จับตากก.สรรหาฯ ชี้ชะตา "ประธาน กสทช." ศิษย์เก่าอัสสัมชัญ ร่อนจม.เปิดผนึกจี้โชว์สปิริต

17 ก.ค. 2569 - 11:23

  • ปัญหาคุณสมบัติของประธานบอร์ดกสทช. มีความยืดเยื้อมายาวนานกว่า 3 ปี

  • กรรมการสรรหา กสทช. กลายเป็นผู้วินิจฉัยอนาคต ประธานบอร์ดกสทช. ตามกฎหมายของกสทช.ที่กำหนดไว้ว่า หากมีปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติของกรรมการ กรรมการสรรหาต้องกลับมาพิจารณาเรื่องนี้

  • จับตาผลการวินิจฉัย ที่หลายฝ่ายมองว่า อาจยังไม่ใช่ข้อยุติประเด็นนี้จริง แม้ กรรมการสรรหา จะออกมายืนยันว่ามีอำนาจวินิจฉัย ต้องไม่ลืมว่า อำนาจถอดถอน เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

จับตากก.สรรหาฯ ชี้ชะตา "ประธาน กสทช." ศิษย์เก่าอัสสัมชัญ ร่อนจม.เปิดผนึกจี้โชว์สปิริต

วันนี้ถือเป็นวันชี้ชะตาครั้งสำคัญแห่งหน้าประวัติศาสตร์องค์กรอิสระ เมื่อคณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เตรียมนัดพิจารณาปมปัญหาคุณสมบัติของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 3 ปี ท่ามกลางกระแสเรียกร้องจากหลายภาคส่วนให้คณะกรรมการฯ ยึดมั่นในหลักนิติรัฐและการปกป้องพระราชอำนาจตามรัฐธรรมนูญ

ไชยยันต์  ไชยพร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความบนบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัว ส่งข้อความถึง สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการ กสทช.  มีสาระสำคว่าดังนี้  

Watch-closely-Selection-Committee-decides-fate-NBTC-Chairman-Assumption-College-alumnus-SPACEBAR-Photo01.jpg

ปมสถานะการเป็นพนักงานรัฐก่อนรับโปรดเกล้าฯ

ประเด็นข้อพิพาทหลักที่เป็นที่จับตา คือความชอบด้วยกฎหมายตาม มาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ซึ่งระบุอย่างชัดเจนว่า ผู้ที่ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา หากยังมีลักษณะต้องห้าม ต้องแสดงหลักฐานการลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพดังกล่าวก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง หากไม่ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าสละสิทธิและต้องสรรหาใหม่

มีการปรากฏข้อเท็จจริงผ่านหลักฐานจากมหาวิทยาลัยมหิดลและกรมสรรพากร ว่าในช่วงก่อนวันที่จะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งในวันที่ 13 เมษายน 2565 นั้น นพ.สรณ อาจยังคงมีสถานะเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยมหิดล ทั้งในฐานะพนักงานมหาวิทยาลัยและแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง ซึ่งเข้าข่ายการมีลักษณะต้องห้ามในฐานะ “พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ”

ผลกระทบต่อหลักนิติรัฐและบรรทัดฐานองค์กรอิสระ

หลายฝ่ายแสดงความกังวลว่า การพิจารณาของคณะกรรมการสรรหาฯ ในครั้งนี้ มิใช่เพียงการตัดสินสถานะของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นการปกป้องความศักดิ์สิทธิ์ของกระบวนการแต่งตั้งตามรัฐธรรมนูญ

 การคุ้มครองพระราชอำนาจ: การปล่อยให้บุคคลที่ขาดคุณสมบัติหรือมีกระบวนการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วนเข้าสู่กระบวนการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง และยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ถือเป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดพระราชอำนาจตามรัฐธรรมนูญ

อันตรายจากการสร้างบรรทัดฐานใหม่: หากคณะกรรมการสรรหาฯ มีเจตนาฟอกขาวหรือมองข้ามพยานหลักฐานทางกฎหมาย กรณีนี้จะกลายเป็นแบบอย่างให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าสู่องค์กรอิสระรายอื่นๆ ในอนาคต นำมาอ้างเพื่อขอผ่อนปรนเงื่อนไข ส่งผลให้มาตรฐานขององค์กรอิสระทั้งระบบถูกลดทอนลงจนไม่มีผลบังคับใช้ในทางปฏิบัติ

