เปิด ‘Thailand FastPass’ ปลดล็อกอุปสรรค ดันเงินลงทุนแสนล้านสู่เศรษฐกิจจริง
ท่ามกลางการแข่งขันดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก การลดข้อจำกัดด้านขั้นตอนภาครัฐ กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน รัฐบาลจึงเดินหน้าปรับกลไกการอนุมัติและอนุญาต เพื่อเปลี่ยนคำขอส่งเสริมการลงทุนให้เกิดขึ้นจริงในระบบเศรษฐกิจ
ล่าสุด รัฐบาลเตรียมเปิดตัวโครงการ “Thailand FastPass เพื่อเร่งรัดการลงทุน” วันที่ 23 มิถุนายน 2569 เพื่อปลดล็อกอุปสรรคสำคัญของโครงการลงทุนขนาดใหญ่ พร้อมผลักดันโครงการที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้เดินหน้าสู่การลงทุนจริงเร็วขึ้น
โครงการดังกล่าวต่อยอดจากความสำเร็จของ “BOI Fast Pass” ที่มุ่งปรับปรุงกระบวนการทำงานของภาครัฐ ผ่านการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยลดระยะเวลาและขั้นตอนที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า Thailand FastPass เป็นกลไกสำคัญในการแสดงศักยภาพของรัฐบาลด้านการปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายและกระบวนการอนุมัติของภาครัฐ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน
ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ปรับปรุงกระบวนการอนุมัติ อนุญาต โดยให้หน่วยงานรัฐทำงานร่วมกันมากขึ้น ซึ่งช่วยผลักดันให้เกิดการลงทุนจริง และสะท้อนผ่านความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงตัวเลขการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ดัน 25 โครงการลงทุน มูลค่ากว่า 2.2 แสนล้าน
ภายใต้ระบบ Thailand FastPass ปัจจุบันมีโครงการลงทุนสำคัญเข้าสู่ระบบเร่งรัดแล้ว 25 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวม 223,216 ล้านบาท
แบ่งเป็นโครงการล็อตแรกที่ได้รับอนุมัติในเดือนมีนาคม 2569 จำนวน 16 โครงการ และล็อตที่ 2 ที่ได้รับความเห็นชอบเพิ่มเติมอีก 9 โครงการ มูลค่ารวม 52,104 ล้านบาท
โครงการที่เข้าสู่ระบบ FastPass จะได้รับการอำนวยความสะดวกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น บีโอไอ กรมโรงงานอุตสาหกรรม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมศุลกากร และหน่วยงานด้านไฟฟ้า เพื่อเร่งกระบวนการอนุมัติและลดข้อจำกัดด้านการลงทุน
ไฟฟ้า-พลังงานสะอาด-พื้นที่ลงทุน โจทย์ใหญ่ภาคธุรกิจ
รัฐบาลมองว่าอุปสรรคสำคัญของโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในปัจจุบัน ได้แก่ การจัดหาพลังงาน โดยเฉพาะไฟฟ้าและพลังงานสะอาด รวมถึงพื้นที่รองรับการลงทุน และใบอนุญาตจากหน่วยงานต่างๆ
จากข้อมูลโครงการขนาดใหญ่ที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนช่วงปี 2566-2568 มีจำนวน 78 โครงการ มูลค่ารวม 4.8 แสนล้านบาท
ในจำนวนนี้ มี 35 โครงการ มูลค่าประมาณ 1 แสนล้านบาท สามารถเริ่มลงทุนได้แล้ว ขณะที่อีก 30 โครงการ มูลค่า 1.1 แสนล้านบาท มีแผนเริ่มลงทุนชัดเจนในช่วงปี 2569-2570
อย่างไรก็ตาม ยังมีอีก 13 โครงการ มูลค่าประมาณ 2.7 แสนล้านบาท ที่อยู่ระหว่างแก้ไขข้อจำกัดด้านไฟฟ้า ที่ดิน และใบอนุญาต โดยรัฐบาลประเมินว่า หากสามารถปลดล็อกปัญหาได้ทั้งหมด จะช่วยให้เกิดการลงทุนจริงเพิ่มเติมราว 3.5 แสนล้านบาท ภายในปี 2570
ความเชื่อมั่นลงทุนไทยดีขึ้น อันดับ IMD ขยับ 6 ขั้น
เอกนิติ ระบุว่า การผลักดันนโยบาย Fast ในการขับเคลื่อนการลงทุน ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และสอดคล้องกับผลการจัดอันดับของสถาบัน IMD ในด้านการส่งเสริมการลงทุนระหว่างประเทศ (International Investment)
โดยประเทศไทยมีอันดับดีขึ้นจากอันดับ 30 มาอยู่ที่อันดับ 24 หรือปรับตัวดีขึ้น 6 อันดับ สะท้อนถึงความสามารถของไทยในการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุน
รัฐบาลเตรียมนำแนวทาง Thailand FastPass ไปต่อยอดความร่วมมือกับภาคเอกชน ผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐและเอกชนในระยะยาว
เป้าหมายสำคัญคือเปลี่ยน ‘เม็ดเงินลงทุนที่ได้รับอนุมัติ’ ให้กลายเป็น ‘การลงทุนจริง’ ที่สร้างการจ้างงาน เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป



