SpaceX รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ครั้งแรกหลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ (IPO) โดยรายได้เพิ่มขึ้น 92% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ราว 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมากกว่า 8% ในการซื้อขายหลังตลาดปิด สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อทิศทางการเติบโตของบริษัท
Starlink และ AI ขับเคลื่อนรายได้
บริษัทระบุว่าการเติบโตของรายได้มาจากสองแรงหลัก ได้แก่ บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink ที่มีจำนวนสมาชิกแตะ 12 ล้านราย เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากปีก่อน และธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นสามเท่าสู่ระดับ 2.6 พันล้านดอลลาร์ Starlink คิดเป็นสัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้รวม และเป็นแผนกเดียวที่ไม่ขาดทุนจากการดำเนินงาน
ในด้านธุรกิจจรวด ซึ่งเป็นแกนกลางดั้งเดิมของ SpaceX สร้างรายได้ 962 ล้านดอลลาร์ แต่มีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 542 ล้านดอลลาร์ ขณะที่แผนก AI แม้รายได้พุ่ง แต่ก็ยังขาดทุน 1.3 พันล้านดอลลาร์
ค่าใช้จ่ายพุ่ง ลงทุน AI หนักกว่า 86%
บริษัทใช้จ่ายด้านทุน (Capital Expenditure) รวมกว่า 18 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสดังกล่าว โดยมากกว่า 86% ทุ่มไปกับแผนก AI ซึ่งรวมถึงเครือข่ายสังคม X, แชตบอต Grok และศูนย์ข้อมูล SpaceX ลดผลขาดทุนสุทธิเหลือ 541 ล้านดอลลาร์
ผู้บริหารยืนยันแผนเติบโต
ในการประชุมกับนักวิเคราะห์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อีลอน มัสก์ และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ กวินน์ โชตเวลล์ ย้ำว่า SpaceX กำลังเปลี่ยนผ่านจากบริษัทจรวดสู่กลุ่มธุรกิจที่มี AI เป็นแกนหลัก
"ด้านภาครัฐ เราชนะสัญญาจากสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 6 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 สนับสนุนโครงการสำคัญของ Space Force" โชตเวลล์กล่าว
นักลงทุนยังไม่เชื่อมั่น
กาดโจ เซวิลลา นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Emarketer ให้ความเห็นว่า นักลงทุนต้องการเห็นผลตอบแทนที่จับต้องได้ในระยะสั้น ไม่ใช่แค่วิสัยทัศน์ระยะยาวอย่างการเดินทางไปดาวอังคาร นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนยังคงมีอยู่ เนื่องจากช่วงล็อกอัปจะสิ้นสุดในวันพฤหัสบดี ซึ่งจะเปิดให้พนักงานส่วนหนึ่งขายหุ้นได้ และอาจทำให้ปริมาณหุ้นในตลาดเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าจากระดับปัจจุบันที่ราว 5%
ดีลคอมพิวติงหนุนรายได้ครึ่งปีหลัง
ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน เบร็ต จอห์นเซน เปิดเผยว่า SpaceX คาดว่าจะมีรายได้จากการให้เช่าพลังประมวลผลเพิ่มอีก 6.7 พันล้านดอลลาร์ในช่วงหกเดือนนับจากเดือนตุลาคม โดย Anthropic เริ่มจ่าย 1.25 พันล้านดอลลาร์ต่อเดือนเพื่อใช้ศูนย์ข้อมูล Colossus ใกล้เมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี ขณะที่ Google จะเริ่มจ่าย 920 ล้านดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับพลังประมวลผล


จับตาชิ้นส่วนจรวด SpaceX พุ่งชนดวงจันทร์ นักวิทย์จับตาฝุ่นพวยพุ่งจากแรงกระแทก
นอกเหนือจากประเด็นด้านการเงินแล้ว SpaceX ยังคงได้รับความสนใจในแง่ปฏิบัติการทางอวกาศ โดยชิ้นส่วนส่วนบนของจรวด Falcon 9 น้ำหนักราว 4,000 กิโลกรัม กำลังจะพุ่งชนพื้นผิวดวงจันทร์บริเวณซีกเหนือ ใกล้กับหลุมอุกกาบาตไอน์สไตน์ (Einstein Crater) ด้วยความเร็วประมาณ 8,690 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในวันพุธนี้ เวลา 02:35 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (06:35 GMT)
ชิ้นส่วนดังกล่าวถูกส่งขึ้นสู่อวกาศตั้งแต่เดือนมกราคมปีที่แล้วเพื่อผลักดันยานลงจอดดวงจันทร์ 2 ลำ โดย จูเลียนนา ชีแมน ผู้อำนวยการโครงการ NASA Science and Dragon ของ SpaceX ระบุว่า แม้บริษัทจะปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัยแล้ว แต่แรงโน้มถ่วงและกิจกรรมของดวงอาทิตย์ได้เบี่ยงทิศทางของชิ้นส่วนเข้าหาดวงจันทร์
ทางด้าน จิมิ รัสเซลล์ โฆษกองค์การ NASA ยืนยันว่า เหตุการณ์พุ่งชนครั้งนี้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ ต่อโลก โดย NASA จะใช้โอกาสนี้ติดตามจรวดเพื่อฝึกซ้อมการทำงาน และลงพื้นที่ศึกษาจุดกระแทกเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ ขณะที่ เบนจามิน เฟอร์นันโด จากห้องปฏิบัติการแห่งชาติลอส อาลามอส เผยว่า ปรากฏการณ์นี้เป็นโอกาสสำคัญของทั้งนักดาราศาสตร์มืออาชีพและสมัครเล่นในการใช้กล้องโทรทรรศน์บันทึกภาพเศษหินและฝุ่นที่จะพวยพุ่งขึ้นหลังการชน เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ขยะอวกาศในวงโคจรรอบดวงจันทร์ รองรับเตรียมการส่งมนุษย์กลับไปปฏิบัติภารกิจบนดวงจันทร์ในอนาคต





