เปิดโผ 20 ประเทศถือทองคำสูงสุด ทำไม 'แบงก์ชาติทั่วโลก' ยังไล่เก็บไม่หยุด?

29 ก.ย. 2569 - 16:25

  • อุซเบกิสถาน-สหรัฐฯ ครองสัดส่วนสูงสุด: สัดส่วนทองคำต่อทุนสำรองสูงถึง 84–87% ขณะที่สหรัฐฯ ถือครองปริมาณมากที่สุดในโลกถึง 8,133.5 ตัน

  • ตลาดเกิดใหม่สัดส่วนยังต่ำ: ประเทศมหาอำนาจถือครองทองคำเกิน 70–80% แต่ตลาดเกิดใหม่รวมถึงจีนยังถือครองไม่ถึง 10% สะท้อนโอกาสในการเร่งสะสมเพิ่ม

  • ไทยเบอร์ 1 อาเซียน: ไทยถือครองทองคำสำรอง 234.5 ตัน (สัดส่วน 10.5%) สูงเป็นอันดับ 23 ของโลก และครองอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน

เปิดโผ 20 ประเทศถือทองคำสูงสุด ทำไม 'แบงก์ชาติทั่วโลก' ยังไล่เก็บไม่หยุด?

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและทิศทางดอกเบี้ยที่ยังคาดเดายาก "ทองคำ" ยังคงทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ทรงพลังที่สุดตลอดกาล แม้ราคาในตลาดช่วงนี้จะมีการแกว่งตัวปรับลดลงสั้นๆ จากแรงขายทำกำไร แต่มุมมองจาก บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) ชี้ให้เห็นว่า หากมองในภาพใหญ่ สัญญาณจาก "ธนาคารกลางทั่วโลก" กลับสะท้อนว่าเทรนด์ราคาทองคำยังอยู่ในรอบ "ขาขึ้นระยะยาว" จากแรงซื้อสะสมที่ยังคงหนุนหลังอย่างแข็งแกร่ง

YLG โดยอ้างอิงข้อมูลล่าสุดจากสภาทองคำโลก (World Gold Council) และสถิติของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ณ ไตรมาส 2/2569 ได้เผยให้เห็นโครงสร้างการถือครองทองคำสำรองของ 20 อันดับแรกทั่วโลก ซึ่งสะท้อนถึงกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงระดับประเทศที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

มหาอำนาจตุนแน่น-อุซเบกิสถานนำโด่ง

หากพิจารณาในแง่ “สัดส่วนทองคำต่อทุนสำรองระหว่างประเทศ" พบว่าประเทศอันดับ 1 คือ อุซเบกิสถาน ที่มีสัดส่วนสูงถึง 86–87% (คิดเป็นปริมาณ 416 ตัน) สมฐานะประเทศที่มีเหมืองทองคำขนาดใหญ่ ตามมาด้วย สหรัฐอเมริกา และ เยอรมนี ที่มีสัดส่วนทองคำในทุนสำรองสูงถึง 84% ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยังคงครองแชมป์ผู้ถือครองทองคำปริมาณมากที่สุดในโลกด้วยจำนวนสูงถึง 8,133.5 ตัน

ขณะเดียวกัน ประเทศในยุโรปหลายแห่ง เช่น เลบานอน (82%), ฝรั่งเศส (81.8%), อิตาลี (81.3%), โปรตุเกส (79.9%) และเนเธอร์แลนด์ (74.2%) ต่างเก็บทองคำไว้เป็นหลักประกันความมั่งคั่งในสัดส่วนที่สูงเกิน 70–80%

ตลาดเกิดใหม่ยังมีช่องว่างให้ ‘เร่งสะสม’

YLG ระบุว่า จุดที่น่าจับตาที่สุดคือกลุ่ม ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ซึ่งส่วนใหญ่ยังมีสัดส่วนการถือครองทองคำต่ำกว่า 10% เมื่อเทียบกับชาติมหาอำนาจ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ จีน ซึ่งแม้จะมีทองคำสำรองสะสมสูงถึง 2,366 ตัน (นำเข้าเฉพาะช่วงมกราคม–สิงหาคมปีนี้มากกว่า 1,000 ตัน) แต่เมื่อคิดเป็นสัดส่วนต่อทุนสำรองทั้งหมด กลับมีอยู่เพียงประมาณ 8% เท่านั้น

ช่องว่างตรงนี้เองที่เป็นปัจจัยเร่งให้ธนาคารกลางจีนเดินหน้าเข้าสะสมทองคำในทุกระดับราคา เช่นเดียวกับ โปแลนด์ ที่แม้จะสะสมทองคำจนมีสัดส่วนแตะ 30.1% (582 ตัน) แล้ว แต่ยังคงตั้งเป้าหมายที่จะขยับการถือครองเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 700 ตัน เพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์

เช็กพิกัดประเทศไทย: อันดับ 23 โลก แชมป์อาเซียน

สำหรับ ประเทศไทย ปัจจุบันถือครองทองคำสำรองอยู่ที่ 234.5 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 10.5% ของทุนสำรองระหว่างประเทศ จัดอยู่ใน อันดับที่ 23 ของโลก และขึ้นแท่น อันดับ 1 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคนี้ถือครองทองคำอยู่เฉลี่ยเพียง 5% เท่านั้น

ปัจจัยหนุนระยะยาว: ทำไมทองคำยังเป็นขาขึ้น?

‘พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร YLG ประเมินว่า แม้ในระยะสั้น ราคาทองคำจะเผชิญแรงขายทำกำไรในช่วงที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น แต่ภาพรวมระยะยาวทองคำยังเป็นทิศทางขาขึ้นชัดเจน คาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งหลังของปีหน้าอาจได้เห็นราคาขยับขึ้นไปแตะจุดสูงสุดเดิมอีกครั้ง

ปัจจัยเรื่องการสะสมทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก เพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐฯ จะยังคงเป็นแรงส่งสำคัญที่ทำให้ทองคำทรงคุณค่าและเป็นสินทรัพย์ที่น่าจับตามองที่สุดในพอร์ตการลงทุนระดับโลก

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์