#กรมการขนส่งทางบก เชิญผู้ให้บริการรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มาลงนามแสดงเจตจำนงความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎหมาย โดยหนึ่งในนั้นมี #แอปพลิเคชันB ที่สิ้นสุดการอนุญาตให้บริการและอยู่ระหว่างการยื่นต่อใบอนุญาต และปรับปรุงการให้บริการ หลังเคยมีเคสนักเรียนหญิงถูกรบกวนจนต้องกระโดดรถหนี และกรณีไรเดอร์ไล่ลงและทำร้ายนักท่องเที่ยวต่างประเทศ
สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงการดำเนินมาตรการเข้มข้นกับผู้ให้บริการรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (รถแอป) ว่า สำหรับผู้ให้บริการที่สิ้นสุดระยะเวลาอนุญาต แต่ได้ผ่อนผันให้สามารถให้บริการได้ ขณะนี้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ยังไม่ได้ต่อใบอนุญาต โดยอยู่ระหว่างการดำเนินการชี้แจงเรื่องร้องเรียนที่เกิดขึ้น ผู้ให้บริการดังกล่าวมีกำหนดสิ้นสุดที่ต้องชี้แจงในวันที่ 11 ก.ค. 2569 โดยผู้ประกอบการต้องทำตามเงื่อนไขให้ครบถ้วน ถ้ามีเจตนายังไม่ดำเนินการให้เสร็จก็ต้องพิจารณาระงับใบอนุญาต แต่หากเหตุผลที่ยังไม่ดำเนินการเป็นเรื่องแอดมิน จะระงับการให้บริการชั่วคราวก่อน แต่หากทำครบตามที่ ขบ. กำหนด คงไม่มีประเด็นที่จะไม่ต่อใบอนุญาต
ส่วนการจัดการกับเรื่องร้องเรียนที่เคยเกิดขึ้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงว่า แต่ละกรณีจะส่งเรื่องให้แอปพลิเคชันให้มีคำตอบพร้อมพยานหลักฐานว่ามีการดำเนินการอย่างไร ซึ่งมีการดำเนินการอยู่ตลอด “ส่วนที่บางแอปยังไม่มีการตรวจประวัติอาชญากรรม จึงเป็นที่มาของการต้องมีใบขับขี่สาธารณะ เพราะเมื่อมีใบขับขี่สาธารณะได้ ต้องมีการตรวจประวัติอาชญากรรม
“ทุกวันนี้ผมจัดการเรื่องนี้ผมโดนทั้งสองฟาก ผู้ประกอบการแอปพลิเคชันก็บ่นว่าจะต้องเรื่องมากอะไรนักหนา ระบบเขาก็จัดการของเขาได้อยู่แล้ว อีกกลุ่มก็ว่าไปอุ้มนายทุนแอปพลิเคชัน ผมก็ต้องเรียนตรงไปตรงมาว่าไม่ได้อุ้มใคร หวังว่าสิ่งที่เราดำเนินการจะเกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุด ”
การลงนามในบันทึกข้อตกลงประกาศแสดงเจตจำนง ความร่วมมือ การปฏิบัติตามกฎหมายและการพัฒนามาตรฐานการให้บริการรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เป็นเพราะที่ผ่านมา การบังคับใช้กฎหมายยังไม่เป็นธรรมมากนัก เรายังเห็นผู้โดยสารที่ถูกละเมิดเป็นระยะ ๆ เป็นที่มาของการให้ผู้ประกอบการมาแสดงเจตจำนงว่าจะรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกันอย่างไร
“เงื่อนไขหนึ่งในนั้น คือ การต้องมีใบขับขี่สาธารณะ ความจำเป็นของการมีใบขับขี่สาธารณะ คือการมีกระบวนการทางกฎหมายในการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และได้รับการรับรองจาก ขบ. ว่ามีสุขภาพและประวัติพร้อมให้บริการ ที่ผ่านมาไม่มีความเข้มงวด ต่อไปนี้ทุกคนจะต้องปฏิบัติร่วมกัน”
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมระบุว่า เงื่อนไขในประกาศแสดงเจตนารมณ์ คือต้องไม่รับคนใหม่ที่ไม่มีใบขับขี่สาธารณะเข้าระบบเลย ต้องไม่มีคนใหม่เข้ามาในระบบเด็ดขาด เราจะให้เวลาคนที่อยู่ในระบบทำใบขับขี่ถึงวันที่ 30 กันยายน หลังจาก 30 กันยายนแล้ว ในระบบหากยังมีผู้ให้บริการที่ไม่มีใบขับขี่สาธารณะอยู่ จะมีระบบในการให้ ขบ. หักคะแนน และจะดำเนินการไม่ให้แอปนั้นให้บริการในหมวดนี้ชั่วคราว แต่ทั้งหมดนี้จะต้องมีการสื่อสารและแจ้งกับประชาชนก่อนว่า แอปนี้ยังมีผู้ให้บริการที่ไม่มีใบขับขี่เท่าไร ได้รับเรื่องร้องเรียนมาจำนวนเท่าไร จนเกินกว่าที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขจึงจะมีมาตรการหยุดให้บริการกี่วันก็ว่าไป
“ทุกแอปต้องไปจัดการ ทุกคนจะต้องมีใบขับขี่สาธารณะ โดยเราจะไม่ขยายเวลาแล้ว ถ้ายังมีคนไม่มีใบขับขี่อยู่ในระบบของตัวเอง ต้องหยุดจ่ายงานแล้วเอาออกจากระบบ ข้อมูลปัจจุบันหลังจาก ขบ. ได้คุยกับผู้ประกอบการ มีการทำใบขับขี่สาธารณะเพิ่มขึ้นประมาณพันกว่าราย”
แหล่งข่าวในกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ผู้ให้บริการรายหนึ่งได้แสดงความเห็นในการหารือร่วม หลังจากกระทรวงคมนาคมและ ขบ. แจ้งถึงมาตรการการแสดงเจตนารมณ์ปฏิบัติตามกฎหมายว่า ก่อนหน้านี้ได้ปลดผู้ขับขี่ที่ไม่ถูกต้องไปแล้วถึง 70,000 คน ทำให้ได้รับความลำบากในการให้บริการ หากมีมาตรการที่รุนแรงกว่านี้คงทำให้การบริการมีความลำบาก
สำหรับบทลงโทษของแอปพลิเคชันที่ไม่ปฎิบัติตามข้อตกลง อาทิ การรับคนไม่มีใบขับขี่ ขบ. จะหักคะแนนถ้ามีการตรวจพบ และเมื่อมีการหักคะแนนถึงเกณฑ์แล้ว จะประกาศให้สาธารณะรับทราบว่าจะดำเนินการลงโทษระงับการให้บริการชั่วคราว ห้ามรับผู้โดยสารต่อไป



