เกษตรกรเวียดนามทิ้งสวนกาแฟหันปลูกทุเรียน รับอานิสงส์ตลาดจีนโต
เกษตรกรในที่ราบสูงตอนกลางของเวียดนาม แหล่งผลิตกาแฟสำคัญถึงหนึ่งในหกของโลก กำลังทยอยโค่นต้นกาแฟเพื่อหันมาปลูกทุเรียน หวังฉกโอกาสจากความต้องการของผู้บริโภคจีนที่พุ่งสูงต่อเนื่อง จนทำให้มูลค่าการส่งออกทุเรียนของเวียดนามคาดว่าจะแตะ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 เพิ่มขึ้นจากเพียง 180 ล้านดอลลาร์ในปี 2021
จากสวนกาแฟสู่สวนทุเรียนมูลค่าหลายล้าน
ฝ่าม ซวน ลัน เกษตรกรในอำเภอเอียะ นูเอก จังหวัดดั๊กลั๊ก เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการเปลี่ยนแปลงนี้มาตั้งแต่ 20 ปีก่อน ปัจจุบันเขาดูแลต้นทุเรียนกว่า 400 ต้น ให้ผลผลิตถึง 60 ตันต่อปี และคาดว่าจะมีรายได้ราว 76,000 ดอลลาร์ในปีนี้ เทียบกับเพียง 10,000 ดอลลาร์หากยังปลูกกาแฟเพียงอย่างเดียว
"ปลูกกาแฟก็อยู่ได้ แต่ทุเรียนต่างหากที่ทำให้รวย" ฝ่าม ซวน ลัน กล่าว
จีนคือแรงขับเคลื่อนหลัก
จีนนำเข้าทุเรียนสดมูลค่าเกือบ 7,500 ล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว เพิ่มขึ้นเกือบ 12 เท่าจากปี 2015 ความนิยมพุ่งสูงขึ้นจากกระแสโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มโต่วอิน ที่มีคลิปเปิดทุเรียนสดถูกรับชมนับพันล้านครั้ง เวียดนามเพิ่งเข้าสู่ตลาดทุเรียนจีนอย่างเป็นทางการในปี 2022 แต่สามารถแซงหน้าไทยขึ้นเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่สุดได้ภายในปีถัดมา
ข้อกังวลอุปทานล้นและคุณภาพ
แม้ตัวเลขจะน่าตื่นเต้น แต่กระทรวงเกษตรเวียดนามออกคำเตือนในต้นเดือนสิงหาคมเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการขยายพื้นที่ปลูกอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจนำไปสู่อุปทานล้นตลาดและคุณภาพที่ตกต่ำ เหตุการณ์ราคาทุเรียนดิ่งในมาเลเซียเมื่อเร็ว ๆ นี้ ยิ่งสร้างความกังวลให้เกษตรกรในพื้นที่
เกษตรกรรายหนึ่งนามว่า ฮุง ที่โค่นต้นกาแฟทั้งหมดหันมาปลูกทุเรียนเมื่อ 5 ปีก่อน แต่สุดท้ายต้องยอมแพ้และกลับไปปลูกกาแฟเหมือนเดิม เพราะไม่สามารถรักษามาตรฐานคุณภาพที่ตลาดต้องการได้
"ผมทำไม่ได้ ผมล้มเหลว" ฮุง วัย 42 ปี กล่าว "จะไม่หันกลับไปปลูกทุเรียนอีกแล้ว"







