Tomorrow.io  ทางรอดจากภัยพิบัติ หรือโอกาสของใครบางคน?

30 ส.ค. 2569 - 09:58

  • รัฐบาลไทยโดยกระทรวงดีอีและกรมอุตุนิยมวิทยา จับมือกับ Tomorrow.io สตาร์ตอัปสัญชาติสหรัฐฯ ดึงเทคโนโลยีพยากรณ์อากาศความละเอียดสูงมาใช้

  • โครงการนี้ขับเคลื่อนให้ กระทรวงดีอี พยายามเข้ามารับบทบาทดัน ร่าง พ.ร.บ.กิจการอวกาศ ด้วยตนเอง ซึ่งต้องจับตาดูความเชื่อมโยงกับ Tomorrow.io อย่างใกล้ชิด

  • จับตาดูพ.ร.บ.กิจการอวกาศ ในชั้นตอนสุดท้าย จะสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม หรือเปิดทางให้เอกชนต่างประเทศเข้ามาแข่งขัน

Tomorrow.io  ทางรอดจากภัยพิบัติ หรือโอกาสของใครบางคน?

Tomorrow.io แพลตฟอร์มสำรวจ สภาภูมิอากาศ โครงการที่ตั้งใจเอามาแก้ปัญหาภัยพิบัติ

ประเทศไทยเจ็บปวดจากภัยพิบัติซ้ำซาก คำถามเดิม คือ ทำไมถึงรู้ช้า และเตือนภัยไม่ทัน?”ล่าสุด รัฐบาลไทยโดยกระทรวงดีอีและกรมอุตุนิยมวิทยา จับมือกับ Tomorrow.io สตาร์ตอัปสัญชาติสหรัฐฯ ดึงเทคโนโลยีพยากรณ์อากาศความละเอียดสูงมาใช้ เพื่อเปลี่ยนผ่านไทยจาก “รอรับเหตุ” สู่ “รู้ก่อน เตือนก่อน จัดการก่อน”

โมเดลความร่วมมือ ทดลองฟรี 3 เดือน (POC)

ว่ากันว่า เจ้าของแพลตฟอร์ม เสนอแนวคิด "ลองก่อนซื้อ" Tomorrow.io ให้ไทยทดสอบแพลตฟอร์มและข้อมูลฟรี 3 เดือน เพื่อลดความเสี่ยงงบประมาณ

สงขลาโมเดล (หาดใหญ่) นำร่องใช้ข้อมูลฝนรายชั่วโมงระดับตำบล วางแผนระบายน้ำและแจ้งเตือนล่วงหน้า ช่วยให้หน่วยงานท้องถิ่นมีเวลาเตรียมการมากขึ้น

ขุมพลัง AI + ดาวเทียม ใช้ AI ประมวลผลร่วมกับดาวเทียม LEO (รวมถึง Microwave Sounder 9 ดวง) สแกนบรรยากาศ 3D อัปเดตข้อมูลฉับไวทุก 15 นาที ส่งตรงถึงประชาชนผ่าน LINE, เว็บไซต์ และวิทยุฉุกเฉิน

โอกาสที่ไทยจะได้รับ

แม่นยำระดับเปลี่ยนชีวิตรู้ล่วงหน้า 3–6 ชั่วโมง ช่วยเตือนภัยพื้นที่เสี่ยง เช่น น้ำท่วมฉับพลัน หรือฝนตกหนักรุนแรง (Rain Bomb) ได้ทันท่วงที

มูลค่าเศรษฐกิจช่วยภาคโลจิสติกส์ เกษตรกรรม และการบริหารจัดการน้ำในเขื่อน วางแผนได้ล่วงหน้า

