คอบอลไทยรอต่อ ต่อราคาบอลโลกยังไม่จบ

5 มิ.ย. 2569 - 15:30

  • JAS เดินหน้าเจรจา ค่าลิขสิทธิ์ ถ่ายทอดสด ฟุตบอลโลก 2026

  • ฟีฟ่า ยืนยัน กรอบราคาเดิมที่ให้ประเทศไทยที่ 1,300 ล้านบาท ขณะที่ประเทศไทยเสนอกรอบราคาเท่ากับเวียดนาม ที่ 13 ล้านเหรียญสหรัฐ

  • ไม่ว่าการเจรจาจะจบลงอย่างไร ยุคของการดูบอลฟรี ได้จบไปนานแล้ว คอนเทนท์กีฬาเป็นคอนเทนท์ที่ได้รับความนิยมสูง

คอบอลไทยรอต่อ ต่อราคาบอลโลกยังไม่จบ

ท่ามกลางกระแสข่าว เตรียมนำเสนอ แพคเก็จ ดูบอลโลก 2026 เพราะจะมีผู้ซื้อลิขสิทธิ์ ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ให้คนไทยได้ชมกัน ทำเอาแฟนบอลชาวไทยใจจดจ่อ ติดตามความคืบหน้าว่าจะดูบอลโลกปีนี้แบบไหน ล่าสุด มีรายงานอย่างไม่เป็นทางการ ว่า ผู้สนใจซื้อลิขสิทธิ์ของประเทศไทย ยังไม่ได้รับคำตอบที่เป็นข้อสรุป เมื่อเสนอราคา เท่ากับประเทศเวียดนาม แต่ฟีฟ่ายังไม่ยอมรลลดราคา

ฟีฟ่า (FIFA) กำหนดค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 สำหรับประเทศไทย ที่ 40 ล้านดอลลาร์ (ราว 1,300 ล้านบาท) ขณะที่รัฐบาลไทยและผู้สนใจแพลตฟอร์มหนึ่งถอนตัวไปแล้วเพราะเห็นว่าราคาสูงเกินไป แต่ยังเหลือกอีกหนึ่งรายที่อยู่ระหว่างการเจรจา โดยกลุ่ม JAS ยื่นข้อเสนอค่าลิขสิทธิ์เท่ากับ ประเทศเวียดนามที่ 15 ล้านดอลลาร์

ถ้าฟีฟ่ายอมลดราคาให้ คนไทยคนได้ชมฟุตบอลโลก แม้จะเป็นแบบจ่ายเงินก็ตาม แต่หากฟีฟ่าไม่ลดราคา คงตัวใครตัวมัน สิ่งหนึ่งที่เชื่อได้ว่าเกิดขึ้นแน่นอน การสิ้นสุดยุคดูบอล(โลก) ฟรี  ต่อให้กลุ่มที่มีกระสแข่าวต่อราคา คือ JAS ดีลสำเร็จ ยังไงคอบอลไทย อาจ "ไม่ได้ดูฟรี" แน่นอน เพราะราคาค่าลิขสิทธิ์ ย่อมต้องสอดรับกับแผนการตลาด ส่วนจะเสียเงินแบบไหน ต้องรอดูกัน 

“JAS ตั้งใจเรื่องนี้มาก และอยากซื้อลิขสิทธิ์ให้คนไทยได้ดูบอล จะเป็นรูปแบบไหนก็ตาม แต่เรื่องนี้ต้องเจรจา จนกว่าจะได้ข้อสรุป ”

เรื่องลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 (World Cup 2026) ที่สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดาเป็นเจ้าภาพ จะเปิดสนามในวันที่ 11 มิ.ย. - 19 ก.ค. แต่จนถึงตอนนี้ ประเทศไทยก็ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องผู้ถือลิขสิทธิ์ ว่ากันว่า ใกล้วันเปิดสนามราคายิ่งแพง

ก่อนหน้านี้มีกระแสว่ารัฐบาลไทย จะนำงบประมาณมาช่วยซื้อ แต่สุดท้ายต้องพับแผนไปเพราะเจอกระแสสังคมค้านเรื่องการใช้ภาษีประชาชน รวมถึงกสทช.ที่วันนี้ ไม่มี must have แล้ว ไม่มีกฎอะไรบังคับให้คนไทยต้องได้ดูบอล กสทช. ไม่พูดถึงเรื่องนี้เลย ไม่แม้แต่นำเข้าหารือในบอร์ด ทำให้ความหวังทั้งหมดตกมาอยู่ที่ภาคเอกชน ในช่วงโค้งสุดท้ายมี 2 ค่ายใหญ่ที่เจรจากับฟีฟ่า คือ TrueVisions และ JAS (จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล)

ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าว TrueVisions ยังสนใจจะซื้อลิขสิทธิ์ แต่ล่าสุด ได้ตัดสินใจถอนตัว เพราะสู้ราคาที่ฟีฟ่าตั้งไว้ไม่ไหว ประกอบกับกระสแข่าว JAS เอาแน่ โดยยืนราคาเดียวกับ "เวียดนาม" กระแสข่าว ยืนยันความสนใจของ JAS โดย ซีอีโอของ JAS ทำงานอย่างหนักในการเจรจาเพื่อให้ได้ราคาสุดท้ายที่รับได้ แต่ปัญหาคือ ฟีฟ่ายังใจแข็ง ยืนกรานราคาเดิมที่ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 1,300 ล้านบาท)  JAS มองว่านี่เป็นตัวเลขที่มหาศาล "แพงไป" เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามที่ปิดดีลไปในราคาเพียง 15 ล้านดอลลาร์เท่านั้น JAS จึงพยายามยื่นข้อเสนอขอซื้อในราคาที่ใกล้เคียงกับเวียดนาม

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์