ยิ่งไพศาลการเกษตร จับมือ CPF ยกระดับ SME เพิ่มมาตรฐาน เชื่อมตลาดเกษตรกร

1 พ.ย. 2569 - 13:38

  • ถอดบทเรียนยิ่งไพศาลการเกษตร SME จากลำพูน ใช้เครื่องจักรเพิ่มประสิทธิภาพ ควบคุมคุณภาพและส่งมอบสินค้าให้ทันตลาด

  • ต่อยอดความร่วมมือกับ CPF ผ่านโครงการ Partner to Grow นำความรู้ด้านการผลิตและมาตรฐานส่งต่อถึงแปลงปลูก

  • ส่งเสริมเกษตรกรผลิตตามมาตรฐาน GAP พร้อมทางเลือกรับซื้อและประกันราคา ช่วยวางแผนผลผลิตและรายได้

ยิ่งไพศาลการเกษตร จับมือ CPF ยกระดับ SME เพิ่มมาตรฐาน เชื่อมตลาดเกษตรกร

จากแปลงปลูกสู่ตลาดอุตสาหกรรม ถอดบทเรียน ‘ยิ่งไพศาลการเกษตร’ ยกระดับ SME เชื่อมรายได้เกษตรกร

การเติบโตของธุรกิจเกษตรขึ้นอยู่กับความสามารถในการควบคุมคุณภาพ วางแผนการผลิต และส่งมอบสินค้าให้ทันความต้องการของตลาด กรณีของ ‘ยิ่งไพศาลการเกษตร’ ผู้ประกอบการจากลำพูน สะท้อนการปรับตัวของ SME ผ่านความร่วมมือกับ CPF ตั้งแต่การใช้เครื่องจักร ไปจนถึงการพัฒนาแปลงปลูกและสร้างตลาดรองรับผลผลิต

สินค้าเกษตรที่เข้าสู่ธุรกิจอาหารต้องตอบโจทย์มากกว่าความสดและราคา ผู้ซื้อต้องการวัตถุดิบที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ ได้มาตรฐาน และส่งมอบได้ตามกำหนด ขณะที่ฝั่งเกษตรกรต้องวางแผนเพาะปลูกท่ามกลางความไม่แน่นอนของผลผลิตและราคาตลาด

yingpaisan-cpf-sme-SPACEBAR-Photo01.jpg

ผู้ประกอบการที่เชื่อมระหว่างแปลงปลูกกับโรงงานอาหารจึงมีบทบาทสำคัญ ทั้งในการแปลงความต้องการของตลาดให้เป็นแผนการผลิต และนำความรู้กลับไปพัฒนาคุณภาพตั้งแต่ต้นทาง หากบริหารจัดการได้ดี โอกาสทางธุรกิจก็สามารถส่งต่อไปถึงเกษตรกรในเครือข่ายได้ด้วย

บริษัทยิ่งไพศาลการเกษตร จำกัด จากจังหวัดลำพูน เป็นหนึ่งใน SME ที่ปรับตัวตามแนวทางนี้ จากพื้นฐานธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าเกษตรที่ดำเนินกิจการมากว่า 17 ปี ครอบคลุมกระเทียม หอมแดง หอมหัวใหญ่ และผักสด สู่การพัฒนากระบวนการผลิตและทำงานร่วมกับเกษตรกรอย่างเป็นระบบมากขึ้น

ไพศาล สมศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัทยิ่งไพศาลการเกษตร จำกัด กล่าวว่า จุดตั้งต้นของการพัฒนาธุรกิจมาจากความต้องการต่อยอดผลผลิตที่เกษตรกรภาคเหนือมีอยู่แล้ว ให้มีคุณภาพ ขายได้ดีขึ้น และเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ที่มั่นคง

“สินค้าเกษตรภาคเหนือเป็นผลผลิตที่เราคุ้นเคย ทั้งกระเทียม หอมแดง หอมหัวใหญ่ และผักสด เราจึงอยากต่อยอดสิ่งที่เกษตรกรในพื้นที่มีอยู่แล้ว ให้ขายได้ดีขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น และสร้างโอกาสในการมีรายได้ที่มั่นคงกว่าเดิม”

yingpaisan-cpf-sme-SPACEBAR-Photo05.jpg

จากความคุ้นเคยกับสินค้าและความเข้าใจพื้นที่ บริษัทจึงขยายบทบาทไปถึงการวางแผนเพาะปลูก ส่งเสริมกระบวนการผลิต ควบคุมคุณภาพ และจัดส่งสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า ทั้งด้านปริมาณและเวลา

