TSMC โกยกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังดีมานด์ชิป AI ทะลักไม่หยุด
บริษัท ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟคเจอริง (TSMC) ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลกในฐานะรับจ้างผลิต รายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2 ปี 2026 (เมษายน-มิถุนายน) แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7.066 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือราว 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 77.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยตัวเลขดังกล่าวแซงหน้าประมาณการของนักวิเคราะห์ที่คาดการณ์ไว้ที่ 6.244 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวัน และยังทำลายสถิติไตรมาสก่อนหน้าที่ 5.7248 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวันในช่วงต้นปีเดียวกัน
AI คือแรงขับเคลื่อนหลัก
ความต้องการฮาร์ดแวร์เพื่อรองรับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันผลประกอบการครั้งนี้ ทั้งภาครัฐและบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำทั่วโลกต่างทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลสำหรับฝึกและรันเครื่องมือ AI อาทิ แชตบอต ระบบสร้างภาพ และ AI เอเจนต์
CC Wei ประธาน TSMC กล่าวในการประชุมนักวิเคราะห์ว่า "เมกะเทรนด์ AI ยังคงผลักดันความต้องการด้านการประมวลผลให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ" ขณะที่รายได้รายไตรมาสพุ่งขึ้น 36% สู่ระดับ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน
นักวิเคราะห์ชี้ดีมานด์แข็งแกร่ง แต่มีความเสี่ยงที่ต้องจับตา
วิลเลียม ลี นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Counterpoint Research ระบุว่า ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า "การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังคงแข็งแกร่งเป็นพิเศษ แม้จะมีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาค" พร้อมระบุว่าความต้องการ GPU สำหรับ AI และชิปเฉพาะทาง (AI ASICs) ยังคงเกินความคาดหมาย อย่างไรก็ตาม ลีเตือนว่าข้อจำกัดด้านอุปทานเครื่องมือ EUV และการลงทุนโรงงานในต่างประเทศอาจกดดันการขยายกำลังการผลิตและอัตรากำไรในระยะสั้น
ด้าน ไซมอน เฉิน นักวิเคราะห์หลักจาก Omdia โต้แย้งความกังวลเรื่องฟองสบู่ในภาคเทคโนโลยี โดยระบุว่าความกลัวเหล่านั้น "ถูกพูดเกินจริง" เนื่องจากอุปสงค์ที่เห็นอยู่นี้มีรากฐานจากการลงทุนในสินทรัพย์จริงจากบริษัทเทคโนโลยีระดับ Hyperscaler ซึ่งเป็นสัญญาณของโครงสร้างที่มั่นคง ไม่ใช่การเก็งกำไร