ยกระดับระดับสากล ไทยได้ใช้เทคโนโลยีเดียวกับ NASA และกองทัพอากาศสหรัฐฯ

4 จุดบอดที่ต้องระวัง

การเชื่อมต่อระบบ (Data Assimilation) นำข้อมูลดาวเทียมเอกชนมาผสานกับระบบเดิมของกรมอุตุฯ ต้องใช้บุคลากรเชี่ยวชาญสูง หากผิดพลาดอาจทำลายความเชื่อมั่นประชาชน

อธิปไตยข้อมูลการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ ต้องมีข้อตกลงรัดกุมว่าข้อมูลดิบของไทยถูกเก็บไว้ที่ใด และใครมีสิทธิ์เข้าถึง

ภาระงบประมาณระยะยาว หลังจบช่วงทดลองฟรี รัฐต้องหาแหล่งงบประมาณประจำมาสนับสนุน ซึ่งต้องพิสูจน์ให้เห็นความคุ้มค่าเชิงเศรษฐกิจ

วัฒนธรรมองค์กร บุคลากรต้องปรับตัวให้ทำงานบนข้อมูลชุดเดียวกัน (Single Voice) ไม่ใช่แค่ซื้อเทคโนโลยีแต่ไม่ลงทุนพัฒนาคน

ประเด็นซ่อนเร้น จับตา พ.ร.บ.กิจการอวกาศ

ความน่าสนใจคือ โครงการนี้ขับเคลื่อนให้ กระทรวงดีอี พยายามเข้ามารับบทบาทดัน ร่าง พ.ร.บ.กิจการอวกาศ ด้วยตนเอง ซึ่งต้องจับตาดูความเชื่อมโยงกับ Tomorrow.io อย่างใกล้ชิด

ส่วนที่เอื้อประโยชน์ New Space Economy เปิดทางเอกชนต่างชาติลงทุนและถ่ายทอดเทคโนโลยี ประเด็นนี้น่าจับตาท่ีสุด เพราะถ้ามีการเปิดช่องให้เอกชนต่างชาติเข้ามาลงทุนได้โดยเสรีอาจมีผลกระทบกับธุรกิจของประเทศไทยตามมา

จำกัดความรับผิด กำหนดเพดานความเสียหายไม่เกิน 3,000 ล้านบาท ทำให้ประเมินเบี้ยประกันภัยง่ายขึ้น

กองทุนอวกาศ เปิดช่อง Tomorrow.io ยื่นขอทุนสนับสนุนโครงการวิจัยร่วมกับหน่วยงานไทย

ขั้นตอนซับซ้อน การยิงดาวเทียมหรือตั้งสถานีฐานต้องผ่านอนุมัติหลายชั้น

 ต้นทุนขยะอวกาศ (STM) การใช้กลุ่มดาวเทียมขนาดเล็ก (Constellation) ในวงโคจรต่ำ ต้องมีแผนนำดาวเทียมออกจากวงโคจรเมื่อหมดอายุ

ขอใบอนุญาตซ้ำซ้อน ต้องขอทั้งฝั่งอวกาศและฝั่งคลื่นความถี่ (กสทช.)

รัฐควรรีบจัดทำระบบ Constellation Licensing (ใบอนุญาตกลุ่มดาวเทียม) และเปิด Sandboxing ด้านนวัตกรรมอวกาศ เพื่อผ่อนปรนเงื่อนไขในช่วงเริ่มต้น

คำถามไม่ใช่ ควรใช้ Tomorrow.io หรือไม่ แต่คือ จะใช้อย่างไรให้ไทยได้เรียนรู้และสร้างศักยภาพของตัวเองไม่ใช่สร้างการพึ่งพาต่างชาติที่ไม่จบสิ้น และที่สำคัญที่สุด เทคโนโลยีนี้ต้องเปลี่ยนเป็น “การกระทำที่ช่วยชีวิตคนได้จริง” ไม่ใช่แค่ตัวเลขสวยงามบนแดชบอร์ด

