เปิดแผนสู้ มหาอุทกภัยหาดใหญ่ 5.5 หมื่นล้าน เสร็จปี 2574 จะทันไหม?

22 ต.ค. 2569 - 11:03

  • 31 หน่วยงานเสนอ 234 โครงการ วงเงินรวม 55,361.61 ล้านบาท ตั้งเป้ารับมือปริมาณน้ำหลาก 5,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

  • งบระยะยาวตั้งแต่ปี 2574 สูงถึง 29,241.88 ล้านบาท ขณะที่แผนระยะเร่งด่วนปี 2569 มี 63 โครงการ วงเงิน 2,429.10 ล้านบาท

  • บทเรียนปี 2568 ชี้ว่าโจทย์ไม่ได้อยู่แค่การระบายน้ำ แต่รวมถึงระบบเตือนภัย การสั่งอพยพ การบัญชาการ และการรักษาระบบไฟฟ้า สื่อสาร ประปา และสาธารณสุขให้ทำงานได้ในภาวะวิกฤต

เปิดแผนสู้ มหาอุทกภัยหาดใหญ่ 5.5 หมื่นล้าน เสร็จปี 2574 จะทันไหม?

เปิดร่างแผน รับมือ อุทกภัย เมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา รับมือมวลน้ำ 5,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โครงการระยะยาวถึงปี 2574 แต่จะรับมือวิกฤตทันไหม ถ้าน้ำมา เพราะครึ่งหนึ่งของโครงการ  รอสร้างหลังปี 2574

SPACEBAR วิเคราะห์ แผนงานป้องกันและบรรเทาอุทกภัย พื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยคณะทำงานถอดบทเรียน แลเตรียมความพร้อมรับมือมหาอุทกภัย สิงหาคม 2569

หลังมหาอุทกภัยปี 2568 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และคณะทำงานถอดบทเรียนและเตรียมความพร้อมรับมือมหาอุทกภัย จัดทำแผนป้องกันและบรรเทาอุทกภัยพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยรวบรวมโครงการจาก 31 หน่วยงาน รวม 234 โครงการ วงเงิน 55,361.61 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งการบริหารจัดการน้ำ ระบบเตือนภัย และโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน

แต่เมื่ออ่านแผนทั้งฉบับ คำถามสำคัญไม่ได้มีเพียงว่าใช้งบเท่าไร หากอยู่ที่ว่า แผนจะเปลี่ยนจากรายการโครงการบนกระดาษ ให้เป็นความสามารถในการป้องกันน้ำท่วมที่เกิดขึ้นจริงได้เร็วแค่ไหน

งบก้อนใหญ่ยังอยู่ในแผนระยะยาว

แผนแบ่งการดำเนินงานเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะเร่งด่วนปี 2569 จำนวน 63 โครงการ วงเงิน 2,429.10 ล้านบาท ระยะสั้นปี 2570 จำนวน 86 โครงการ วงเงิน 7,453.63 ล้านบาท ระยะกลางปี 2571–2573 จำนวน 72 โครงการ วงเงิน 16,237 ล้านบาท และระยะยาวตั้งแต่ปี 2574 จำนวน 13 โครงการ วงเงิน 29,241.88 ล้านบาท

ตัวเลขนี้สะท้อนว่า โครงการระยะยาวมีวงเงินประมาณ 52.8% ของแผนทั้งหมด ขณะที่งบระยะเร่งด่วนคิดเป็นเพียงประมาณ 4.4%

นั่นหมายความว่า การยกระดับระบบป้องกันน้ำท่วมของหาดใหญ่ยังต้องอาศัยการลงทุนต่อเนื่องอีกหลายปี และโครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ในระยะยาวจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อความสามารถในการรับมือมหาอุทกภัยในอนาคต

วงเงินที่ปรากฏในแผนไม่ใช่หลักฐานว่างบทั้งหมดได้รับอนุมัติแล้ว โดยเฉพาะโครงการที่ยังต้องหาแหล่งงบประมาณเพิ่มเติม จึงต้องแยกให้ชัดระหว่างโครงการที่ดำเนินการแล้ว โครงการที่มีแหล่งเงินรองรับ และโครงการที่ยังอยู่ระหว่างจัดหางบประมาณ

เป้าหมาย 5,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ไม่ใช่แค่ขุดลอกคลอง

แผนใช้ปริมาณน้ำหลากพื้นฐาน 5,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ณ ปากแม่น้ำของลุ่มน้ำอู่ตะเภา เป็นเป้าหมายสำคัญในการออกแบบระบบป้องกันน้ำท่วม โดยอ้างอิงการวิเคราะห์ขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) ที่พิจารณาฝนออกแบบรอบปีการเกิดซ้ำ 75 ปี และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแล้ว

มาตรการก่อสร้าง 81 โครงการ วงเงิน 41,147.67 ล้านบาท มีเป้าหมายเพิ่มความสามารถในการระบายน้ำลงทะเลสาบสงขลาจาก 1,663 เป็น 3,638 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมเพิ่มการกักเก็บน้ำต้นน้ำอีก 117.85 ล้านลูกบาศก์เมตร