พัฒนาคู่ค้า เชื่อมความรู้สู่การปรับธุรกิจ

ยิ่งไพศาลการเกษตรเป็นคู่ค้ากับบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF มากว่า 10 ปี ก่อนเข้าร่วมโครงการ Partner to Grow ซึ่ง CPF ริเริ่มขึ้นเมื่อราว 4 ปีก่อน เพื่อเสริมศักยภาพ SME และคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน

สำหรับไพศาล การเข้าร่วมโครงการเป็นโอกาสให้กลับมาทบทวนวิธีดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่ข้อจำกัดในกระบวนการผลิต การบริหารคำสั่งซื้อ ไปจนถึงแนวทางลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ โดยมีทีมงาน CPF ร่วมให้คำแนะนำและวางแผนพัฒนา

yingpaisan-cpf-sme-SPACEBAR-Photo03.jpg

“ถ้าเราทำแบบเดิม ผลลัพธ์ก็ออกมาเหมือนเดิม แต่ทุกวันนี้ธุรกิจก็เปลี่ยนเร็วขึ้น เราก็ต้องปรับตัวให้ทัน ยิ่งได้มาจับมือเป็นคู่ค้ากับ CPF ก็ทำให้เราได้ลองเปลี่ยนแปลงมากขึ้น และเห็นแนวทางที่จะพัฒนาธุรกิจของเรา”

ความร่วมมือลักษณะนี้ช่วยให้ SME มองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างมาตรฐานที่ลูกค้าต้องการกับกระบวนการทำงานของตนเองได้ชัดขึ้น และนำไปสู่การปรับปรุงที่ตรงกับข้อจำกัดของธุรกิจ

ใช้เครื่องจักรแก้ข้อจำกัดการผลิต

เดิมกระบวนการผลิตบางขั้นตอนของยิ่งไพศาลการเกษตรใช้แรงงานจำนวนมาก เมื่อมีคำสั่งซื้อเร่งด่วนหรือพนักงานลางาน จึงอาจกระทบความต่อเนื่องในการผลิตและการจัดส่งสินค้า

บริษัทได้รับคำแนะนำจากทีมจัดซื้อและทีมวิศวกรรมของ CPF ในการนำเครื่องจักรเข้ามาช่วย เช่น เครื่องปอกหอม เครื่องล้างผัก และเครื่องคัดหรือปอกกระเทียม เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานและควบคุมกระบวนการผลิตได้ดีขึ้น

yingpaisan-cpf-sme-SPACEBAR-Photo02.jpg

ไพศาลระบุว่า สิ่งที่ได้รับจากความร่วมมือครอบคลุมทั้งคำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการทำงาน มาตรฐาน และการเลือกใช้นวัตกรรมให้เหมาะกับธุรกิจ ทำให้บริษัทกล้าปรับเปลี่ยนกระบวนการที่เคยทำมา

ผลที่เกิดขึ้นตามคำบอกเล่าของผู้บริหาร คือบริษัทสามารถควบคุมคุณภาพและเวลาการผลิตได้ดีขึ้น รวมถึงตอบสนองต่อคำสั่งซื้อเร่งด่วนได้รวดเร็วกว่าเดิม

ในทางธุรกิจ ความสามารถดังกล่าวมีความสำคัญต่อการเป็นผู้ส่งมอบวัตถุดิบให้กับอุตสาหกรรมอาหาร เพราะความแน่นอนของคุณภาพ ปริมาณ และกำหนดส่ง เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ลูกค้าวางแผนการผลิตต่อได้ การลงทุนในเครื่องจักรจึงเชื่อมโยงโดยตรงกับความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบการในระยะยาว

yingpaisan-cpf-sme-SPACEBAR-Photo03-1.jpg

ส่งต่อมาตรฐานจากโรงงานถึงแปลงปลูก

การปรับปรุงกระบวนการภายในบริษัทต้องเดินควบคู่กับคุณภาพของวัตถุดิบต้นทาง ยิ่งไพศาลการเกษตรจึงนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดต่อให้เกษตรกร ทั้งการวางแผนเพาะปลูก การแก้ปัญหาหน้างาน และการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่ตลาดต้องการ

ไพศาลมองว่า งานที่ใช้เวลามากคือการสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่น โดยเฉพาะเมื่อแนวทางใหม่แตกต่างจากวิธีที่เกษตรกรคุ้นเคย การอธิบายขั้นตอนเพียงอย่างเดียวจึงอาจไม่เพียงพอ ต้องทำให้เห็นผลจากการลงมือปฏิบัติด้วย

ตัวอย่างหนึ่งคือการทำงานกับกลุ่มเกษตรกรกว่า 2,000 รายในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตามข้อมูลของบริษัท เพื่อส่งเสริมการเพาะปลูกตามมาตรฐาน GAP หรือการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี

