รายงานพิเศษ จากการวิเคราะห์ของทีม #Spacebardataops เจาะพอร์ตขุมทรัพย์ 2.8 ล้านล้าน 'ประกันสังคม' ชำแหละความเสี่ยง-บทเรียน REIT ก่อนวันเลือกตั้งบอร์ด 2569
เปิดสถิติ 10 ปี กองทุนประกันสังคมโตพรวด 82% สะสมเงินทุนทะลุ 2.85 ล้านล้านบาท แต่สร้างผลตอบแทนเฉลี่ยเพียง 2.8% ต่อปี ชี้พอร์ตหุ้นไทยกระจุกตัวหนักในกลุ่มธนาคาร ขณะที่พอร์ต REIT ทิ้งบาดแผลขาดทุนยับ 87% ใน TU-PF จับตาผู้ประกันตนแห่ลงทะเบียนทุบสถิติเกือบ 9 แสนคน ก่อนคูหาเปิด 27 ก.ย. นี้
กองทุนประกันสังคม กองทุนเงินออมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยซึ่งครอบคลุมผู้ประกันตนกว่า 24 ล้านคน กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้ง ทั้งในมิติการบริหารจัดการเงินลงทุนระดับล้านล้านบาท และมิติการเมืองแรงงานผ่านการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) ชุดใหม่ในปี 2569
จากข้อมูลสถิติการเติบโตย้อนหลัง 10 ปี (2559–2568) พบว่า กองทุนประกันสังคมมีขนาดยอดเงินลงทุนสะสมขยายตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดด จาก 1.57 ล้านล้านบาทในปี 2559 ขึ้นมาแตะระดับ 2,859,400 ล้านบาท ในปี 2568 หรือเติบโตขึ้นถึง 82.09% โดยสามารถรับรู้ผลตอบแทนจากการลงทุนสะสมตลอด 10 ปี รวมกันกว่า 658,466 ล้านบาท
เมื่อพิจารณาในแง่ "อัตราผลตอบแทนต่อขนาดกองทุน" (E/P Yield) กลับพบว่า กองทุนทำผลตอบแทนรับรู้แล้วอยู่ในระดับเฉลี่ยประมาณ 2.4% – 3.3% ต่อปีเท่านั้น โดยในปี 2568 มีผลตอบแทนเบื้องต้นประมาณ 80,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเพียง 2.80% ของมูลค่าพอร์ต ซึ่งสะท้อนถึงโจทย์ใหญ่ของคณะกรรมการชุดใหม่ในการเร่งสร้างผลตอบแทนให้สอดรับกับสังคมสูงวัยที่กำลังจ่ายคืนสิทธิประโยชน์ชราภาพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
เปิดโครงสร้างพอร์ต 2.82 ล้านล้าน ขนเงินโยกโกอินเตอร์ 33.65%
ณ 30 กันยายน 2568 โครงสร้างพอร์ตการลงทุนของสำนักงานประกันสังคมมูลค่ารวม 2,826,197 ล้านบาท ยังคงเน้นยุทธศาสตร์ความปลอดภัยเป็นหลัก โดยสินทรัพย์ส่วนใหญ่ยังคงอยู่ใน พันธบัตรรัฐบาลไทย ธปท. และรัฐวิสาหกิจ มูลค่า 1,381,129 ล้านบาท หรือคิดเป็น 48.87% ของพอร์ตลงทุนทั้งหมด
ในขณะเดียวกัน สปส. ได้เร่งปรับยุทธศาสตร์กระจายความเสี่ยงไปต่างประเทศ โดยลงทุนใน สินทรัพย์และตราสารต่างประเทศ ทั้งหุ้นและหุ้นกู้ รวมกันสูงถึง 951,111 ล้านบาท หรือคิดเป็น 33.65% (มากกว่า 1 ใน 3 ของพอร์ตทั้งหมด) โดยแบ่งเป็นหุ้นต่างประเทศ 16.92% และหุ้นกู้ต่างประเทศ 16.74%
สำหรับเงินลงทุนที่เหลือแบ่งออกเป็น ตราสารทุนไทย (หุ้นไทย) มูลค่า 216,774 ล้านบาท คิดเป็น 7.67%, อสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐาน และทองคำ มูลค่า 118,161 ล้านบาท คิดเป็น 4.18%, หุ้นกู้เอกชนไทย มูลค่า 77,059 ล้านบาท คิดเป็น 2.73% และ เงินฝากกับสินทรัพย์อื่น ๆ มูลค่า 67,054 ล้านบาท คิดเป็น 2.37%
ผ่าพอร์ตหุ้นไทย 1.48 แสนล้าน กระจุกตัวกลุ่มแบงก์ บาดแผลจาก REIT
