นักกฎหมายเตือน ประธาน กสทช.ปฏิบัติหน้าที่ต่อ เสี่ยงเกิดความเสียหาย
การเสวนา ทางรอดกสทช. สู่การขับเคลื่อนนิเวศสื่อและโทรคมนาคม จัดโดยคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาคีเครือข่ายนักวิชาการ รศ.ดร.ณรงค์เดช สรุโฆษิต อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน กล่าวว่า
คำสั่งทางปกครอง เช่น คำวินิจฉัยของกรรมการสรรหา กสทช. จะมีผลใช้ยันผู้เกี่ยวข้อง กรณีนี้คือ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. มีผลตั้งแต่วันที่ได้รับคำสั่งเป็นต้นไป เมื่อมีการฟ้องคดีในศาลปกครองแล้วแสดงว่าท่านได้รับคำสั่งทางปกครองแล้ว คำสั่งทางปกครองจะได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าชอบด้วยกฎหมายเสมอ และมีผลบังคับต่อไปเรื่อยๆ จนกว่า ศาลที่มีเขตอำนาจเหนือคดีนั้นจะมีคำวินิจฉัยเพิกถอนคำสั่งหรือคำวินิจฉัยคือมีคำสั่งทุเลาการบังคับ กรณีนี้ยังไม่มีการทุเลาการบังคับ จึงต้องถือว่า นพ.สรณ ไม่มีสถานะเป็นประธานกสทช.และกรรมการกสทช. ตามผลแห่งคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหา
“เมื่อไม่ได้ดำรงตำแหน่งก็ไม่สามารถปฎิบัติหน้าที่ได้ การที่นพ.สรณปฎิบัติหน้าที่ไปในเวลระหว่างนี้จึงเป็นการปฎิบัติหน้าที่โดยไม่มีตำแหน่ง ถือเป็นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ สุ่มเสี่ยงหามีเจตนาพิเศษที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อผู้หนึ่งผู้ใด หรือมีเจตนาทุจริต เสี่ยงที่จะมีความผิดอาญาได้ ”
หากวันใดศาลปกครองมีคำสั่งทุเลาการบังคับ นพ.สรณจะสามารถกลับมามีสถานะกรรมการกสทช. และประธานกสทช.ใหม่อีกครั้งในช่วงนี้กรรมการ กสทช.ที่มีอยู่ 6 ท่าน สามารถปฎิบัติหน้าที่ได้ โดยสามารถเลือกรรมการท่านใดท่านหนึ่งขึ้นมาทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม หรือ แม้แต่จะตั้งเป็นรักษาการ ประธานกสทช.ก็ได้
ในอนาคตแม้ศาลปกครองเพิกถอนคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหา สิ่งที่กรรมการกสทช.กระทำลงในระหว่างนี้ ย่อมมีผลผลสมบรูณ์ตามกฎหมาย จะไม่มีผลกระทบจากผลของคำพิพากษาในอนาคต
“ หากยินยอมให้ นพ.สรณ ยังทำหน้าที่ประธานกสทช. ต่อไป จะส่งผลต่อ ความสมบรูณ์ของการกระทำและการใช้อำนาจของกรรมการกสทช. เพราะเป็นการยินยอมให้บุคคลที่ไม่มีสถานะเป็นกสทช.มาร่วมคิด ร่วมใช้อำนาจ ของกสทช. ”
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน กล่าวอีกว่า เมื่อสอบทานกฎหมายกว่า 30 ฉบับ มีบทบัญญัติที่กำหนดที่มีเหตุผลความจำเป็นหรือข้อขัดข้อง กรณีนี้ คือ ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งประธานกสทช. กรรมการสองท่าน สามารถเข้าชื่อเรียกประชุมคณะกรรมการเองได้ โดยเลขานุการที่ประชุมจะต้องดำเนินการ โดยให้เชิญกรรมการทั้งหมดมาประชุมแล้วแจ้งต่อสำนักงานกสทช.
วาระแรกที่ต้องกระทำคือการแต่งตั้งบุคคลมาดำรงตำแหน่งกรรมการ ประธาน กสทช. กรรมการกสทช. ในปัจจุบัน มีอำนาจสามารถเรียกประชุมได้ ในอนาคตหากมีคำสั่งศาลปกครองเพิกถอนคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหา กสทช. การดำเนินการของกสทช.ก็จะไม่เสียไป ตามนัยยะแห่งมาตรา 19 ของพ.ร.บ.วิธีบริหารราชการทางปกครอง เทียบเคียงมาตรา 15 วรรค 3 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ถือเป็นหลักกฎหมายทั่วไปที่สามารถบังคับใช้ได้
#ศาลปกครอง #ประธานกสทช #คำวินิจฉัย #กรรมการสรรหา #BUSINESS #SPACEBAR




