Cyber Scam เขย่า Digital Trust เปิดผลสำรวจคนไทยกังวลภัยไซเบอร์ 95.4%

1 ส.ค. 2569 - 09:45

  • Spacebar DataOps พบ 95.4% ของบทสนทนาดิจิทัลเกี่ยวข้อง Cyber Scam และบริการการเงินออนไลน์

  • คนไทยไม่กดลิงก์แปลกหน้า แต่มีเพียง 4.8% ตรวจสอบบัญชีก่อนโอนเงิน

  • Digital Trust ยุคใหม่ไม่ได้วัดที่ความสะดวก แต่ต้องปลอดภัย ตรวจสอบได้ และมีผู้รับผิดชอบ

Cyber Scam เขย่า Digital Trust เปิดผลสำรวจคนไทยกังวลภัยไซเบอร์ 95.4%

คนไทยไม่ได้กลัวเทคโนโลยี แต่กลัว ‘ระบบปกป้องไม่ทัน’
DataOps เปิดโจทย์ใหญ่ Digital Trust เมื่อ Cyber Scam เขย่าความเชื่อมั่น

โลกดิจิทัลกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ Mobile Banking การซื้อสินค้าออนไลน์ การติดต่อราชการ ไปจนถึงการรับข่าวสารผ่าน Social Media แต่เมื่อชีวิตย้ายขึ้นไปอยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้น คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “คนไทยใช้เทคโนโลยีมากแค่ไหน” หากคือ “คนไทยยังเชื่อใจโลกดิจิทัลมากเพียงใด”

ข้อมูล Social Listening โดย Spacebar DataOps ซึ่งรวบรวมบทสนทนาจากสำนักข่าวต่างๆ บน Social Media ระหว่างวันที่ 1 มกราคม-30 กรกฎาคม 2026 สะท้อนภาพที่น่าสนใจว่า

“คนไทยไม่ได้กลัวเทคโนโลยี แต่กลัวว่าระบบจะปกป้องไม่ทัน”

เพราะกว่า 95.4% ของบทสนทนาเกี่ยวกับบริการดิจิทัล กระจุกตัวอยู่ที่ Cyber Scam และบริการทางการเงินดิจิทัล แสดงให้เห็นว่า ‘ความปลอดภัย’ กำลังกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของ Digital Trust ในสังคมไทย

Cyber Scam ครอง 65.3% ความกังวลบนโลกดิจิทัล

เมื่อแยกบทสนทนาตามประเด็น พบว่า Cyber Scam/มิจฉาชีพออนไลน์มีสัดส่วนสูงถึง 65.3% ตามด้วยธนาคารและบริการทางการเงินดิจิทัล 30.1% ขณะที่แพลตฟอร์มโซเชียลและออนไลน์มีสัดส่วน 1.2% และประเด็นอื่นๆ 3.8%

Digital Trust_Page_02.jpg

ภาพรวมบทสนทนาลดลงต่อเนื่องจากเดือนมกราคมจนแตะระดับต่ำสุดในเดือนพฤษภาคม ก่อนกลับมาสูงขึ้นอีกครั้งในเดือนมิถุนายน

สิ่งสำคัญคือ เมื่อรวม Cyber Scam กับบริการทางการเงินดิจิทัลแล้ว คิดเป็นกว่า 95% ของบทสนทนาทั้งหมด สะท้อนว่าความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและบริการดิจิทัลของคนไทยเชื่อมโยงกับคำถามเรื่อง ‘เงิน’ และ ‘ความปลอดภัย’ อย่างแยกไม่ออก

คำที่ปรากฏร่วมในบทสนทนามากที่สุด ได้แก่ ‘เว็บพนัน’ 6,660 ครั้ง ‘เป๋าตัง’ 6,157 ครั้ง ‘มิจฉาชีพ’ 3,806 ครั้ง ‘Call Center’ 2,064 ครั้ง ‘ดูดเงิน’ 1,747 ครั้ง และ ‘QR Code’ 1,723 ครั้ง นอกจากนี้ยังพบคำอย่าง SMS แอปธนาคาร ThaiD และหลอกลงทุน

ข้อมูลจึงชี้ว่า ความกังวลไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการถูกมิจฉาชีพหลอกเท่านั้น แต่ขยายไปถึง ‘ช่องทาง’ และ ‘ระบบ’ ที่ประชาชนต้องใช้ทำธุรกรรมในชีวิตประจำวัน

ความกลัวเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรม

ผลกระทบของ Cyber Scam ไม่ได้หยุดอยู่ที่ความรู้สึกกังวล แต่กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมออนไลน์ของประชาชน

Digital Trust_Page_03.jpg

DataOps พบว่า 51.4% เลือกไม่กดลิงก์ที่ไม่มั่นใจ และ 33.3% ไม่รับสายจากเบอร์แปลกหน้า ขณะที่ 10.5% ระบุว่าไม่กล้าใช้ Mobile Banking

แต่ตัวเลขที่น่าจับตาคือ มีเพียง 4.8% ที่ตรวจสอบบัญชีก่อนโอนเงิน

นี่อาจเป็น “ช่องว่างด้านความปลอดภัย” ที่สำคัญ เพราะแม้ประชาชนจำนวนมากเรียนรู้วิธีหลีกเลี่ยงความเสี่ยงเบื้องต้น เช่น ไม่กดลิงก์หรือไม่รับสาย แต่พฤติกรรมตรวจสอบในช่วงสุดท้ายก่อนเงินออกจากบัญชียังอยู่ในระดับต่ำ

กล่าวอีกด้านหนึ่งคือ คนไทยเริ่มมี Cyber Awareness มากขึ้น แต่ยังมีระยะห่างระหว่าง “รู้ว่าต้องระวัง” กับ “ตรวจสอบก่อนทำธุรกรรมจริง”

เสียงลบมากกว่าเสียงบวก 2.5 เท่า

เมื่อวิเคราะห์ Sentiment ของบทสนทนา พบว่า 57.4% หรือ 12,107 mentions เป็นข้อความเชิงกลาง ส่วน 30.3% หรือ 6,394 mentions เป็นความรู้สึกเชิงลบ และมีเพียง 12.3% หรือ 2,603 mentions ที่เป็นเชิงบวก

Digital Trust_Page_04.jpg

นั่นหมายความว่าเสียงเชิงลบมีสัดส่วนมากกว่าเสียงเชิงบวกราว2.5 เท่า

บทสนทนาเชิงลบส่วนใหญ่เกิดจากการแบ่งปันประสบการณ์ถูกพยายามหลอก ทั้งโทรศัพท์จาก Call Center, SMS ปลอม, ลิงก์หลอกให้กรอกข้อมูล หรือข้อความอ้างเรื่องพัสดุและการชำระเงิน

ในทางกลับกัน เสียงเชิงบวกมักเกิดขึ้นเมื่อประชาชนเห็นมาตรการที่สามารถจัดการปัญหาได้จริง เช่น การปิดกั้นช่องทางมิจฉาชีพ การแจ้งเบอร์ต้องสงสัย หรือการตัดการเชื่อมต่ออย่างรวดเร็ว

จึงสะท้อนอีกมิติว่า ความเชื่อมั่นสามารถ ‘สร้างกลับคืน’ ได้ หากประชาชนเห็นว่าระบบตอบสนองต่อภัยได้อย่างเป็นรูปธรรม

ธนาคารยังได้ความเชื่อมั่นสูงสุด โทรคมนาคมถูกตั้งคำถามมากที่สุด

เมื่อเปรียบเทียบความเชื่อมั่นต่อผู้ให้บริการออนไลน์ทั้งภาครัฐและเอกชน DataOps พบว่า ธนาคาร/Mobile Banking มีเสียงเชิงบวกสูงสุดที่ 16.3%

Digital Trust_Page_05.jpg

ในทางตรงกันข้าม ผู้ให้บริการโทรคมนาคมมีเสียงเชิงลบสูงสุด 38.2% รองลงมาคือแพลตฟอร์ม Social Media ที่ 36.9%

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความคาดหวังของประชาชนว่า ผู้ให้บริการที่เป็น ‘ประตู’ เชื่อมต่อเข้าสู่โลกดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายโทรศัพท์ แพลตฟอร์ม หรือระบบการเงิน ไม่ควรทำหน้าที่เพียงให้บริการ แต่ต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อภัยที่เกิดขึ้นบนระบบด้วย

โจทย์ของ Digital Trust จึงขยับจากคำถามว่า ‘ใครเป็นคนหลอก’ ไปสู่คำถามว่า “ใครควรป้องกันไม่ให้การหลอกเกิดขึ้นได้ง่าย”

AI-Deepfake ทำให้คนไทยเริ่ม ‘ไม่เชื่อทันที’

อีกความเปลี่ยนแปลงสำคัญเกิดขึ้นกับวิธีรับข้อมูลข่าวสาร หลัง AI และ Deepfake ทำให้ภาพ เสียง และคลิปวิดีโอสามารถถูกสร้างหรือดัดแปลงให้เหมือนจริงได้มากขึ้น

