บริษัท UPS ประกาศหยุดการบินของเครื่องบินขนส่งสินค้ารุ่น MD-11 ทั้งฝูงบินเป็นการชั่วคราว หลังเกิดอุบัติเหตุเครื่องบินลำหนึ่งตกและระเบิดในรัฐเคนตักกีของสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 14 คน
เครื่องบิน McDonnell Douglas MD-11 ระเบิดเป็นเปลวไฟหลังจากตกลงมาไม่นานหลังออกเดินทางเมื่อวันอังคาร โดยมีลูกเรือ 3 คนอยู่บนเครื่อง ขณะที่บริษัท FedEx ก็ได้หยุดการบินเครื่องบินรุ่น MD-11 ของตนเพื่อทบทวนมาตรฐานความปลอดภัยเช่นกัน
การตัดสินใจเพื่อความปลอดภัย
UPS ระบุในแถลงการณ์ว่า “เพื่อความระมัดระวังอย่างสูงและเพื่อความปลอดภัย เราตัดสินใจหยุดฝูงบิน MD-11 ชั่วคราว การหยุดบินมีผลทันที และเป็นไปตามคำแนะนำของผู้ผลิตเครื่องบิน”
ทั้งนี้ บริษัทมีแผนสำรองเพื่อให้บริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเครื่องบิน MD-11 คิดเป็นประมาณ 9% ของฝูงบินทั้งหมดของ UPS
รายละเอียดเหตุการณ์
เอนดี้ เบเชียร์ ผู้ว่าการรัฐเคนตักกี ระบุว่าพบผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีกหนึ่งราย ทำให้จำนวนรวมเป็น 14 คน พร้อมกล่าวผ่านโซเชียลมีเดียว่า “ขอให้ทุกคนอธิษฐานเพื่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ชุมชนหลุยส์วิลล์ และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้”
เครื่องบินลำนี้บรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงประมาณ 38,000 แกลลอน สำหรับเที่ยวบินไปฮาวาย และเกือบพลาดโรงงานประกอบรถยนต์ ฟอร์ด ขนาดใหญ่ที่มีพนักงานราว 3,000 คน
การสืบสวนเหตุการณ์
เจ้าหน้าที่สืบสวนระบุว่าเหตุเกิดจากเครื่องยนต์ลำหนึ่งติดไฟและหลุดออกระหว่างการขึ้นบิน
ท็อด อินแมน สมาชิกสภาความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติสหรัฐฯ (NTSB) กล่าวว่า นักสืบสวนสามารถระบุตำแหน่ง กล่องดำ ทั้งข้อมูลการบินและเครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบิน เพื่อนำไปวิเคราะห์ที่วอชิงตัน
นี่ถือเป็นอุบัติเหตุร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ UPS ศูนย์กลางหลักของบริษัทอยู่ที่ Worldport, หลุยส์วิลล์ ซึ่งจ้างงานหลายพันคน เครื่องบินลำนี้ผลิตในปี 1991 และถูกปรับแต่งเป็นเครื่องบินขนส่งสินค้า หลังจากนั้น บริษัท McDonnell Douglas ถูกควบรวมกับ Boeing ในปี 1997




