกัน การกระทำใดๆ ของศาสตราจารย์คลินิกสรณ ในฐานะกรรมการ กสทช. ภายหลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้วย่อมไม่ได้อยู่ภายใต้ความคุ้มครองตาม มาตรา 15 วรรคเจ็ด แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ อีกต่อไป

การนัดประชุมตามบันทึกข้อความดังกล่าวข้างต้น เป็นการกำหนดนัดโดยศาสตราจารย์คลินิกสรณ ซึ่งเป็นผู้ไม่มีอำนาจในการนัดประชุมตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง และหากมีการประชุม กสทช. เกิดขึ้น จะทำให้เกิดปัญหาว่าเป็นการประชุมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการอนุมัติวาระการประชุมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันจะยิ่งทำให้ปัญหาซับซ้อนมากขึ้นไปอีก

เมื่อศาลมีคำพิพากษายกฟ้องแล้ว จึงไม่มีผลกระทบต่อคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. เป็นเหตุให้ปัจจุบันยังไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งประธาน กสทช.

ดังนั้น การประชุม กสทช. จะต้องดำเนินการตาม มาตรา 20 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กล่าวคือ กรรมการเท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ และให้ถือว่า กสทช. ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่ทั้งนี้จะต้องมีจำนวนกรรมการไม่น้อยกว่าสี่คน  

นอกจากนี้ คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ สว (กสทช) 0008/(ส) 704 และ สว (กสทช) 0008/(ส) 706 ลงวันที่ 30 กันยายน 2569 เรื่อง การบังคับตามคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้กระทำหรือละเว้นกระทำ โดยให้ศาสตราจารย์คลินิกสรณ ยุติการปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช. ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง และกำหนดมาตรการบังคับทางปกครองในกรณีไม่ปฏิบัติตาม

สำนักงาน กสทช. ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบงานธุรการเพื่อตอบสนองการปฏิบัติภารกิจของ กสทช. สมควรนำหนังสือฉบับดังกล่าว มาประกอบการพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับการประชุม กสทช. เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายโดยเคร่งครัด โดยออกหนังสือเชิญประชุม กสทช. ตาม มาตรา 20 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และที่แก้ไขเพิ่มเติม  

เนื่องจากกรรมการ กสทช. ทั้งสองท่านที่ลงนามในบันทึกฉบับนี้ได้เคยมีบันทึกข้อความหลายฉบับเพื่อขอให้สำนักงาน กสทช. จัดให้มีการประชุม กสทช. ที่มีองค์ประกอบของกรรมการเหลืออยู่ 6 คน ตาม มาตรา 20 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ภายหลังที่มีศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายังได้มีบันทึกข้อความที่ สทช 1003/263 วันที่ 28 กันยายน 2569 เพื่อขอให้สำนักงาน กสทช. จัดประชุมตาม มาตรา 20 วรรคสาม แห่ง พระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และที่แก้ไขเพิ่มเติม   “ เมื่อศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาในคดีดังกล่าวแล้ว ประกอบกับคณะกรรมการสรรหา กสทช. ได้กำหนดการบังคับคำสั่งทางปกครอง และปัจจุบันมีระเบียบวาระ กสทช. ที่ค้างพิจารณาถึง 226 วาระ และเป็นระเบียบวาระที่มีความจำเป็นเร่งด่วนจำนวนมาก

จึงขอให้สำนักงาน กสทช. จัดให้มีการประชุม กสทช. ตามมาตรา 20 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยเร็ว ทั้งนี้ เมื่อสำนักงาน กสทช. ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว กรรมการทั้งสองท่านที่ลงนามในบันทึกฉบับนี้ ยินดีที่จะปรับวันประชุมที่เสนอไปก่อนหน้านี้เป็นวันที่ 1 และวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ตามที่สำนักงาน กสทช. ได้เตรียมความพร้อมการจัดประชุมไว้ก่อนแล้ว  จึงเรียนมาเพื่อดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัด”บันทึกระบุ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์