Watch-closely-Selection-Committee-decides-fate-NBTC-Chairman-Assumption-College-alumnus-SPACEBAR-Photo02-1.jpg

เพื่อนร่วมรุ่นร่อนจดหมายเปิดผนึก ปลุกจิตสำนึก "อัสสัมชนิก"

ในห้วงเวลาเดียวกัน นายไชยันต์ ศิษย์เก่าอัสสัมชัญ (A.C. 24706) ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทร่วมรุ่นของ นพ.สรณ ได้เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกถึงประธาน กสทช. เพื่อเรียกร้องให้ทบทวนบทบาทของตนเอง โดยอ้างอิงถึงเกียรติภูมิของความเป็น "อัสสัมชนิก"

ข้อความในจดหมายระบุถึงความชื่นชมในจุดเริ่มต้นที่ นพ.สรณ มี "จิตอาสา" ยอมสละรายได้สูงจากการเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจมารับใช้ชาติ พร้อมยกย่องศิษย์เก่าอัสสัมชัญรุ่นพี่ที่เคยสร้างคุณูปการและเป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์สุจริตต่อสังคม อาทิ พระยาศราภัยพิพัฒ, ศ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์, ศ.สัญญา ธรรมศักดิ์ และ ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล

ตอนหนึ่งของจดหมายเปิดผนึกระบุไว้อย่างน่าสนใจว่า

"เมื่อเกิดปัญหาความไม่ถูกต้องในกระบวนการแต่งตั้ง เราก็น่าจะ 'แก้ไขในสิ่งผิด' เพื่อไม่ให้เกิดบรรทัดฐานที่บั่นทอนความน่าเชื่อถือของกระบวนการแต่งตั้งองค์กรอิสระทั้งระบบ และเป็นแบบอย่างที่ไม่พึงปรารถนาต่อการใช้อำนาจของรัฐในอนาคต"

บทสรุปของเรื่องนี้จึงตกอยู่ที่คณะกรรมการสรรหา กสทช. ว่าจะสามารถยืนหยัดพิจารณาตามพยานหลักฐานและบทบัญญัติของกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ปราศจากแรงกดดันทางการเมืองหรือความสัมพันธ์ส่วนบุคคลได้หรือไม่ เพราะความเสียหายที่จะเกิดขึ้นหากละเลยหลักการนี้ จะไม่ใช่แค่เรื่องของตำแหน่งบุคคล แต่คือความน่าเชื่อถือของหลักนิติรัฐและระบบการตรวจสอบของประเทศไทยทั้งระบบ

ไชยยันต์  ไชยพร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความบนบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัว ส่งข้อความถึง สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการ กสทช.  มีสาระสำคัญ ว่า 

วันนี้ถือเป็นวันชี้ชะตาครั้งสำคัญแห่งหน้าประวัติศาสตร์องค์กรอิสระ เมื่อคณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เตรียมนัดพิจารณาปมปัญหาคุณสมบัติของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 3 ปี ท่ามกลางกระแสเรียกร้องจากหลายภาคส่วนให้คณะกรรมการฯ ยึดมั่นในหลักนิติรัฐและการปกป้องพระราชอำนาจตามรัฐธรรมนูญ

ปมสถานะการเป็นพนักงานรัฐก่อนรับโปรดเกล้าฯ

ประเด็นข้อพิพาทหลักที่เป็นที่จับตา คือความชอบด้วยกฎหมายตาม มาตรา 18 แห่ง พ...องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ซึ่งระบุอย่างชัดเจนว่า ผู้ที่ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา หากยังมีลักษณะต้องห้าม ต้องแสดงหลักฐานการลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพดังกล่าวก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง หากไม่ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าสละสิทธิและต้องสรรหาใหม่

