กระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยพลังงานทดแทน เล็งประกาศ "มาตรฐานแผงโซลาร์เซลล์" มอก. 61730 และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องรวม 4 รายการ เป็นสินค้าควบคุม คาดมีผลบังคับใช้ภายในกันยายน 2569 นี้ สกัดความเสี่ยงอัคคีภัย คุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินประชาชน รับเทรนด์โซลาร์รูฟท็อปโตกระโดด
วันที่ 2 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม‘วราวุธ ศิลปอาชา’ เปิดเผยถึงมาตรการเชิงรุกในการควบคุมความปลอดภัยของระบบพลังงานทดแทนว่า ล่าสุด สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เตรียมเสนอให้คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) ประกาศให้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบโซลาร์เซลล์เป็น "สินค้าควบคุม" เพิ่มเติม เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดให้กับภาคประชาชนและภาคธุรกิจที่หันมาติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปกันมากขึ้น
กางรายชื่อ 4 อุปกรณ์ระบบโซลาร์ จ่อขึ้นแท่นสินค้าควบคุม
สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ กมอ. ได้มีมติเห็นชอบ มอก. 61730 เล่ม 2-2567 ซึ่งเป็นมาตรฐานแผงโซลาร์เซลล์ ไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ขั้นตอนต่อไปคือการออกประกาศทางกฎหมายเพื่อให้มีผลบังคับใช้เป็นสินค้าควบคุมภายในเดือนกันยายน 2569
นอกจากตัวแผงโซลาร์เซลล์แล้ว กระทรวงอุตสาหกรรมยังเตรียมส่งอีก 4 ผลิตภัณฑ์หลักเข้าสู่บัญชีสินค้าควบคุมภายในปี 2569 ได้แก่:
1. เครื่องตัดวงจรสำหรับไฟฟ้ากระแสตรง (DC Circuit Breaker)
2. ฟิวส์สำหรับระบบพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์ (PV Fuse)
3. สายไฟฟ้าสำหรับระบบเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Cable)
4. แบตเตอรี่ลิเทียมสำหรับระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า (ESS)
นอกจากนี้ สมอ. ยังอยู่ระหว่างการจัดทำมาตรฐานใหม่อีก 2 รายการ คือ ตู้รวมสายไฟเซลล์แสงอาทิตย์ และ ขั้วต่อสายไฟ DC (MC4 Connector) โดยคาดว่าจะเสนอให้ กมอ. พิจารณาเห็นชอบร่างมาตรฐานได้ภายในเดือนกันยายน 2569 นี้เช่นเดียวกัน
"เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว แผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์ที่ผลิต นำเข้า หรือวางจำหน่ายในประเทศไทย จะต้องผ่านการทดสอบและได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. จาก สมอ. เพื่อการันตีว่าผลิตภัณฑ์มีคุณภาพและมีความปลอดภัยสูง ไม่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย" วราวุธ กล่าวเน้นย้ำ

รับเทรนด์ 'โซลาร์เซลล์' เติบโต สู่พลังงานสะอาดที่ยั่งยืน
การคุมเข้มทางกฎหมายในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ล้อไปกับปริมาณการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในไทยที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ตามนโยบายการส่งเสริมพลังงานสะอาดเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านกระแสไฟฟ้าของทั้งภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการตอบโจทย์เป้าหมายการลดภาวะโลกร้อน
การผลักดัน มอก. ใหม่นี้ จะช่วยลบจุดอ่อนเรื่องอุปกรณ์ที่ไม่มีคุณภาพในท้องตลาด ยกระดับความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคสามารถปรับเปลี่ยนมาใช้พลังงานทางเลือกได้อย่างปลอดภัยในระยะยาว