โครงการสำคัญประกอบด้วยการปรับปรุงคลองระบายน้ำ เช่น คลอง ร.1 และคลอง ร.3 การเพิ่มประสิทธิภาพคลอง ร.3–ร.6 การศึกษาคลองผันน้ำสายใหม่ และการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ 8 แห่ง

แต่แผนระบุด้วยว่า ยังมีปริมาณน้ำหลากส่วนที่เหลือประมาณ 280 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งต้องพิจารณาการกักเก็บน้ำต้นน้ำและพัฒนาพื้นที่หน่วงน้ำเพิ่มเติม เพราะพื้นที่รองรับน้ำยังไม่เพียงพอ

นี่คือโจทย์เชิงระบบของหาดใหญ่ เพราะต่อให้เพิ่มความสามารถระบายน้ำในบางคลอง หากน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำไหลเข้ามาพร้อมกัน หรือมีจุดคอขวดที่สะพาน ถนน ทางลอด และทางรถไฟ การระบายน้ำทั้งระบบก็ยังอาจติดข้อจำกัดได้

บทเรียนปี 2568 ไม่ได้จบที่โครงสร้างทางวิศวกรรม

ประเด็นสำคัญคือ แผนยอมรับข้อจำกัดจากเหตุการณ์ปี 2568 ใน 4 ด้าน ได้แก่ การพยากรณ์และเตือนภัย การจัดการภาวะฉุกเฉิน การฟื้นฟูและเยียวยา และโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารจัดการน้ำ

ระบบตรวจวัดน้ำมีสถานีไม่ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยง และข้อมูลระหว่างหน่วยงานยังเชื่อมต่อกันไม่ครบ การบัญชาการเหตุฉุกเฉินมีความซ้ำซ้อน ขาดเอกภาพและความต่อเนื่องของบริการสาธารณูปโภค ขณะที่ข้อมูลประชากรและกลุ่มเปราะบางไม่เป็นปัจจุบัน ทำให้การเข้าช่วยเหลือและเยียวยายังมีข้อจำกัด

แผนจึงเสนอทั้งการติดตั้งระบบโทรมาตรเพิ่มเติม พัฒนาความแม่นยำของการพยากรณ์ฝน จัดทำแผนที่เสี่ยงน้ำท่วมและเส้นทางอพยพ กำหนดหลักเกณฑ์การแจ้งเตือนให้ชัดเจน ตลอดจนซักซ้อมการอพยพอย่างสม่ำเสมอ

ส่วนโครงสร้างพื้นฐานต้องปรับให้มีความยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ ตั้งแต่ระบบไฟฟ้าที่สามารถตัดสลับพื้นที่จ่ายไฟ ระบบสื่อสารที่ยังทำงานได้ในช่วงน้ำท่วม ระบบประปาที่มีแนวป้องกันโรงผลิตน้ำ ไปจนถึงการปกป้องสถานพยาบาลและการขนส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน

เพราะในสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ ความเสียหายไม่ได้เกิดจากน้ำเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากบริการพื้นฐานที่หยุดทำงานพร้อมกันด้วย

แผนเดินหน้าแค่ไหน และใครรับผิดชอบผลลัพธ์

แผนฉบับนี้สะท้อนการเปลี่ยนแนวคิดจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไปสู่การลดความเสี่ยงทั้งระบบ โดยใช้มาตรการก่อสร้างควบคู่กับการเตือนภัยและการเตรียมพร้อมรับมือเหตุรุนแรงที่อาจเกินขีดความสามารถของสิ่งก่อสร้าง

ตัวเลขพื้นที่และครัวเรือนที่จะได้รับประโยชน์ในรายงานเป็นผลจากการจำลองหรือข้อมูลที่หน่วยงานเสนอ ไม่ใช่ผลป้องกันน้ำท่วมที่เกิดขึ้นแล้ว จึงยังต้องติดตามว่าหลังดำเนินโครงการจริง ความเสี่ยงและความเสียหายลดลงได้มากเพียงใด

โจทย์ต่อจากนี้จึงมีอย่างน้อย 3 ข้อ ได้แก่ หนึ่ง โครงการเร่งด่วนใดเสร็จทันก่อนฤดูเสี่ยงน้ำท่วม สอง โครงการที่ยังไม่มีงบประมาณจะได้รับการจัดสรรเมื่อใด และสาม หน่วยงานทั้ง 31 แห่งจะมีระบบบัญชาการและข้อมูลกลางที่ทำงานร่วมกันได้จริงหรือไม่

เพราะสำหรับหาดใหญ่ ความสำเร็จของแผนไม่ได้วัดจากจำนวนโครงการหรือวงเงินที่ประกาศ แต่ต้องวัดจากความสามารถในการลดความสูญเสีย ปกป้องชีวิตประชาชน และทำให้เมืองยังดำเนินต่อไปได้เมื่อเผชิญน้ำท่วมครั้งใหญ่

แหล่งข้อมูล: แผนป้องกันและบรรเทาอุทกภัยพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จัดทำโดยคณะทำงานถอดบทเรียนและเตรียมความพร้อมรับมือมหาอุทกภัย ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2569

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์