ใครบ้างใช้ Tomorrow.io

Tomorrow.io (เดิมคือ ClimaCell) แพลตฟอร์ม Weather Intelligence และเรดาร์อุตุนิยมวิทยาบนดาวเทียมขนาดเล็ก (MicroSAT) มีการใช้งานจริงในหลายประเทศ ทั้งในระดับหน่วยงานภาครัฐ (Public Sector) กรมอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ และภาคเอกชนยักษ์ใหญ่ ดังนี้

สหรัฐอเมริกา (United States) US Air Force (กองทัพอากาศสหรัฐฯ) เซ็นสัญญามูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์ เพื่อใช้เทคโนโลยีเรดาร์ดาวเทียมและ AI ของ Tomorrow.io ในการพยากรณ์สภาพอากาศสำหรับปฏิบัติการทางทหารระดับโลก และการเตือนภัยสภาพอากาศสุดขั้วต่อฐานทัพ

JetBlue Airways & Delta Air Linesใช้ระบบ Weather Intelligence ในการบริหารจัดการตารางบิน ปรับเส้นทางหลบหลีกพายุรุนแรง และบริหารจัดการเครื่องจักรบนรันเวย์เพื่อลดการดีเลย์และประหยัดน้ำมัน

อินเดีย (India) IndiGo Airlines  สายการบินที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย นำระบบการแจ้งเตือนสภาพอากาศแบบเรียลไทม์ระดับไมโคร (Micro-weather) มาใช้จัดการการจราจรทางอากาศและสภาพอากาศแปรปรวนจากลมมรสุมตามท่าอากาศยานทั่วประเทศ

สิงคโปร์ (Singapore) Singapore Changi Airport & Ground Handlersช้ในการบริหารจัดการการบริการภาคพื้นดิน (Ground Handling) และความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่สนามบิน โดยเฉพาะการเตือนภัยฟ้าผ่า (Lightning Warning) และฝนตกหนักแบบกะทันหัน เพื่อวางแผนหยุด/เริ่มปฏิบัติการนอกอาคารได้อย่างแม่นยำ

เคนยาและภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก (Kenya & East Africa)ภาคการเกษตรและประกันภัยภัยแล้ง: Tomorrow.io ร่วมมือกับองค์กรการกุศลและบริษัทประกันภัยในการส่งข้อความเตือนภัยสภาพอากาศและปริมาณน้ำฝนระดับแปลงเกษตรผ่าน SMS ให้แก่เกษตรกรรายย่อย ช่วยลดความเสี่ยงจากผลผลิตเสียหายและใช้ในการพิจารณาจ่ายค่าชดเชยประกันภัยด่วน

คอสตาริกา และ กลุ่มประเทศอเมริกากลาง (Costa Rica & Central America) ระบบเตือนภัยล่วงหน้าระดับชาติ นำข้อมูลพยากรณ์ความละเอียดสูงไปใช้เตือนภัยดินโคลนถล่มและน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่เสี่ยงภัยสูง ซึ่งเดิมทีขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานเรดาร์ตรวจอากาศภาคพื้นดิน

จุดเด่นที่ทำให้หลายประเทศเลือกใช้ ประเทศกำลังพัฒนา หรือพื้นที่มหาสมุทร/ภูเขาสูง มักไม่มีเรดาร์ตรวจอากาศภาคพื้นดินเพราะค่าใช้จ่ายสูง การใช้ดาวเทียมเรดาร์ของ Tomorrow.io จึงช่วยให้เข้าถึงข้อมูลสภาพอากาศแบบ 3 มิติได้ทันที

Automation & Actionable Insights ไม่ได้ให้แค่ค่าอุณหภูมิหรือปริมาณฝน แต่แปลผลเป็น "คำแนะนำการปฏิบัติการ" (Actionable Dashboard) เช่น เตือนให้สนามบินสั่งหยุดเติมน้ำมัน หรือเตือนสายส่งไฟฟ้าให้เตรียมทีมซ่อมบำรุงล่วงหน้า

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์