บริษัทใช้เวลาเกือบ 5 ปีในการพูดคุย ถ่ายทอดแนวทาง และติดตามการปรับเปลี่ยน โดยไพศาลระบุว่า ผลผลิตกระเทียมเพิ่มจากประมาณ 3,500 กิโลกรัมต่อไร่ เป็น 4,000 กิโลกรัมต่อไร่ ควบคู่กับคุณภาพผลผลิตและรายได้ครัวเรือนที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มผลผลิตต่อไร่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการพัฒนา สิ่งที่ต้องทำควบคู่กันคือการรักษาคุณภาพให้สม่ำเสมอและมีตลาดรองรับ เพื่อให้เกษตรกรนำข้อมูลไปวางแผนการผลิตในรอบต่อไปได้

“ความยากคือการเปลี่ยนทัศนคติ เราต้องอธิบายให้ชัดเจนว่าเปลี่ยนแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีได้อย่างไร”

— ไพศาล กล่าว

ตลาดรองรับ ช่วยเกษตรกรวางแผนรายได้

อีกส่วนสำคัญของการทำงานร่วมกับเกษตรกรคือเงื่อนไขรับซื้อผลผลิต ซึ่งช่วยเพิ่มความชัดเจนในการวางแผนเพาะปลูกและรายได้

ไพศาลอธิบายว่า บริษัทมีทางเลือกในการประกันราคาครอบคลุมผลผลิตทั้งหมด สำหรับเกษตรกรที่ขายผลผลิตทั้งหมดให้บริษัท หรือเลือกประกันราคาสำหรับผลผลิตครึ่งหนึ่ง และนำอีกส่วนไปจำหน่ายตามราคาตลาดได้

ทางเลือกดังกล่าวเปิดให้เกษตรกรตัดสินใจจัดการผลผลิตตามความเหมาะสมของตนเอง ขณะเดียวกัน การมีผู้รับซื้อและเงื่อนไขราคาที่ตกลงกันไว้ ก็ช่วยลดความไม่แน่นอนของผลผลิตในส่วนที่เข้าร่วมข้อตกลง

“เมื่อมีตลาดรองรับ เกษตรกรก็กล้าลงมือ และเมื่อมีมาตรฐานรองรับ ผลผลิตก็มีคุณภาพมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ทำให้เกษตรกรมีแรงบันดาลใจที่จะเพาะปลูกตามขั้นตอนที่เราวางแผนร่วมกัน เพราะเขาเห็นแล้วว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปทำให้อาชีพของเขามั่นคงขึ้นได้จริง”

yingpaisan-cpf-sme-SPACEBAR-Photo04.jpg

บทเรียน SME เกษตร: พัฒนาการผลิตให้เชื่อมกับตลาด

กรณีของยิ่งไพศาลการเกษตรสะท้อนว่า การยกระดับ SME เกษตรต้องอาศัยการพัฒนาหลายส่วนไปพร้อมกัน ตั้งแต่เครื่องจักรและกระบวนการทำงานภายในบริษัท มาตรฐานการเพาะปลูกของเกษตรกร ไปจนถึงข้อตกลงรับซื้อที่ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายวางแผนได้

ความร่วมมือกับธุรกิจรายใหญ่มีส่วนช่วยให้ SME เข้าถึงความรู้ด้านการผลิตและเข้าใจข้อกำหนดของตลาด ขณะที่ผู้ประกอบการในพื้นที่ทำหน้าที่นำความรู้นั้นไปปรับใช้ให้เหมาะกับเกษตรกรและสภาพการทำงานจริง

สำหรับไพศาล การเรียนรู้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ เขาระบุว่า การเข้าร่วมกิจกรรมของ CPF ทำให้ได้เห็นแนวทางใหม่ และนำกลับมาปรับใช้กับการผลิตและพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง

เส้นทางของธุรกิจจากลำพูนแห่งนี้จึงให้บทเรียนว่า การเปลี่ยนวิธีคิดจะเกิดผลทางเศรษฐกิจได้เมื่อเชื่อมไปถึงการลงมือทำ ตั้งแต่การควบคุมคุณภาพในโรงงานจนถึงการวางแผนในแปลงปลูก และเมื่อธุรกิจส่งมอบสินค้าได้อย่างน่าเชื่อถือมากขึ้น ก็มีโอกาสสร้างตลาดที่ต่อเนื่องให้กับเกษตรกรผู้ผลิตวัตถุดิบไปพร้อมกัน

yingpaisan-cpf-sme-SPACEBAR-Photo07.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์