มีการปรากฏข้อเท็จจริงผ่านหลักฐานจากมหาวิทยาลัยมหิดลและกรมสรรพากร ว่าในช่วงก่อนวันที่จะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งในวันที่ 13 เมษายน 2565 นั้น นพ.สรณ อาจยังคงมีสถานะเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยมหิดล ทั้งในฐานะพนักงานมหาวิทยาลัยและแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง ซึ่งเข้าข่ายการมีลักษณะต้องห้ามในฐานะ “พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ”

ผลกระทบต่อหลักนิติรัฐและบรรทัดฐานองค์กรอิสระ

หลายฝ่ายแสดงความกังวลว่า การพิจารณาของคณะกรรมการสรรหาฯ ในครั้งนี้ มิใช่เพียงการตัดสินสถานะของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นการปกป้องความศักดิ์สิทธิ์ของกระบวนการแต่งตั้งตามรัฐธรรมนูญ

การคุ้มครองพระราชอำนาจ: การปล่อยให้บุคคลที่ขาดคุณสมบัติหรือมีกระบวนการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วนเข้าสู่กระบวนการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง และยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ถือเป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดพระราชอำนาจตามรัฐธรรมนูญ

อันตรายจากการสร้างบรรทัดฐานใหม่: หากคณะกรรมการสรรหาฯ มีเจตนาฟอกขาวหรือมองข้ามพยานหลักฐานทางกฎหมาย กรณีนี้จะกลายเป็นแบบอย่างให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าสู่องค์กรอิสระรายอื่นๆ ในอนาคต นำมาอ้างเพื่อขอผ่อนปรนเงื่อนไข ส่งผลให้มาตรฐานขององค์กรอิสระทั้งระบบถูกลดทอนลงจนไม่มีผลบังคับใช้ในทางปฏิบัติ

เพื่อนร่วมรุ่นร่อนจดหมายเปิดผนึก ปลุกจิตสำนึก "อัสสัมชนิก"

ในห้วงเวลาเดียวกัน นายไชยันต์ ศิษย์เก่าอัสสัมชัญ (A.C. 24706) ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทร่วมรุ่นของ นพ.สรณ ได้เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกถึงประธาน กสทช. เพื่อเรียกร้องให้ทบทวนบทบาทของตนเอง โดยอ้างอิงถึงเกียรติภูมิของความเป็น "อัสสัมชนิก"

ข้อความในจดหมายระบุถึงความชื่นชมในจุดเริ่มต้นที่ นพ.สรณ มี "จิตอาสา" ยอมสละรายได้สูงจากการเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจมารับใช้ชาติ พร้อมยกย่องศิษย์เก่าอัสสัมชัญรุ่นพี่ที่เคยสร้างคุณูปการและเป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์สุจริตต่อสังคม อาทิ พระยาศราภัยพิพัฒ, ศ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์, ศ.สัญญา ธรรมศักดิ์ และ ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล

ตอนหนึ่งของจดหมายเปิดผนึกระบุไว้อย่างน่าสนใจว่า

"เมื่อเกิดปัญหาความไม่ถูกต้องในกระบวนการแต่งตั้ง เราก็น่าจะ 'แก้ไขในสิ่งผิด' เพื่อไม่ให้เกิดบรรทัดฐานที่บั่นทอนความน่าเชื่อถือของกระบวนการแต่งตั้งองค์กรอิสระทั้งระบบ และเป็นแบบอย่างที่ไม่พึงปรารถนาต่อการใช้อำนาจของรัฐในอนาคต"

บทสรุปของเรื่องนี้จึงตกอยู่ที่คณะกรรมการสรรหา กสทช. ว่าจะสามารถยืนหยัดพิจารณาตามพยานหลักฐานและบทบัญญัติของกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ปราศจากแรงกดดันทางการเมืองหรือความสัมพันธ์ส่วนบุคคลได้หรือไม่ เพราะความเสียหายที่จะเกิดขึ้นหากละเลยหลักการนี้ จะไม่ใช่แค่เรื่องของตำแหน่งบุคคล แต่คือความน่าเชื่อถือของหลักนิติรัฐและระบบการตรวจสอบของประเทศไทยทั้งระบบ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์