‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ปิดลงทะเบียนประชาชนทะลุ 26 ล้านราย รัฐเดินหน้าดึงร้านค้าร่วมโครงการ พร้อมเปิด AI ‘นกกระซิบ’ ยกระดับศักยภาพธุรกิจรายย่อย
รัฐบาลเผยโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างคึกคัก หลังปิดระบบลงทะเบียนเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 โดยมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการรวม 26.04 ล้านราย สะท้อนความสนใจต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาค่าครองชีพของภาครัฐ ขณะที่ภาคธุรกิจรายย่อยและร้านค้าทั่วประเทศยังทยอยเข้าร่วมโครงการต่อเนื่อง เพื่อรองรับกำลังซื้อที่จะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี
รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า แม้การลงทะเบียนประชาชนจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ร้านค้าใหม่ยังสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 และจะเริ่มรับสิทธิจากผู้ใช้โครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนเป็นต้นไป ส่วนร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส และผ่านการอนุมัติแล้ว สามารถกดรับข้อตกลงและเงื่อนไขผ่านแอปพลิเคชัน ‘ถุงเงิน’ เพื่อเข้าร่วมโครงการได้ทันที
นอกเหนือจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย รัฐบาลยังเตรียมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย ผ่าน ‘นกกระซิบ’ ผู้ช่วยอัจฉริยะบนแอปพลิเคชัน ‘ถุงเงิน’ ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการขาย บริหารจัดการสต๊อกสินค้า ประเมินสถานะทางการเงิน และสนับสนุนการวางแผนธุรกิจบนฐานข้อมูล
AI ดังกล่าวยังมีเป้าหมายช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ง่ายขึ้น ผ่านการใช้ข้อมูลทางธุรกิจประกอบการประเมินศักยภาพทางการเงิน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับผู้ประกอบการฐานรากให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
ทั้งนี้ รัฐบาลคาดหวังว่าโครงการไทยช่วยไทย พลัส จะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายภาคครัวเรือน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ และส่งผ่านประโยชน์ไปยังผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ ควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถทางธุรกิจผ่านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้อย่างเป็นรูปธรรม