Digital Trust_Page_06.jpg

DataOps พบว่า 33.3% ไม่เชื่อภาพหรือคลิปทันที และอีก 33.3% พยายามค้นหาต้นทางของข้อมูล

แต่มีเพียง 22.2% ที่ตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่งก่อนเชื่อ และ 11.1% เลือกไม่แชร์ต่อหากยังไม่แน่ใจ

Digital Trust_Page_07.jpg

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนพัฒนาการด้าน Media Literacy ในอีกแบบหนึ่ง กล่าวคือ คนเริ่ม ‘ตั้งคำถาม’ กับสิ่งที่เห็นมากขึ้น แต่การตรวจสอบอย่างรอบด้านก่อนเชื่อหรือแชร์ยังไม่ได้กลายเป็นพฤติกรรมหลัก

จาก ‘ความสะดวก’ สู่ ‘ความปลอดภัย’ โจทย์ใหม่บริการดิจิทัลไทย

เมื่อวิเคราะห์ความคาดหวังที่ประชาชนมีต่อระบบดิจิทัล พบความต้องการสำคัญ 4 ด้าน

1.  ปลอดภัยและป้องกันการหลอกลวงได้จริง ประชาชนต้องการให้ลดช่องทางของมิจฉาชีพ สามารถบล็อกลิงก์หรือ SMS อันตราย และปกป้องบัญชีรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้ตั้งแต่ต้นทาง

2. ระบบต้องใช้งานง่าย เสถียร และตรวจสอบได้

ความสะดวกยังมีความสำคัญ แต่ประชาชนคาดหวังมากกว่าการมีแอปพลิเคชัน ต้องการระบบที่ไม่ล่ม ขั้นตอนไม่ซับซ้อน และสามารถติดตามสถานะของบริการได้

3. ต้องมีผู้รับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหา

รัฐ ธนาคาร แพลตฟอร์ม และผู้ให้บริการโทรคมนาคม ถูกคาดหวังให้มีช่องทางรับเรื่อง ติดตาม แก้ไข รวมถึงเยียวยาความเสียหายอย่างรวดเร็ว

4. การสื่อสารต้องชัดเจนและน่าเชื่อถือ

ท่ามกลางข้อมูลปลอม ประชาชนต้องการช่องทางข้อมูลทางการที่สามารถตรวจสอบได้ และช่วยแยก ‘ของจริง’ ออกจาก ‘ของปลอม’ ได้อย่างรวดเร็ว

เสียงสะท้อนบางส่วนยังเสนอไปไกลกว่านั้น ตั้งแต่การเชื่อมโยงฐานข้อมูลภาครัฐเพื่อลดการสมัครและกรอกข้อมูลซ้ำ การมี Call Center ที่สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่จริงได้ ไปจนถึงการพัฒนาบริการรัฐผ่าน ThaiD และเป๋าตังให้ครอบคลุมมากขึ้น

Digital Trust ไม่ได้แปลว่า ‘เชื่อเทคโนโลยี’ แต่ต้องเชื่อว่า ‘มีคนรับผิดชอบ’

ข้อมูล Social Listening ชุดนี้ทำให้เห็นว่า ความท้าทายของ Digital Transformation ไทยในระยะต่อไปอาจไม่ใช่เพียงการแข่งขันว่าใครมีแอปพลิเคชันมากกว่า ใครให้บริการเร็วกว่า หรือใครย้ายบริการขึ้นออนไลน์ได้มากที่สุด

แต่คือการแข่งขันสร้าง ‘ความไว้วางใจ’

เพราะสำหรับประชาชน การใช้บริการที่สะดวกอาจไม่มีความหมาย หากต้องกังวลทุกครั้งที่โทรศัพท์ดัง มี SMS เข้า หรือมีลิงก์ส่งมาให้กด

และการมีระบบดิจิทัลที่ทันสมัยก็อาจไม่เพียงพอ หากเมื่อเกิดปัญหาแล้วประชาชนไม่รู้ว่าจะติดต่อใคร ใครเป็นผู้รับผิดชอบ หรือจะได้เงินคืนหรือไม่

ผลการวิเคราะห์ของ DataOps จึงนำไปสู่ข้อสรุปสำคัญว่า

คนไทยไม่ได้กลัวเทคโนโลยี แต่กลัวว่าระบบจะปกป้องไม่ทัน

Digital Trust จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อประชาชนเชื่อว่า ระบบไม่ได้เพียง ‘ใช้ง่าย’ แต่ต้อง ป้องกันได้ ตรวจสอบได้ และมีคนรับผิดชอบได้จริง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์