กองกำลังสหรัฐฯ โจมตีฐานยิงจรวดของอิหร่าน 2 แห่งบนเกาะลารัค ในช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นับเป็นการโจมตีครั้งแรกในรอบเดือนนับตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธพิสัยไกลใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน ทำให้ความตึงเครียดในภูมิภาคกลับมาปะทุอีกครั้ง
สหรัฐฯ อ้างป้องกันทุ่นระเบิดทางทะเล
โฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านกำลังเตรียมการยิงจรวดพร้อมทุ่นระเบิดทางทะเลเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซ การโจมตีครั้งนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่อป้องกันเหตุดังกล่าว หลังจากที่ CENTCOM เพิ่งประกาศเสร็จสิ้นการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศในช่องแคบเมื่อสัปดาห์ก่อน กัปตันทิม ฮอว์กินส์ โฆษกกองทัพเรือสหรัฐฯ ระบุว่า "กองกำลังสหรัฐฯ จะเฝ้าติดตามพื้นที่อย่างใกล้ชิดและพร้อมคุ้มครองการเดินเรือพาณิชย์ในเส้นทางสำคัญนี้"
อิหร่านโจมตีฐานทัพในจอร์แดน
สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพอากาศคิงฮุสเซนและอัลอัซรักในจอร์แดนที่สหรัฐฯ ปฏิบัติการอยู่ โดยอ้างว่าก่อให้เกิด "ความเสียหายหนัก" ต่อโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิคและจุดประจำการเครื่องบินรบ
สงครามที่ยืดเยื้อ ความพยายามทางการทูตไร้ผล
การปะทะครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านย่างเข้าสู่เดือนที่ 6 นับจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ แม้จะมีการตกลงหยุดยิงในเดือนเมษายนและลงนามบันทึกความเข้าใจในเดือนมิถุนายน แต่ข้อตกลงสันติภาพถาวรยังไม่เกิดขึ้น ความพยายามของตัวกลางอย่างปากีสถานและกาตาร์ก็ยังไม่บรรลุผล
ผลกระทบเศรษฐกิจและการเมือง
การปิดช่องแคบฮอร์มุซที่อิหร่านดำเนินการอยู่ส่งผลให้ราคาพลังงานและปุ๋ยพุ่งสูงทั่วโลก หลังข่าวการโจมตีครั้งล่าสุดนี้แพร่ออกไป ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ทะลุ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลที่ 90.31 ดอลลาร์ ขณะที่เวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียตอยู่ที่ 85.41 ดอลลาร์
ด้านวุฒิสมาชิก แจ็ก รีด ผู้นำพรรคเดโมแครตในคณะกรรมาธิการกองทัพวุฒิสภา วิจารณ์ว่า "ผ่านมา 6 เดือนแล้ว ไม่บรรลุเป้าหมายแม้แต่ข้อเดียว" ท่ามกลางกระแสต้านสงครามในสังคมสหรัฐฯ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน




