การเดินทางข้ามประเทศเพื่อพบศิลปินที่ชื่นชอบควรเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข แต่สำหรับแฟนคลับของ ไป๋ลู่ (Bai Lu) นักแสดงสาวชื่อดังชาวจีน ความฝันที่จะได้พบเธอในประเทศไทยกลับต้องสิ้นสุดลง หลังสตูดิโอประกาศเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ว่า งานแฟนมีตติ้งที่มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 25 ตุลาคม ณ ไอคอนสยาม ฮอลล์ กรุงเทพฯ ถูกยกเลิกหลังประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย พร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายจากการยกเลิกตั๋วเครื่องบินและที่พักให้แฟนคลับตามเงื่อนไขที่กำหนด เรื่องนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงข่าวที่ทำให้แฟนคลับผิดหวัง แต่ยังชวนตั้งคำถามว่า ทำไมประเทศไทยถึงกลายเป็นจุดหมายที่ชาวจีนบางส่วนเริ่มไม่มั่นใจ
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 5–7 ตุลาคม สถานีโทรทัศน์ CCTV ของจีนได้เผยแพร่สารคดีตีแผ่ขบวนการหลอกลวงข้ามชาติในเมียนมา โดยหนึ่งในคดีที่ถูกนำเสนอคือเรื่องของ หวังซิง (Wang Xing) นักแสดงชาวจีนที่ถูกหลอกให้เดินทางมาทำงานในประเทศไทย ก่อนถูกพาตัวข้ามชายแดนไปยังเมียนมาเมื่อเดือนมกราคม 2568 แม้เจ้าตัวจะได้รับการช่วยเหลือกลับมาอย่างปลอดภัยแล้ว แต่เหตุการณ์นี้ทำให้สังคมจีนเห็นถึงอันตรายของขบวนการหลอกลวงที่ใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางผ่านไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
ต่อมาเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้ออกประกาศเตือนพลเมืองให้ระวังขบวนการหลอกลวง หลังพบหลายกรณีที่ชาวจีนเดินทางเข้าไทยแล้วสูญหาย หรือถูกหลอกให้เดินทางต่อไปยังพื้นที่ชายแดนไทยและเมียนมา โดยมิจฉาชีพมักใช้ข้อเสนองานรายได้สูงรวมถึงงานในวงการบันเทิงมาเป็นเหยื่อล่อ อย่างไรก็ตาม ประกาศดังกล่าวไม่ใช่การห้ามชาวจีนเดินทางมาไทยแต่เป็นคำเตือนให้เพิ่มความระมัดระวัง
แล้วตอนนี้ชาวจีนมองประเทศไทยอย่างไร? ในโลกออนไลน์จีนเริ่มมีการพูดถึงความปลอดภัยในการเดินทางมาไทยมากขึ้น โดยก่อนประกาศยกเลิกงานแฟนมีตติ้งผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์บางส่วนเคยเสนอให้เปลี่ยนเป็นกิจกรรมออนไลน์แทน ขณะที่หลายคนชื่นชมการตัดสินใจของไป๋ลู่ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของแฟนคลับ แต่ความเห็นเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าชาวจีนทุกคนหวาดกลัวประเทศไทย เพราะจากข้อมูลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ณ วันที่ 17 ตุลาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยแล้วกว่า 4.14 ล้านคน นับตั้งแต่ต้นปี และยังเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยมากที่สุด
สิ่งที่น่าสนใจคือแม้หลายคดีจะเกี่ยวข้องกับการล่อลวงผู้เสียหายข้ามชายแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ได้เกิดขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวทั่วไปของไทย แต่ประเทศไทยกลับถูกเชื่อมโยงกับเหตุการณ์เหล่านี้ในฐานะประเทศที่ผู้เสียหายเดินทางผ่าน เมื่อเกิดข่าวลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ จึงอาจทำให้ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับประเทศไทยเกิดความกังวล แม้แต่การเดินทางมากรุงเทพฯ ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่ชายแดนที่มีความเสี่ยงก็ตาม
สำหรับหน่วยงานไทยเองก็รับรู้ถึงปัญหานี้ โดยเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กล่าวถึงการติดตามจับกุมแก๊งอาชญากรชาวจีนที่ลักพาตัวชาวจีนด้วยกันในประเทศไทย พร้อมสั่งเพิ่มมาตรการป้องกันเพราะตระหนักดีว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว แต่คำถามคือ มาตรการเหล่านี้เพียงพอที่จะทำให้ชาวต่างชาติรู้สึกปลอดภัยแล้วหรือยัง โดยเฉพาะเมื่อความกังวลเริ่มส่งผลถึงการจัดกิจกรรมระดับนานาชาติซึ่งอาจกระทบทั้งผู้จัดงาน โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง
ท้ายที่สุด การยกเลิกแฟนมีตติ้งของไป๋ลู่ไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ไม่ปลอดภัย และยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่ามีภัยคุกคามเฉพาะต่องานครั้งนี้ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยสำคัญไม่แพ้สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม สิ่งที่ไทยต้องทำจึงไม่ใช่เพียงบอกนักท่องเที่ยวว่าเมืองไทยปลอดภัย แต่ต้องแสดงให้เห็นว่าเราจัดการกับอาชญากรรมข้ามชาติได้จริง เพราะสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจเดินทางมาไทยคำถามแรกอาจไม่ใช่จะไปเที่ยวที่ไหน แต่เป็น มาแล้วจะปลอดภัยหรือเปล่า