ในการลงทุนตรงในตลาดหุ้นไทย (Top 15 บริษัทแรก มูลค่ารวม 148,252 ล้านบาท) พบว่า กระจุกตัวอย่างหนักในกลุ่มสถาบันการเงินและพลังงาน โดยเฉพาะหุ้นธนาคารพาณิชย์ใหญ่ 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) มูลค่า 22,995.85 ล้านบาท, ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มูลค่า 16,805.90 ล้านบาท และ เอสซีบี เอกซ์ (SCB) มูลค่า 16,313.34 ล้านบาท ซึ่งรวมกันสูงถึง 56,115.09 ล้านบาท หรือคิดเป็น 37.85% ของพอร์ตหุ้นรายตัวหลัก ตามมาด้วยกลุ่มพลังงานและวัสดุก่อสร้าง เช่น PTT (12,403.45 ล้านบาท) และ SCC (11,140.82 ล้านบาท)
ขณะที่การลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และ REIT แม้ สปส. จะเข้าถือหุ้นเป็นอันดับ 1 และ 2 ในหลายกองทุนเพื่อรับเงินปันผลระยะยาว เช่น SIRIPRT (27.54%) และ DREIT (25.41%) แต่กลับปรากฏบทเรียนเจ็บปวดจากการลงทุนใน กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ที ยู โดม เรสซิเดนท์เชียล คอมเพล็กซ์ (TU-PF) ซึ่ง สปส. ถือครองสัดส่วนสูงถึง 76.75% โดยเงินลงทุนตั้งต้น 800 ล้านบาท ปัจจุบันมีมูลค่าเหลือไม่ถึง 100 ล้านบาท (ขาดทุนสะสมกว่า 87%) กลายเป็นประเด็นที่สังคมและผู้ประกันตนตั้งคำถามถึงธรรมภิบาลและประสิทธิภาพการคัดเลือกสินทรัพย์
สมรภูมิเลือกตั้งบอร์ด 2569 ผู้ประกันตนตื่นตัวเกือบ 9 แสนคน
ความท้าทายในการบริหารเงินออมก้อนโตดังกล่าว ส่งผลให้การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมปี 2569 ได้รับความสนใจจากภาคแรงงานอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน สถิติการลงทะเบียนใช้สิทธิสะสม ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 พุ่งขึ้นไปแตะ 890,743 คน (แบ่งเป็นผู้ประกันตน 882,234 คน และนายจ้าง 8,509 คน) เติบโตอย่างรวดเร็วจากช่วงสิ้นเดือนมิถุนายนที่มีผู้ลงทะเบียนเพียง 6.1 แสนคน
เลือกตั้งบอร์ดใหม่ เดิมพัน อนาคตขุมทรัพย์
สำหรับการศึกเลือกตั้งครั้งนี้ มีผู้สมัครเข้าร่วมแข่งขันรวม 67 คน แบ่งเป็น ผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน สมัคร 54 คน (ชิง 7 เก้าอี้) ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง สมัคร 13 คน (ชิง 7 เก้าอี้)
ผู้แทนที่ได้รับการเลือกตั้ง 14 คน จะเข้าไปสมทบกับกรรมการโดยตำแหน่งจากภาครัฐอีก 7 คน รวมเป็นคณะกรรมการประกันสังคม 21 คน ซึ่งมีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการกำหนดนโยบาย วางเกณฑ์สิทธิประโยชน์ และควบคุมทิศทางการบริหารพอร์ตลงทุนมูลค่า 2.8 ล้านล้านบาท
กระบวนการลงทะเบียนจะปิดรับในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ก่อนที่จะมีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจริงใน วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 ซึ่งนับเป็นหมุดหมายสำคัญที่ผู้ประกันตนไทยจะได้ร่วมกำหนดทิศทางอนาคตเงินออมวัยเกษียณของตนเอง ดูจากเม็ดเงินมหาศาลของผู้ประกันตน การเลือกตั้งครั้งนี้จึงสำคัญมาก หากมีโอกาสโปรไปใช้สิทธเพื่อให้ได้บอร์ดประกันสังคมมาทำงานแทนท่าน
#กองทุน #ประกันสังคม #ลงทุน #พอร์ต #ขาดทุน #เลือกตั้ง #บอร์ดใหม่ #ขุมทรัพย์ #บทเรียน #Spacebardataops #Business #SPACEBAR




